
เลือกตั้งที่เกาหลีใต้
เลือกตั้งที่เกาหลีใต้ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับประภัสสร เสวิกุล
จากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า ปัก กึน เฮ วัย 60 ปี จากพรรคเซ็นจูรี่ มีชัยชนะเหนือ นายมูน แจ อิน แห่งพรรคเดโมแครตยูไนเต็ด ทำให้ ปัก กึน เฮ เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลี และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ เธอเป็นบุตรสาวของ ปัก จุง ฮี อดีตประธานาธิบดีและผู้นำเผด็จการของเกาหลีใต้
ปัก จุง ฮี ก้าวขึ้นสู่อำนาจในปี ค.ศ.1961 ด้วยการปฏิวัติ และอยู่ในตำแหน่งเป็นระยะเวลายาวนานถึง 18 ปี ขณะที่มีเสียงส่วนหนึ่งประณามในเรื่องการปกครองที่เข้มงวดและละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ก็มีเสียงอีกส่วนหนึ่งที่ชื่นชมเขาในฐานะผู้วางรากฐานการพัฒนา เศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและความมั่นคงของเกาหลีใต้ ก่อนยุคของปัก จุง ฮี เกาหลีใต้เพิ่งผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลีมาได้ไม่นาน ประเทศอยู่ในสภาพที่ด้อยการพัฒนาและยากจน ประชาชนลำบากยากแค้น การเมืองมีความแตกแยกวุ่นวาย ปัก จุง ฮี ได้ประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 1 ใน ปี 1962 สร้างกำลังใจให้คนเกาหลีที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง ร่วมกันสร้างชาติด้วยวัฒนธรรม “ทำงานหนักและอดออม” ตามแบบอย่างของชาวเยอรมัน และสร้างวัฒนธรรมในองค์กร ด้วยการพัฒนาความรู้ ความชำนาญ การทำงานเป็นทีม การทุ่มเทให้งานที่ทำและความภักดีต่อองค์กร ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาภาคเกษตรในหมู่บ้านตามโครงการแซมาอิล อุนดง กับสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา
ในส่วนของนายมูน แจ อิน คู่แข่งของ ปัก กึน เฮ นั้น เป็นอดีตนักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน ที่เคยขับเคี่ยวกับประธานาธิบดีปัก จุง ฮี จนเคยถูกจำคุกมาแล้ว สำหรับนโยบายของปัก กึน เฮ จะเน้นที่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และการคอร์รัปชั่น การส่งเสริมสวัสดิการ การช่วยเหลือธุรกิจขนาดย่อม และการลดช่องว่างทางเศรษฐกิจในสังคม เป็นต้น
คะแนนเสียงสำคัญของปัก กึน เฮ มาจากคนหนุ่มสาวและคนในเมือง ซึ่งเกิดในช่วงหลังยุคเผด็จการปัก จุง ฮี และมีความสุขกับสภาพของชีวิตในปัจจุบัน ขณะที่ ปัก กึน เฮ ที่ได้รับสมญาว่า “ราชินีการเลือกตั้ง” ได้รับการคาดหวังและนำไปเปรียบเทียบกับนางมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ในช่วงปี ค.ศ.1979-1990 และมิเชล บาเชเร็ต อดีตประธานาธิบดีชิลี แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมีความชื่นชมในตัว แองเจลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมนีมากกว่า
เป็นที่น่าสังเกตประการหนึ่งว่า บรรดาสตรีที่ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งผู้นำของประเทศในโลกตะวันตกนั้น ส่วนใหญ่มักจะมาด้วยคุณลักษณะเฉพาะตัว แต่ในโลกตะวันออกนั้น แทบทั้งหมดล้วนแต่มีสายสัมพันธ์กับผู้นำของประเทศนั้นในอดีต นับจาก นางสิริมาโว บันดาราไนยเก ภรรยานายโซโลมอน อดีตนายกรัฐมนตรีศรีลังกา ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของโลก นางอิทธิรา คานธี บุตรสาวอดีตนายกรัฐมนตรีศรี เยาวหราล เนห์รู แห่งอินเดีย นางเบนาซีร์ บุตโต บุตรสาวอดีตนายกรัฐมนตรีอาลี บุตโต แห่งปากีสถาน นางกลอเรีย อาร์โรโย บุตรสาวอดีตประธานาธิบดีมาคาปากัลป์แห่งฟิลิปปินส์ นางซูการ์โนบุตรี บุตรสาวอดีตประธานาธิบดีซูการ์โนแห่งอินโดนีเซีย รวมทั้งนางออง ซาน ซูจี บุตรสาวอดีตนายพลออง ซานแห่งพม่า เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองอย่างหนึ่งของคนเอเชีย
แต่เมื่อถึงเวลาที่บริหารบ้านเมืองจริงๆ แล้ว ชื่อเสียงหรือบุญญาบารมีเก่าของบิดา สามี หรือแม้แต่พี่ชายก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ และจะต้องต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ด้วยสติ ปัญญาและความสามารถของตนเอง



