ข่าว

 คดีการเมือง

คดีการเมือง

24 ธ.ค. 2555

คดีการเมือง : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน

               มีคำถามว่า เพราะเหตุใดนักการเมืองถึงต้องการคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาลตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงต้องสั่นคลอนไปทุกที

               คำตอบคือ คุมตำรวจก็เท่ากับพยัคฆ์ติดปีก อาวุธชิ้นนี้ร้ายแรงเป็นอย่างยิ่ง

               ยิ่งตำรวจเข้าไปรับใช้การเมืองมากเท่าไร ก็ยิ่งอันตรายกับฝ่ายตรงข้ามมากเท่านั้น

               ดูอย่างการบังคับใช้กฎหมายหรือความคืบหน้าคดีก็จะเห็นความแตกต่าง

               คดีความที่เกี่ยวเนื่องกับฝ่ายรัฐบาลอาจดูมีอภิสิทธิ์มากกว่าฝ่ายตรงข้าม ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

               กรณีของ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ถูกทำร้าย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร และดูเหมือนว่าอาจเจ็บฟรีด้วยซ้ำ

               จนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องออกมาดักคอ เนื่องจากกลัวจับแพะมาสังเวยหากมีแรงกดดันเกิดขึ้น

               เรื่องนี้ต้องบอกว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการเมือง หรืออาจมีคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง

               หนึ่งในข้อสงสัยที่มีน้ำหนักคือ การฟ้องร้องข้าราชการคนดังที่รับใช้รัฐบาล เป็นประเด็นที่ฝ่ายสืบสวนซุบซิบกันอยู่

               ถ้าฟังจากนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่บอกว่า คดีทางการเมืองไม่ควรมีการทำร้ายกัน รัฐบาลจะให้ความเป็นธรรม ก็คล้ายกับว่า รัฐบาลไฟเขียวให้หาตัวคนร้าย แต่ในทางปฏิบัติก็รู้กันดี

               ตำรวจระดับฝีมือเห็นแผนประทุษร้ายปุ๊บก็มองออกว่า คนทำระดับไหน ควรตามหรือรอมองตาผู้บังคับบัญชาก่อน

               ถ้านายตั้งแนวการสืบสวนสอบสวนไว้แบบไหนก็ต้องวิ่งไปตามนั้น ส่วนจะบิดเบี้ยวหรือไม่อย่างไรก็ให้นายว่าไป

               กรณีนายราเมศ หากจับคนร้ายไม่ได้ ก็อย่าคิดว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก จุดเริ่มเล็กๆ แบบนี้แหละที่จะขยายลุกลามไปได้ในอนาคต ไม่พอใจก็ส่งคนมาทำร้ายกัน อยู่ฝ่ายตรงข้ามอำนาจรัฐก็เสี่ยง

               นี่คือสัญญาณอันตรายทางการเมืองที่เริ่มขึ้น ยิ่งมีเจ้าหน้าที่รัฐคอยสนับสนุนด้วยแล้ว ยิ่งน่ากลัว บ้านเมืองจะไร้ขื่อแปกันหรืออย่างไร