
มุดรูสู้ประชามติ?
มุดรูสู้ประชามติ? : ว่ายทวนอารมณ์ โดยใบตองแห้ง [email protected]
ฟังเสียงวิเคราะห์วิจารณ์ตามหน้าสื่อเกี่ยวกับการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วก็ขำ กับถ้อยคำประเภท “กับระเบิด” “หลุมพราง” แล้วฟันธงว่า เส้นทางนี้เป็นไปไม่ได้ รัฐบาลจะถอย
บางรายก็มองข้ามช็อตไปเย้ยหยันว่า รัฐบาลต้องหา 24 ล้านเสียง ซึ่งยากกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา
ใครที่วิเคราะห์แบบนี้ สายตาสั้นเหมือนพ่อไอ้ปื๊ด ต่างจากอภิสิทธิ์ที่สายตายาวไกล จึงเริ่มหวั่นไหว หันมาเรียกร้องว่าแก้รายมาตราดีกว่า
ปมสำคัญอยู่ที่คุณมองประชามติอย่างไร มองว่าเป้าหมายคือ “เอาชนะ” แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับม้วนเดียวจบ หรือมองว่า นี่คือกระบวนการสร้าง “ความชอบธรรม” ให้แก่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมๆ กับเอาความชอบธรรมนั้นมาค้ำรัฐบาล
90 วันของการลงประชามติ คือวาระ “ขึงพืด” รัฐธรรมนูญ 2550 ให้ประชาชนทั้งประเทศได้ดีเบต ถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์ว่ามีปัญหาอย่างไร ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างไร ซึ่งฝ่ายที่ปกป้องยากจะโต้แย้ง เนื่องจากอภิสิทธิ์หรือแม้แต่พันธมิตรก็เคยบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา ให้รับไปก่อนแก้ทีหลัง
ใครที่คัดค้านการแก้ไข ก็ขึ้นเวทีมาถกเถียงกันได้ แต่ไม่มีช่องให้ก่อม็อบ ฟ้องศาล หรือเรียกหาทหารล้มรัฐบาล เพราะถ้าคุณไม่เห็นด้วย ก็ต้องออกมาแสดงเหตุผล และไปลงประชามติค้าน
หรือถ้าจะมุดหัวอยู่บ้าน ก็ไม่เป็นไร เพราะท้ายที่สุด ถ้ามีคนออกมาลงประชามติให้แก้ไข 17 ล้านเสียงต่อศูนย์ ถามว่า “ความชอบธรรม” อยู่กับใคร ขอเพียงมีคนลงประชามติให้แก้ไขเกิน 14,727,306 คน เมื่อปี 2550 ก็พอแล้ว นี่คือการย้อนเกล็ด คมช.ซึ่งอ้างประชามติเทียมมาสร้างความชอบธรรมให้รัฐธรรมนูญ 2550 แต่ตอนนี้พรรคเพื่อไทยก็กำลังจะใช้ประชามติสร้างความชอบธรรมในการแก้ไข แม้ประชามติตกไป เพราะมีคนใช้สิทธิ์ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง แต่ก็มีความชอบธรรมเต็มเปี่ยมที่จะเดินหน้ารื้อใหญ่รายมาตรา
ยิ่งกว่านั้น พรรคเพื่อไทยยังสามารถลับฝีปากไว้เย้ยหยันฝ่ายค้านและพันธมิตร หากจะรณรงค์ให้มวลชนของตน “มุดรูสู้ประชามติ” อภิสิทธิ์ก็อ่านหมากนี้ออก คุณเป็นพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย จะไปรณรงค์ให้ประชาชนไม่ออกมาใช้สิทธิ์ได้อย่างไร ต่อให้ไม่มีกฎหมายเอาผิด ก็เสื่อมเสียสถาบัน “เราเชื่อมั่นในระบอบรัฐสภา”
อย่าลืมว่า พรรคประชาธิปัตย์ พันธมิตร นักวิชาการ ก็เคยท้าเหยงๆ ให้ทำประชามติก่อน พลิกอ่านข่าวตอนต้นปีช่วงพิจารณาร่างแก้ไขมาตรา 291 ก็ได้ กรรมาธิการ ปชป.เสนอให้ลงประชามติก่อน นักวิชาการที่ไปเป็นที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็เสนอให้ลงประชามติก่อน
“รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เป็นฉบับเดียวและฉบับแรกที่มีการออกเสียงประชามติให้ประชาชนตัดสินใจเอง ผู้ริเริ่มเสนอแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงควรยึดถือบรรทัดฐานเดียวกัน โดยให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ หรือทำประชามติว่าจะแก้หรือไม่” (สุริยะใส กตะศิลา ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 25 ธันวาคม 2554)
อ้าว ตอนนี้พอรัฐบาลเขาจะทำประชามติ ให้ประชาชนตัดสินใจ คุณกลับจะชี้ช่องให้ประชาชนเบี้ยว มุดหัวอยู่บ้าน อย่างนั้นหรือ
ที่มองว่าประชามติจะกระทบเสถียรภาพรัฐบาล ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เว้นแต่ฝ่ายคัดค้านการแก้ไขจะชนะ 18 ล้านต่อ 17 ล้าน แต่ถ้าเป็น 17 ล้านต่อศูนย์ แม้ประชามติตกไป ก็โทษรัฐบาลไม่ได้ว่าทำให้เสีย 2 พันล้านเปล่าๆ ในเมื่อรัฐบาลหาทางออกตามคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญ
“รัฐบาลดันทุรังทำประชามติให้เสียเงินเปล่า เพราะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า พวกเราจะมุดหัวอยู่บ้าน ไม่ออกมาใช้สิทธิ์” คุณจะด่ารัฐบาลอย่างนี้หรือ
ส่วนที่บางคนอ้างว่า การทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจทำไม่ได้ เพราะขัดกฎหมาย โถ ก็ไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญสิครับ ในเมื่อศาลให้คำแนะนำเอง ถ้าท่านพลิกลิ้นว่า ทำไม่ได้ จะได้ทุบทิ้งแทนศาลฎีกาสนามหลวง
มองทางไหนรัฐบาลเพื่อไทยก็มีแต่ได้กับได้ ใครว่ามีแต่เสียกับเสีย คนที่มองอย่างนั้นมองข้าม “ความชอบธรรม” ที่เกิดจากกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งแม้จะเป็นนามธรรม แต่นี่คือ “เสาหลัก” ค้ำรัฐบาลเพื่อไทยตลอดมา ขณะที่อีกฝ่ายเอาแต่ประณามเลว ชั่ว โกง “ช่วยทักษิณ” แต่ถอยห่างจากกระบวนการประชาธิปไตยไปทุกวัน



