ข่าว

คลังชี้สัญญาณเศรษฐกิจเม.ย.ดีขึ้นจี้ธปท.ดูแลค่าบาทหนุนส่งออก-แย้มเดือนพ.ค.ติดลบ 30%

คลังชี้สัญญาณเศรษฐกิจเม.ย.ดีขึ้นจี้ธปท.ดูแลค่าบาทหนุนส่งออก-แย้มเดือนพ.ค.ติดลบ 30%

29 พ.ค. 2552

สศค.ระบุเศรษฐกิจไทยเดือนเมษายนมีสัญญาณดีขึ้น รับไตรมาส 2 ยังติดลบต่อเนื่อง จี้ ธปท.ดูแลค่าเงินหนุนการส่งออก กรมศุลฯ แย้มส่งออกเดือนพฤษภาคมยังแย่อาจติดลบถึง 30% ด้านายกฯ เชื่อเดือนเมษายนน่าจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว แต่ส่งออกทั้งปีคงติดลบ พยายามไม่ให้ถึงตัวเลข 2

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น อย่างไรก็ตาม สัญญาณดังกล่าวอาจเป็นการปรับตัวดีขึ้นชั่วคราว จึงต้องรอดูตัวเลขของเดือนพฤษภาคมอีกครั้ง เพื่อประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไตรมาส 2 แต่จากเครื่องชี้วัดอื่นๆ ทั้งการผลิตในภาคเกษตรและบริการที่หดตัว และการใช้จ่ายของภาคเอกชนทั้งการบริโภคและการลงทุนยังอ่อนแอ รวมทั้งผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองในเดือนเมษายน ที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยว ทำให้มองว่าจีดีพียังหดตัวต่อเนื่อง แต่ไม่น่าจะติดลบถึง 7.1%

 "ไตรมาส 3 มาตรการของภาครัฐน่าจะเห็นผล และหากการเมืองยังนิ่งจีดีพีน่าจะหดตัวน้อยลง ขณะที่ไตรมาส 4 จะขยายตัวเป็นบวกได้ แต่สิ่งสำคัญคือ ร่างพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทต้องมีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติ เพราะรัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้เงินพยุงเศรษฐกิจต่อเนื่อง หากการใช้เงินกู้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จีดีพีไตรมาส 4 อาจยังติดลบ ซึ่งการประเมินนี้อยู่ภายใต้สถานการณ์การเมืองต้องนิ่ง" นายสมชัยกล่าว

 นายสมชัยยืนยันว่า นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนมีส่วนสำคัญในการดูแลเศรษฐกิจให้เติบโต และภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ มีความจำเป็นต้องใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยเหลือ เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกอยู่มาก ซึ่งการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนขณะนี้ ทำได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ขณะที่นโยบายการเงิน และการคลังทำอย่างเต็มที่แล้ว

 "การบริหารนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนนั้น เราต้องดูประเทศเพื่อนบ้านและดูพื้นฐานเศรษฐกิจเราด้วย อย่าฝืนกระแส โดยการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคนั้น ถ้าเราอ่อนค่าน้อยกว่าประเทศมาก ก็จะฟ้องว่า นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนนั้นช่วยเศรษฐกิจไหม ซึ่งตรงนี้ ผมมองว่า ยังมีส่วนที่ทำได้" นายสมชัยกล่าว

 ด้านนายอุทิศ ธรรมวาทิน อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า แนวโน้มการส่งออกเดือนพฤษภาคมยังคงติดลบต่อเนื่องจากเดือนเมษายน โดยอาจจะติดลบประมาณ 30% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังไม่มีสัญญาณที่ดีขึ้น ขณะที่การนำเข้าก็อยู่ในภาวะติดลบเช่นเดียวกันทำให้ 7 เดือนที่ผ่านมารายได้ของกรมศุลกากรต่ำกว่าเป้าหมายแล้วประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

 ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การส่งออกของไทยทั้งปีน่าจะส่งออกติดลบ แต่จะดูแลให้ดีที่สุดไม่ให้การติดลบเป็นเลขสองหลัก เนื่องจากทิศทางการส่งออกถึงจุดต่ำสุดแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ติดลบ 26% และคาดว่าจากนี้ไปทิศทางการส่งออกจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและไม่ประมาท ส่วนแนวทางการดูแลการส่งออก คือ การเน้นส่งเสริมสินค้าและตลาดที่ยังมีศักยภาพอยู่ เช่น สินค้าอาหาร และตลาดตะวันออกกลาง แต่การจะอุดหนุนกำลังซื้อของคนอื่นคงทำไม่ได้ ต้องไปเน้นว่าในส่วนใดที่ยังสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้นมากกว่า