ข่าว

'ปีใหม่'คุมเข้ม'ทัวร์-รถไฟ-เครื่องบิน'

'ปีใหม่'คุมเข้ม'ทัวร์-รถไฟ-เครื่องบิน'

24 ธ.ค. 2555

'ทัวร์-รถไฟ-เครื่องบิน' เพิ่มเที่ยว งัดมาตรการคุมเข้มความปลอดภัยช่วงปีใหม่ : อนัญชนา สาระคู ... รายงาน

                           ใกล้วันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2556 กันเข้าไปทุกทีแล้ว ซึ่งในปีนี้มีวันหยุดติดต่อกันถึง 4 วัน ทำให้คาดการณ์กันว่าการเดินทางของคนกรุงมุ่งสู่ต่างจังหวัด ทั้งเพื่อการท่องเที่ยวและกลับบ้านจะหนาแน่นมาก ผ่านการเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะในทุกรูปแบบ คือ ทางบก ทางราง และอากาศ แค่เฉพาะรถทัวร์ ล่าสุดการจองตั๋วล่วงหน้าก็เต็มทุกที่นั่งแล้ว จะมีเหลือก็แต่ตั๋วที่ต้องไปซื้อกันหน้าเคาน์เตอร์ในวันเดินทางเท่านั้น

                           นสพ.คม ชัด ลึก ได้ตรวจเช็กความพร้อมของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็เตรียมแผนรองรับกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

 

บขส.จัดระเบียบลดแออัด

 

                           สำหรับการเดินทางที่คนไทยเลือกใช้มากที่สุด ยังคงเป็น “รถทัวร์” ซึ่งนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ตามปกติแล้วในช่วงปีใหม่จะมีผู้โดยสารจำนวนมาก และเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวด้วย ทำให้มียอดจองตั๋วล่วงหน้ากันมาก บขส.จึงได้วางแผนเตรียมรถให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ ซึ่งปีใหม่นี้คาดว่าจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น จึงเพิ่มจำนวนรถจากปกติอีก 50%

                           จากปัจจุบันจะมีรถวิ่งปกติอยู่กว่า 2,400-2,500 เที่ยวต่อวัน ก็เพิ่มเป็นกว่า 5,000 เที่ยวต่อวัน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเพียงพอต่อความต้องการใช้ รวมทั้งได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการรถร่วมให้เพิ่มปริมาณรถให้เพียงพออีกด้วย คาดว่าวันที่ 28 ธันวาคม 2555 จะมีประชาชนเดินทางมากที่สุด ส่วนขากลับคาดว่าจะทยอยกลับกันตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2556 ซึ่งได้เตรียมเที่ยววิ่งให้เพียงพอเช่นเดียวกับขาไป

                           "ขณะนี้การจองตั๋วล่วงหน้าเต็มหมดแล้ว จะมีเหลือคือการไปซื้อตั๋วในวันเดินทาง ซึ่ง บขส.ได้จัดเตรียมรถเพิ่มอีกกว่าพันเที่ยวเพื่อเสริมให้เพียงพอความต้องการ พร้อมระดมเจ้าหน้าที่ในการช่วยดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารอย่างเต็มที่ และขอฝากเตือนผู้โดยสารให้ซื้อตั๋วจากเคาน์เตอร์ของผู้ประกอบการขนส่งที่มีเคาน์เตอร์อยู่ภายในสถานีขนส่งเท่านั้น เพื่อป้องกันพวกมิจฉาชีพหลอกลวงขายตั๋วและป้องกันเกิดปัญหาถูกทิ้งกลางทาง” นายวุฒิชาติ กล่าว

 

นอกจากนี้ เพื่อลดความแออัดในสถานีขนส่ง บขส.จึงได้จัดพื้นที่ออกรถ ดังนี้

                           1. ผู้โดยสารที่จองตั๋วโดยสารของบริษัท (99,999) เส้นทางภาคเหนือ เฉพาะมาตรฐาน 1(ก), มาตรฐาน 1(ข), มาตรฐาน 1(พ), มาตรฐาน 4(ก) และมาตรฐาน 4(ข) และเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฉพาะมาตรฐาน 1(ก), มาตรฐาน 1(ข) และมาตรฐาน 1(พ) ให้ไปขึ้นรถที่กรมการขนส่งทางบก ตั้งแต่วันที่ 26-29 ธันวาคม 2555 ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. โดย บขส.ได้จัดรถตู้ไว้ให้บริการรับ-ส่งฟรี บริเวณด้านหน้าอาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)

                           2. ให้รถโดยสารมาตรฐาน 2 และมาตรฐาน 4(ค) เส้นทางภาคเหนือ จำนวน 5 เส้นทาง (เชียงราย, เชียงใหม่, น่าน, บ้านท่าตอน, ทุ่งช้าง) ไปออกวินบริเวณแนวถนนข้างทางออกด้านทิศเหนือ ตั้งแต่วันที่ 26-29 ธันวาคม 2555 ช่วงเวลา 17.30-22.50 น.

                           3. จัดพื้นที่ชานชาลาที่ 2, 4, 6, 8, 10 อาคาร 4 เป็นพื้นที่สำหรับออกรถโดยสารบริษัท เส้นทางภาคเหนือ รถปรับอากาศชั้น 2 และ ม.4(ค) ทุกเส้นทางทุกเที่ยวเวลา และรถมาตรฐาน 1(ก), มาตรฐาน 4(ก), มาตรฐาน 1(ข) และมาตรฐาน 4(ข) ที่จัดเสริมและจำหน่ายตั๋วหน้าท่าในวันเดินทางแต่ละวัน ในช่วงเวลาตั้งแต่ 05.00-18.00 น. และช่วงเวลา 18.00-24.00 น. ให้ใช้พื้นที่ชานชาลาที่ 110-122 อาคาร 5

                           4. สำหรับผู้ประกอบการรถร่วมที่จำหน่ายตั๋วล่วงหน้าเต็มแล้ว นำรถไปออกที่อู่ของตนเอง

 

                           ด้าน นางสุจินดา เชิดชัย หรือ เจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร กล่าวว่า เชื่อว่าขณะนี้การจองตั๋วรถโดยสารล่วงหน้านั้นเต็มหมดแล้ว แต่สำหรับผู้โดยสารที่มาซื้อตั๋วในวันเดินทางได้จัดเตรียมรถทะเบียน 30 เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 28-29 ธันวาคม 2555 น่าจะมีความแออัดมาก แต่เชื่อว่าทุกคนจะได้เดินทางกลับบ้าน ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็ได้เตรียมความพร้อมเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนไว้อยู่แล้ว

 

ร.ฟ.ท.เข้มดูแลความปลอดภัย

 

                           ส่วนการเดินทางโดยรถไฟ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) นอกจากเพิ่มขบวนรถไฟเพื่อรองรับการเดินทางในช่วงปีใหม่ ที่คาดว่าจะมีประชาชนมาใช้บริการจำนวนมากแล้ว ยังเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนด้วย

                           นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยที่กำหนดไว้ เช่น การห้ามใช้หลังคา ข้อต่อ บันไดเป็นที่โดยสาร หากมีผู้ใดฝ่าฝืนให้นายสถานีที่ขบวนรถหยุดหรือพบเห็นแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกลงจากหลังคารถ ส่วนกรณีไม่เชื่อฟังจะดำเนินการตามกฎระเบียบของการรถไฟฯ ต่อไป รวมทั้งการเตือนให้ผู้ใช้บริการบนขบวนรถระมัดระวังการเดินช่วงข้อต่อระหว่างตู้รถ โดยสารขณะขบวนรถวิ่ง เตือนการชะโงกหน้าหรือยื่นอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดออกนอกตัวรถ

                           "ร.ฟ.ท.ยังได้ประสานและขอความร่วมมือจากกองกำกับการตำรวจรถไฟให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีและบนขบวนรถ ดูแลป้องปรามปัญหาอาชญากรรม ซึ่งผู้โดยสารควรระมัดระวังทรัพย์สินมีค่า เก็บไว้ในที่มิดชิด การระวังกระเป๋าโดยอย่าฝากไว้กับผู้อื่น และอย่าให้บุคคลที่ไม่รู้จักจัดการเรื่องตั๋วโดยสารแทนด้วย" นางนวลอนงค์ กล่าว

                           นอกจากนี้ขอความร่วมมือจากผู้ใช้รถใช้ถนนให้ขับขี่ยวดยานด้วยความระมัดระวัง และมีวินัยจราจร ในกรณีที่เดินรถผ่านทางรถไฟเสมอระดับรถยนต์ ที่ทางรถไฟผ่าน หากปรากฏว่ามีเครื่องหมายหรือสัญญาณระวังรถไฟ มีสิ่งปิดกั้นหรือเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณแสดงว่ารถไฟกำลังจะผ่าน หรือ มีเสียงสัญญาณของรถไฟหรือรถไฟกำลังแล่นผ่านเข้ามาใกล้อาจเกิดอันตราย ในเมื่อจะขับรถผ่านไปผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถและหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร เมื่อรถไฟผ่านไปแล้วจะมีเครื่องหมายหรือสัญญาณให้รถผ่านได้

 

ทอท.เพิ่มกำลังคน-ลดเสี่ยง

 

                           ขณะที่การเดินทางโดยเครื่องบิน นายสมชัย สวัสดีผล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ทอท.จะเตรียมมาตรการรองรับการเดินทางหนาแน่นในช่วงปีใหม่ ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม-7 มกราคมของทุกปี โดยท่าอากาศยานที่อยู่ภายใต้การบริหารของ ทอท.6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, ภูเก็ต, เชียงใหม่, หาดใหญ่ และแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

                           สำหรับปีนี้ ในส่วนของการเดินทางคาดว่าจะมีผู้โดยสารหนาแน่นช่วงระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2555-5 มกราคม 2556 ผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท.ในภาพรวมจะมีเฉลี่ย 255,300 คนต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 24% หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 48,600 คน จากเที่ยวบินที่ให้บริการเพิ่มขึ้น 11% หรือเพิ่มขึ้นวันละ 144 เที่ยวบิน คือจากวันละ 1,332 เที่ยวบิน เป็น 1,476 เที่ยวบิน

                           ในด้านการอำนวยความสะดวกในส่วนของภาคพื้น ทอท.เน้นการทำประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้โดยสารได้เตรียมพร้อมเดินทางแต่เนิ่นๆ โดยขอให้เดินทางล่วงหน้าก่อนเครื่องออกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ ด้วยจำนวนผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการมากขึ้น รถยนต์ รถโดยสารที่เข้ามาในสนามบินก็จะมีมากขึ้น จึงได้เพิ่มกำลังในส่วนของระบบการจราจร ทั้งการเพิ่มเจ้าหน้าที่ เพิ่มเวร เพิ่มจุดตรวจ เพื่อช่วยระบายรถ และลดความขับแน่นในช่วงที่มีคนเดินทางจำนวนมาก

                           ขณะเดียวกันการรักษาความปลอดภัยก็จะเพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษจากระดับปกติ ให้มีการลาดตระเวนมากขึ้น ในด้านการบริการรถเข็น จะจัดเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรถเข็นให้มีการหมุนเวียนเร็วขึ้น จากปัจจุบันมีรถเข็นให้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ประมาณ 9,000 กว่าคัน ส่วนระบบสายพานลำเลียงได้สั่งการให้ตรวจตรา ตรวจสอบระบบการเข้าออกของกระเป๋า โดยเน้นไปที่บริษัทรับเหมาช่วงคือ บริษัทการบินไทย และบางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งดูแลในส่วนของการลำเลียงกระเป๋า

                           ในส่วนเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ขอความร่วมมือให้เพิ่มเวลาทำงานและเพิ่มค่าตอบแทนโอที จากปัจจุบันที่เพิ่มกำลังคนในส่วนนี้เข้ามาแล้วจากเดิมที่มีอยู่ 826 นาย เป็น 1,051 นาย ในส่วนของแอร์ไซด์ ไม่ว่าจะเป็นหลุมจอด งวงช้าง ได้สั่งให้เตรียมความพร้อม เพื่ออำนวยความสะดวกให้เข้าออกอย่างรวดเร็ว

                           "ในช่วงปีใหม่เราจะเพิ่มกำลังคนดูแลจากปกติราว 10% ซึ่งนอกจากด้านงานบริการ การจราจรแล้ว ยังเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัย จัดรถดับเพลิง เจ้าหน้าที่รักษาพยาบาลและอุปกรณ์เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น ซึ่งปกติเราก็มีความเข้มงวดอยู่แล้ว แต่ในช่วงที่ผู้โดยสารแออัดมากจึงต้องใช้ความเข้มข้นเป็นพิเศษ" นายสมชัย กล่าว

                           ในส่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวก มั่นคง และปลอดภัย โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2555-5 มกราคม 2556 ณ ชั้น 4 ห้องโถงผู้โดยสารขาออก บริเวณด้านทิศตะวันตกของอาคารผู้โดยสาร ในส่วนของสนามบินภูเก็ต ซึ่งค่อนข้างหนาแน่น เนื่องจากปัจจุบันมีผู้โดยสารเกินความสามารถรองรับของสนามบิน คือจากที่รองรับได้ 6.5 ล้านคน เพิ่มเป็น 9 ล้านคน เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี และมีเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศด้วย ทำให้ต้องเตรียมความพร้อมและบริหารจัดการ ขณะที่สนามบินเชียงใหม่ ปีที่แล้วมีผู้โดยสาร 4.5 ล้านบาท ปีนี้ลดลงเหลือราว 4.3 ล้านคน จึงยังสามารถรองรับได้อีก

 

 

---------------------

('ทัวร์-รถไฟ-เครื่องบิน' เพิ่มเที่ยว งัดมาตรการคุมเข้มความปลอดภัยช่วงปีใหม่ : อนัญชนา สาระคู ... รายงาน)