ข่าว

'ปชป.'จับตา'แม้ว'หนุนประชามติสุดตัว

'ปชป.'จับตา'แม้ว'หนุนประชามติสุดตัว

23 ธ.ค. 2555

"ปชป." จับตา "ทักษิณ"เดินเกมหนุนประชามติสุดตัว หลังส่งสัญญาณ 24.3 ล้านเสียงเรื่องหมู ดักคออย่าคิดใช้อุบายขัดกม. พร้อมขวางสุดตัวหากคิดยุ่ง ม.309

          วันที่ 23 ธ.ค.55  นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินมายังเวทีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่โบนันซ่า เขาใหญ่เมื่อคืนวันที่ 22 ธ.ค. โดยพ.ต.ท.ทักษิณแสดงความมั่นใจว่า การลงคะแนนเสียงผ่านการทำประชามติ จำนวน 24.3 ล้านเสียง ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของการผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนทำได้ไม่ยากเเละเป็นเรื่องหมูๆ ว่า หากพ.ต.ท.ทักษิณ จะสนับสนุนให้ทำประชามติไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ต้องจับตาดูคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณว่า การที่ออกมาแสดงความมั่นใจเช่นนี้มีจุดประสงค์ใดหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณ มักมีการใช้เล่ห์เพทุบายทุกรูปแบบเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการโดยไม่สนใจความชอบธรรม และถ้าทำอะไรที่ไม่ถูกต้องก็เชื่อว่าจะเกิดปัญหาอีกอย่างแน่นอน และพ.ต.ท.ทักษิณต้องแสดงความรับผิดชอบที่เป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมด
 
          นายองอาจ ยังกล่าวย้ำให้ประชาชนจับตาการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะในส่วน มาตรา 309 ว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังใช้กลยุทธ์โดยพยายามอ้างว่าหากใครไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรานี้ เท่ากับว่าเป็นพวกเดียวกับเผด็จการ ซึ่งถือเป็นการหลอกลวงประชาชนด้วยการใช้ประชาธิปไตยบังหน้า และพยายามปิดบัง อำพราง ความต้องการอย่างแท้จริง และแม้ว่าก่อนหน้านี้บรรดานักวิชาการและทุกภาคส่วนในสังคมก็ออกมาตั้งข้อสังเกตเช่นเดียวกันว่า การแก้ไขมาตรานี้จะเป็นปัญหาและสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้งมากขึ้น แต่รัฐบาลก็ยังจะคิดแก้มาตราดังกล่าวนี้ ซึ่งตนจึงมองว่าเป้าหมายการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 ที่แท้จริงก็เพื่อแก้ไขและล้มล้างทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับรัฐประหาร และเท่ากับว่ากระบวนการตรวจสอบหลังรัฐประหารถูกล้มเลิกไปโดยปริยาย เป็นการทำลายล้างระบบนิติรัฐ นิติธรรม ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลบอกให้ชัดเจนว่าเหตุใดต้องแก้ไขมาตรานี้และจะเกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไร เพราะการจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมาตรานี้ แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมนักการเมืองที่มีการอ้างประชาธิปไตยเท่านั้น
 
          “ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะหากแก้ไขมาตรานี้คดีที่ตัดสินไปแล้วจะถูกล้มล้างทั้งหมด พรรคไม่ได้เกลียดชังพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สนใจผู้หลบหนีคดีจะชื่อ ทักษิณหรือไม่ แต่การมาปกป้องเรื้องนี้ เพราะต้องการผดุงไว้ให้เป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม และความถูกต้องของบ้านเมือง” นายองอาจ กล่าว
 
          ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยพยายามระบุว่า หากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะต้องมีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับนั้น นายองอาจ กล่าวว่า การอ้างส.ส.ร.โดยโยงถึงหลักประชาธิปไตยนั้นเป็นการนำประชาธิปไตยมาบังหน้าเพื่ออำพรางความต้องการที่แท้จริง เพราะเมื่อพิจารณาสัดส่วนการได้มาซึ่ง ส.ส.ร.จำนวน 99 คนแล้ว จะพบว่ามีถึง 22 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลหาอีกเพียงแค่ 30 คนก็จะเกินครึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.ร.ทั้งหมด และอาจทำให้บังคับทิศทางการทำงานของ ส.ส.ร.ได้ อีกทั้งเมื่อมองพื้นฐานการเลือกตั้งปี 2554 แล้วจะเห็นว่ารัฐบาลสามารถควบคุมจำนวนเสียงส่วนใหญ่ได้หมด ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่รัฐบาลสามารถดลบันดาลให้มีรัฐธรรมนูญตามที่ตัวเองต้องการได้ ดังนั้นที่บอกว่า ส.ส.ร.เป็นตัวแทนจากประชาชนจึงไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่รัฐธรรมนูญที่จะยกร่างใหม่จะเป็นไปตามความต้องการของคนที่อยู่เบื้องหลัง คือ พ.ต.ท.ทักษิณ นั่นเอง


บี้ "รบ." ช่วยตามคดี "ราเมศ" หลังครบ 1 สัปดาห์ แต่ยังไร้แวว

           นายองอาจ แถลงตั้งข้อสังเกตภายหลังนายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส และจะครบ1 สัปดาห์ในวันวันที่ 24 ธ.ค.นี้ว่า จนถึงขณะนี้การดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถทำให้เกิดความไว้วางใจได้ และยังไม่มั่นใจว่าจะแสวงหาความยุติธรรมจนสามารถนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้จริงหรือไม่

          อย่างไรก็ตามรัฐบาลต้องไม่มองว่าเรื่องนี้เป็นคดีอาญาทั่วไป เพราะนายราเมศเป็นทีมกฎหมายคนสำคัญของพรรคเป็นรองโฆษกพรรค มีความเชื่อมโยงกับคดีความทางการเมืองต่าง ๆ จะบอกว่าเป็นคดีอาญาทั่วไปคงไม่ได้ โดยรัฐบาลต้องแสดงความจริงใจด้วยการแสดงออกในการดำเนินการเพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายมากกว่านี้ และหามาตรการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
 
          "ตนขออย่าให้เรื่องของนายราเมศต้องเงียบหาย เพื่อความเป็นธรรมต้องหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ และขอบอกว่านายราเมศไม่ใช่ตัวคนเดียว มีพรรคมีพวก มีผู้สนับสนุนการทำงาน ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ย่อมมีผู้ให้กำลังใจ หากเกิดความไม่เป็นธรรมก็เชื่อว่ามีคนพร้อมที่จะออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนายราเมศ ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งจับคนผิดให้ได้"