ข่าว

ทล.เตือน'ไม่เมา ไม่ซิ่ง'ถึงบ้านแน่

ทล.เตือน'ไม่เมา ไม่ซิ่ง'ถึงบ้านแน่

23 ธ.ค. 2555

ทล.เตือน..ครั้งสุดท้าย 'ไม่เมา ไม่ซิ่ง'ถึงบ้านแน่ : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร ผบก.ทล. โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ

              ใกล้ถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาชนส่วนใหญ่ต่างเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลแห่งความสุข อาจทำให้การจราจรบนถนนทางหลวงคับคั่ง แต่ขณะเดียวกันก็สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ทำให้ตำรวจทางหลวงต้องคอยดูแลและคอยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทางในช่วงนี้เป็นพิเศษ  พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร ผบก.ทล.ในฐานะผู้ดูแลความปลอดภัยบนถนนทางหลวงทั่วประเทศ ที่ยาวรวมกันกว่า 6.4 หมื่นกิโลเมตรนั้น จะมีมาตรการในการดูแลความปลอดภัยและให้คำแนะนำแก่ผู้ที่เตรียมตัวจะเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้อย่างไร

-ตำรวจทางหลวงเตรียมพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างไรบ้าง

              การเฝ้าระวังอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ จะเน้นรณรงค์ 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2555-2 มกราคม 2556 ทางกองบังคับการตำรวจทางหลวงได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องการรับมือปีใหม่ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน โดยมีการเตรียมกำลังตำรวจทางหลวงทั่วประเทศกว่า 2,000 นาย เตรียมความพร้อมที่จะให้บริการประชาชนและคอยอำนวยความสะดวกในเส้นทางหลวงทั้งหมด ซึ่งเหมือนทุกปีที่มีการเตรียมพร้อมในเรื่องของการแวะพักที่สถานีตำรวจทางหลวง ที่จะมีการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่เดินทางสัญจรไปมาในช่วงเทศกาลปีใหม่ และยังมีการเตรียมรถสายตรวจ ทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ รถยก รถพยาบาล ที่มีไว้เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวก อีกทั้งในแง่การบังคับใช้กฎหมายก็ยังมีการตั้งกล้องตรวจจับความเร็ว เครื่องบันทึกภาพ เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ไว้เพื่อควบคุมผู้ที่สัญจรเดินทางที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย

-สิ่งที่เน้นในการปฏิบัติหน้าที่ในเทศกาลปีใหม่ครั้งนี้

              ส่วนใหญ่ปัญหาของการเกิดอุบัติเหตุมาจากการขับรถเร็ว และการดื่มสุราขณะขับรถ ครั้งนี้ช่วงเวลาการตั้งด่านจะตั้งทั้งวัน แต่จะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียน ในช่วงหัวค่ำและช่วงกลางดึกจะพบว่ามีผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่ากฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก และปริมาณแอลกอฮอล์สูงมากเป็นพิเศษ ในส่วนของอุปกรณ์เครื่องเป่าวัดแอลกอฮอล์จะมีอยู่ทั่วไป ส่วนในสังกัด บก.ทล.ทั่วประเทศมีทั้งหมด 44 สถานี ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน และครั้งนี้มีการออกกฎหมายใหม่ตาม พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความผิดจะครอบคลุมไปถึงผู้ที่นั่งอยู่ในรถด้วย หากตรวจพบว่ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรถ ทั้งผู้ขับขี่และผู้ที่ดื่มจะมีโทษด้วย โทษก็ค่อนข้างจะหนัก โดยโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท จึงต้องมีการประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ ให้พี่น้องที่ใช้เส้นทางหลวงทราบว่า การที่ดื่มสุราในรถ ถึงแม้ไม่ได้ขับก็มีความผิด ถ้าตำรวจเห็นว่ามีการดื่มสุรากำลังยกขวดดื่มก็ถือว่ามีความผิดทันที ถ้าเขามีเทคนิคแพรวพราวในการหลบ เราก็จะมีอาสาสมัครตำรวจทางหลวงในการคอยดูตามปั๊มน้ำมันที่ประชาชนแวะเข้าไปใช้บริการใช้ห้องน้ำ หรือ ซื้อของ จะมีสายของอาสาตำรวจทางหลวงนอกเครื่องแบบ จะมีการแจ้งวิทยุให้มีการตรวจสอบรถคันนี้ให้ช่วยตรวจสอบหน่อย

-เหตุใดจึงต้องมีการมีการลงโทษคนโดยสารที่ดื่มสุรา

              เราต้องสร้างจิตสำนึกว่า คนที่ต้องเดินทางไปยังทางหลวงทั่วประเทศจะต้องไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลยทั้งคนที่ขับและคนที่นั่งอยู่ในรถ เพราะคนที่นั่งอยู่ในรถเมื่อมีการดื่มแอลกอฮอล์แล้วจะเกิดความฮึกเหิม หลายคนอาจจะร้องเพลงเสียงดัง ที่ทำให้คนขับเสียสมาธิ และอีกอย่างที่สำคัญคือ อาจจะมีการชวนคนขับกินเหล้า ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุสำคัญที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ บางคนจะคะยั้นคะยอให้เพื่อนดื่มว่า "สักแก้วไหม ไม่เป็นไรหรอก แก้วเดียวเอง" พอโดนยุ โดนแหย่ ก็อาจจะคล้อยตามผู้โดยสารที่นั่งดื่มสุราอยู่ ก็อาจเป็นบ่อเกิดของอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้ ส่วนจะช่วยลดอุบัติเหตุได้จริงหรือไม่นั้น ต้องดูสถิติหลังจากการออกกฎหมายมาแล้วกับช่วงที่ยังไม่ได้ออกกฎหมายนี้ ถ้าลดลงแสดงว่ากฎหมายนี้ได้ผล

-จะมีการเตือนหรือปฏิบัติกับผู้เดินทางที่ขับรถเร็วอย่างไร

              สำหรับปีนี้จะเดินทางไปไหนเรามีการติดกล้องจับความเร็วตลอดทางเป็นระยะๆ ในทุกสถานีตำรวจทางหลวง เช่น ออกไปตั้งแต่อยุธยา ที่พหลโยธิน และสายเอเชีย จะมีการเอากล้องจับความเร็วมาตั้ง พอเข้าสระบุรีก็มีอีก เข้าปากช่องก็มีอีก สถานีตำรวจทางหลวงทั่วประเทศจะมีสถานีละ 2 ตัว เครื่องจับความเร็วแล้วจะเก็บภาพไว้ ก่อนจะส่งจดหมายไปตามบ้าน และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตามทางโค้ง ทางขึ้นเนิน เครื่องหมายเส้นทางจะเป็นเครื่องหมายเส้นสีเหลืองทึบ ถ้าแซงไปจะไม่เห็นรถฝั่งตรงข้าม ถ้าแซงไปก็จะเกิดอุบัติเหตุบ่อย เช่น แถว อ.เถิน จ.ลำปาง หรือบริเวณ จ.เชียงใหม่ ก็จะมีการติดตั้งกล้องวิดีโอ ถ้ามีใครแซงขึ้นไปเราก็จะทำการบันทึกและมีการส่งจดหมายไปให้เขามาเสียค่าปรับว่าเขาทำผิดกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้าถึงทางอันตรายก็จะมีป้ายประชาสัมพันธ์อยู่แล้ว และป้ายทางโค้งก็มีอยู่แล้ว แสดงว่ามีการเตือนแล้ว ถ้าฝืนไปเกิดอุบัติเหตุเยอะมาก ก็คิดว่าน่าจะกลัวและเกรงใจกันบ้าง เพราะตำรวจเข้มงวดในเรื่องนี้

-จะแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัดและแนะนำทางเลี่ยงอย่างไร

              สำหรับวันปีใหม่ที่คนจะออกตั้งแต่ในช่วงเย็นวันที่ 28 และวันที่ 29 ที่มักจะมีปริมาณรถเยอะสะสมหนาแน่น เราก็จะเปิดเลนย้อนสวนให้ออกมากกว่าเข้า เฉพาะตรงที่มีปัญหาขยับไม่ได้ เกิดอุบัติเหตุ การเปิดเลนต้องใช้ความระมัดระวัง ต้องมีการใช้รถตำรวจทางหลวงส่งสัญญาณเตือน และมีการวางกรวยที่คนขับรถอีกฝั่งสามารถจะมองเห็น และเพื่อให้มีการลากปริมาณรถที่ติดขัดอยู่นั้น เพื่อไม่ให้สวนกันกับรถที่จะเข้าเมืองและเกิดอุบัติเหตุได้ เราก็เตรียมแผนไว้แล้วว่า ตรงไหนถ้ามีปัญหาควรจะเปิด หรือต้องมีการเตรียมรถไว้แล้ว และต้องมีการเตรียมกรวยที่จะต้องมากั้นไว้แล้ว รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงในการทำป้าย ซึ่งในวันที่เป็นขากลับกรุงเทพฯ ก็จะมีการทำเหมือนกัน โดยมีทางเลี่ยง อาทิ จุดที่ 1 ถ้าเดินทางไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ใช้ถนนรังสิต-นครนายก-ถนนสุวรรณศร-อ.บ้านนา-อ.แก่งคอย สู่ถนนมิตรภาพที่ กม.12 จุดที่ 2 เดินทางสู่ภาคเหนือให้ใช้ถนนกาญจนาพิเษก (วงแหวนตะวันตก) ใช้เส้นทางถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ชัยนาทออกสายถนนเอเชีย จุดที่ 3 เดินทางสู่ภาคเหนือ ติดขัดถนนสายเอเชีย ให้ใช้ถนนปทุมธานี-บางปะหัน ขึ้นสายเอเชียที่ กม.39

-มีการเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงในการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร

              มีการเน้นย้ำเสมอว่า ตำรวจทางหลวงต้องปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวก นำประชาชนที่จะมุ่งหน้ากลับบ้านหรือไปเที่ยวให้เดินทางด้วยความสะดวกและปลอดภัย และในช่วงปีใหม่ วันที่ 1-3 มกราคม ตำรวจทางหลวงจะให้ของขวัญปีใหม่แก่ผู้เดินทางคือไม่มีการจับกุมความผิดเล็กๆ น้อยๆ แต่จะมีให้เป็น "ใบเหลือง" เป็นสติกเกอร์ติด เพื่อแปะที่กระจกคนขับ เมื่อคนขับเห็นจะได้เตือนใจว่าตำรวจเคยเรียกเราแล้วนะ แต่เราไม่จับกุม ถือว่าอยู่ในช่วงปีใหม่

-แนะนำผู้ที่จะเดินทางในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่อย่างไร

              อันดับแรกอยากให้ทยอยกลับ ทยอยไป อย่าไปพร้อมกันๆ ออกเร็วหรือออกช้าไปหน่อย เพื่อเป็นการไม่ไปติดขัดอยู่บนท้องถนนพร้อมๆ กัน มันทำให้เสียเวลา อาจจะเสียวันไปหนึ่งวัน แต่เราขับรถสบายและไม่เกิดความหงุดหงิดใจ และปฏิบัติตามกฎหมาย ขับรถตามความเร็วที่กฎหมายกำหนด ไม่ควรเสพสุราโดยเด็ดขาดทั้งคนขับและคนนั่ง รวมทั้งการรอเลี้ยว การตัดหน้ากะทันหัน ก็เป็นสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่ค่อนข้างสูง ซึ่งอยากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใจเย็นๆ อย่าใจร้อน และคาดเข็มขัดนิรภัย ใส่หมวกกันน็อกก่อนขับขี่ ถ้าผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายอุบัติเหตุก็ไม่เกิด ก็อยากให้พี่น้องประชาชนเดินทางกลับบ้านปลอดภัย มีการวางแผนเส้นทาง เพื่อความปลอดภัยและสุขใจตลอดเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง ซึ่งหากพบเส้นทางที่มีปัญหาสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 1193 หรือแอพพลิเคชั่น Highway police สามารถโหลดได้ฟรีและขอความช่วยเหลือได้ทันที

.........................

(หมายเหตุ : ทล.เตือน..ครั้งสุดท้าย 'ไม่เมา ไม่ซิ่ง'ถึงบ้านแน่  : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร ผบก.ทล. โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)