
'พท.'วอน'ปชป.'หยุดคว่ำประชามติ
'พท.' วอน 'ปชป.' หยุดขวางแก้รธน.-คว่ำประชามติ ระบุทำตามนโยบาย เผย 24 ธ.ค. เตรียมหารือกรอบทำประชามติ ด้าน 'ขวัญชัย' หนุน 'รบ.' เดินหน้าแก้รธน.
22 ธ.ค.55 ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการแก้รัฐธรรมนูญที่ถูกฝ่ายค้านโจมตีว่า ขอฝากไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในเมื่อโลกไม่ได้สิ้นหรือแตกไปตามที่หลายฝ่ายวิตก จึงอยากขอความร่วมมือจากนายอภิสิทธิ์ให้เลิกสติแตกเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งก้าวข้ามพ.ต.ท.ทักษิณเสียที ที่สำคัญควรหยุดทำตัวเป็นตัวถ่วงเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 ซึ่งเป็นผลพวงจากความขัดแย้งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา
ส่วนกรณีที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่ตกผลึกเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนที่ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน และที่แถลงไว้ต่อสภาฯ ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับยกเว้นหมวดพระมหากษัตริย์ โดยมีประชาชนร่างเนื้อหาเองผ่านส.ส.ร.ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเลือกตั้ง และส่วนน้อยมาจากการสรรหาของผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนั้น ข้อกล่าวหาว่าหมกเม็ดแก้ มาตรา 309 เพื่อล้างคดีให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ เพราะรายละเอียดของเนื้อหาเป็นอำนาจของ ส.ส.ร.ซึ่งไม่สามารถถูกบงการจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวอีกว่า ขอให้พรรคประชาธิปัตย์เลิกโยงการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับ พรบ.ปรองดองฯ เพราะนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ก็ยืนยันแล้วว่า การนัดประชุมสภาฯ ในวันที่ 26 ธ.ค.จะยังไม่มีการพิจารณาพ.ร.บ.ปรองดองฯ โดยจะเลื่อนร่างกฎหมายสำคัญอื่น ขึ้นมาก่อน ทั้งนี้ ความพยายามที่จะโยงเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์อาจจะเป็นการให้ข้อมูลเท็จและทำให้ประชาชนเกิดความสับสนหรือต้องการให้การออกเสียงประชามติล่มอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการใช่หรือไม่ เพราะพรรคประชาธิปัตย์แสดงจุดยืนที่จะปกป้องรัฐธรรมนูญปี 50 มาโดยตลอด เพราะเคยได้เป็นรัฐบาลรวมทั้งเป็นนายกฯเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยไม่สนใจคำเตือนของนางสดศรี สัตยธรรม กกต. ที่ระบุว่าการโน้มน้าวดังกล่าวอาจทำให้ถูกยุบพรรคได้ หรือเป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่าชาตินี้จะไม่ถูกยุบถึงกล้าท้าทาย กกต.
ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวด้วยว่า สำหรับรายละเอียดในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น พรรคเพื่อไทยมีความเป็นประชาธิปไตย เรารับฟังความเห็นทุกฝ่าย คนที่เห็นแตกต่างก็ไม่มีปัญหา เมื่อพรรคเพื่อไทยมีมติเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง สมาชิกจะเคารพและให้ความร่วมมือกับมติพรรคในทุกเรื่อง ส่วนกรอบการหารือเรื่องการทำประชามตินั้น จากที่ประสานข้อมูลไปยังนายวราเทพ รัตนากร รมว.ประจำสำนักนายกฯ ทราบว่า ในวันที่ 24 ธ.ค.คณะทำงานจะมีการหารือกรอบคร่าวๆ ประกอบด้วย 1.การหารือเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติและจัดเวทีประชาเสวนา โดยจะหารือข้อกฎหมายว่าจัดเวทีพร้อมกันได้หรือไม่ เพื่อนำไปสู่ข้อยุติ 2.หารือเรื่องหน่วยงานรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียงประชามติ 3.ความรับผิดชอบในการตั้งคำถามการทำประชามติว่าควรจะเป็นหน่วยงานใด และ 4.กรอบเวลาในการออกเสียงประชามติ เพราะเกี่ยวเนื่องกับการออกพ.ร.ฎ.การลงประชามติของรัฐบาล ซึ่งเมื่อรัฐบาลออกพ.ร.ฎ.การลงประชามติแล้วต้องดำเนินการภายใน 120 วัน
'ขวัญชัย' หนุนรบ.เดินหน้าแก้รธน.
นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปร่วมประชุมกับ นปช.ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ถึงการเคลื่อนไหวในการแก้รัฐธรรมนูญ ว่า ชมรมคนรักอุดร ถือว่าเป็นคนรากหญ้า จึงต้องมองในภาพรวม เสียงส่วนใหญ่เอาอย่างไร เราพร้อมที่จะเดินตามเสียงนั้น และวันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางกับรัฐบาลไป 9 ข้อ และจะมีการประชุมพรรคเพื่อไทยในวันที่ 25 ธันวาคม นี้ ก็จะต้องดูว่าเป็นอย่างไร น่าจะมีข้อยุติในวันนั้น เราจึงต้องรอดูเสียงส่วนใหญ่ว่าจะเอาอย่างไร ผลออกมาอย่างไรชมรมคนรักอุดร ก็จะขอเดินตามเสียงนั้น
“ส่วนตัวของผมเองนั้น เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 นี้ เป็นรัฐธรรมนูญที่มีการวางกับดักเอาไว้เยอะ หากปล่อยต่อไปพรรคเพื่อไทยถูกยุบแน่นอน จึงจะต้องเร่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจะต้องไม่ไปฟังเสียงของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเผด็จการ ไม่เป็นประชาธิปไตย การที่ นายอภิสิทธิ์ฯ ออกมาเคลื่อนไหวให้คว่ำการแสดงประชามตินั้น หากมัวแต่ไปฟังนายอภิสิทธิ์ฯ พูด บ้านเมืองแตกแยกสาแหรกขาดแน่”นายขวัญชัย กล่าว
นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า นายอภิสิทธิ์ เมื่อวานพูดอย่างหนึ่ง แต่พอมาวันนี้ก็พูดอีกอย่างหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาเคยพูดเอาไว้ว่า ต้องไปทำประชามติ แต่รัฐบาลจะทำประชามติ ก็มาทำจดหมายเปิดผนึกให้ โนโหวต อย่างนี้หรือหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านของประเทศไทย ไม่มีวุฒิภาวะอะไร โดยเฉพาะพวกที่เป็นวอลเปเปอร์ทั้งหมด ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร แต่สื่อมวลชนกลับให้ความสำคัญกับคนเหล่านี้ เวลาพูดอะไรออกไปเป็นข่าวหมด



