
ไฟไหม้ห้างไอทีแกรนด์บางแค
ไฟไหม้ห้าง ไอทีแกรนด์ ย่านบางแควอด ระดมรถดับเพลิง 30 คัน ระดมฉีดร่วม 2 ชั่วโมงกว่าจะควบคุมเพลิงได้ คาดต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 6 เป็นโรงผลิตกางเกงในยี่ห้อดัง
เมื่อเวลา 22.00 น.พ.ต.ท.สมชาย นาคาอิ๊งศาสน์ พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สน.หลักสอง รับแจ้งมีเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้า "ไอ ที แกรนด์" ริมถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมรถดับเพลิงกว่า 30 คัน ที่เกิดเหตุเป็นอาคารเก่าสูง 6 ชั้น ยาวร่วม 10 เมตร โดยด้านข้างตัวห้างทั้งสองฝั่งมีอาคารพาณิชย์ปลูกติดกัน พบกลุ่มควันและแสงเพลิงลูกโหมไหม้อยู่บริเวณชั้น 6 อย่างรุนแรงก่อนลามเลียออกด้านข้างและชั้นล่างอย่างรวดเร็ว โดยมีพนักงานบางส่วนและชาวบ้านในละแวกพากันวิ่งหน้าตาตื่น บางรายหอบข้าวของหนีตายอย่างอลหม่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำงานอย่างยากลำบากเนื่องจากห้างดังกล่าวปิดทึบ มีป้ายโฆษณาปิดลอบตัวห้าง ทำให้ฉีดดับไฟยากลำบาก ประกอบกับถนนมีการก่อสร้างรถไฟฟ้า มีแท่งปูน ทำให้รถกระเช้าขึ้นไปไม่ได้ เจ้าหน้าที่เพียงแต่ฉีดน้ำเข้าจากภายนอกเท่านั้น โดยเพลิงลุกลามอย่างรุนแรงโดยพื้นอาคารเริ่มทรุดตัวพังลง เจ้าหน้าที่จึงรีบลากสายระดมฉีดสกัดจากทุกทิศทาง แต่กลับต้องพบอุปสรรค เพราะข้างอาคารเป็นเพียงแค่ตรอกแคบ ๆ ประกอบกับมีลมกรรโชกเป็นระยะ โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด แต่ยังคงต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้ เพื่อป้องกันการลุกติดขึ้นมาอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 23.50 น.มีรายงานจากศูนย์วิทยุป่อเต็กตึ๊งว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ในวงจำกัดแล้วเหลือเพียงกลุ่มควันและแสงเพลิงเพียงเล็กน้อย
นายจาตุรงค์ ผ่องลำเจียก ผู้อำนวยการเขตบางแค ที่เดินทางมายังที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ต้นเพลิงอยู่บริเวณชั้นที่ 6 ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ในการผลิตกางเกงใน คาดว่าน่าจะมีวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง จึงทำให้เพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง ส่วนที่มีการวิตกกันว่าอาคารอาจจะทรุดนั้น ขณะนี้ยังไม่มีรายงานในส่วนใด ๆ ของตัวอาคาร แต่ก็ได้สั่งให้การเจ้าหน้าที่ทำงานด้วยความระมัดระวัง แต่ก็มีรายงานบ่งชี้ว่ามีสัญญาณในการบิดตัวของอาคารอยู่บ้าง
ด้านศูนย์วิทยุพระราม ที่อำนวยการดับเพลิง แจ้งประชาสัมพันธ์เมื่อเวลา 23.23 น.โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่หยุดการใช้น้ำภายในตัวอาคาร เบื้องต้นคาดว่าอาจวิตกกังวลเรื่องของปริมาณน้ำที่ฉีดภายในตัวอาคารอาจสร้างน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นจนอาจเกิดอันตรายได้ โดยได้เปลี่ยนวิธีการเป็นการใช้น้ำฉีดจากด้านบนอาคารโดยใช้รถกระเช้าที่เพิ่งเดินทางมาถึงแทน นอกจากนี้ให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ฉีดน้ำจากด้านข้างอาคารแทนการเข้าดับไฟในตัวอาคาร กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 23.40 น. ศูนย์วิทยุมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แจ้งอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยให้ออกจากตัวอาคาร เนื่องจากพบเศษปูนร่วงหล่นจากเพดานและผนังภายใน ก่อนที่จะสามารถควบคุมเพลิงในวงจำกัดได้เมื่อเวลาประมาณ 23.50 น. โดยยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด



