ข่าว

แชทไลน์...กับเจ้านายบก.จร.

แชทไลน์...กับเจ้านายบก.จร.

22 ธ.ค. 2555

แชทไลน์...กับเจ้านายบก.จร. : สารพันตำรวจ โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ

              หากช่วงนี้เห็นตำรวจจราจรหลายคนที่มัวแต่จดจ่อกับมือถือ คอยพิมพ์แชทอยู่เป็นระยะ หรือคอยยืนถ่ายรูปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งสงสัยว่าตำรวจจราจรเหล่านั้นกำลังแอบแชทกับสาวๆ ที่ไหนอยู่หรือเปล่า แต่เขาเหล่านี้กำลังมีหน้าที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งคือ การแชทกับเจ้านาย ?!!

               การแชทกับเจ้านาย ที่ว่าคือการรายงานผลการปฏิบัติงานในพื้นที่ หรือรับคำสั่งได้ทันท่วงทีผ่านโปรแกรมสนทนาชื่อดังอย่าง ไลน์ (Line) หลังจากที่ พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผบช.น. ดูแลด้านงานจราจร มีแนวคิดเพียงสั้นๆ ว่า ต้องการให้การสื่อสารนั้นไปอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นที่มาที่ตำรวจจราจรทุกนายจะต้องมีการติดต่อสื่อสารผ่านกันทางโปรแกรมไลน์ ขณะที่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประกาศที่จะนำไลน์มาใช้ป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมเช่นเดียวกัน
 
               ทว่ากองบังคับการตำรวจจราจรได้มีการเริ่มนำร่องใช้โปรแกรมนี้กันตั้งแต่เดือนตุลาคม พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร บอกว่า เป็นแนวความคิดของ พล.ต.ต.วรศักดิ์ ที่อยากให้มีความสะดวกรวดเร็วในการสั่งการและสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้รับรู้และทราบในเรื่องหลักๆ เช่น หนังสือสั่งการในงานจราจร ข้อเน้นย้ำ เรื่องที่ตำรวจจราจรควรต้องรู้ และใครไปทำอะไรที่ไหนอย่างไรมาก็สามารถที่จะสามารถนำมาเผยแพร่ และเอาไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตัวเองได้ โดยทุกคนสามารถแชร์ข้อมูลร่วมกัน โดยมี บก.02 เป็นแม่ข่ายหรือตัวกลาง โดยใช้โปรแกรมไลน์ที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟน ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
  
               "ตอนนี้ใช้ไลน์ในการสื่อสารภายในก่อนขยับขยายไปให้ประชาชนได้ใช้งานในอนาคต หลักการทำงานจะมีห้องรวมที่มีการนำ ผู้บังคับบัญชา อย่าง รองผบช.น., ผู้บังคับการตำรวจจราจร, รองผู้บังคับการตำรวจจราจร, รองผกก.จร., สารวัตรจราจร ไปจนถึงรองสว.จร. ทั่วกรุงเทพมหานคร ให้มาอยู่ในห้องเดียวกัน ภายใต้ชื่อว่า บก.02 ที่มีตำรวจอยู่ในห้องนี้ประมาณ 72 นาย" พล.ต.ต.ปิยะ อธิบายถึงการตั้งกลุ่มไลน์
 
               พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์รถเครนเกี่ยวเสาไฟฟ้าล้ม ถนนพระราม 3 ก็ได้มีสารวัตรจราจรในพื้นที่มีการประสานเข้ามายังไลน์ของ บก.02 เพื่อรายงานความเสียหายในเบื้องต้น มีการส่งภาพถ่ายเข้ามาเพื่อให้มีการประเมินสถานการณ์ว่ามีความรุนแรงแค่ไหน เพื่อให้มีการบริหารจัดการเหตุการณ์ว่าเจอแบบนี้จะมีการสั่งการอย่างไรบ้าง และจะปิดถนนนานแค่ไหน ทางผู้บังคับบัญชาก็สามารถที่จะตรวจดูความเสียหายได้ รวมทั้งถ้าสงสัยว่าสารวัตรคนนั้นอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุจริงหรือไม่ ก็ให้ตำรวจคนนั้นถ่ายรูปตัวเองกับเหตุการณ์มา เพื่อเป็นการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจของเราเอง ว่าอยู่ในที่เกิดเหตุจริงอย่างที่รายงานมาหรือไม่
 
               "ขณะเดียวกันที่ได้ประโยชน์มากคือ การถ่ายทอดหนังสือเวียนที่มักจะส่งไปกว่าจะครบค่อนข้างช้า จะมีการส่งให้ตำรวจทุกนายได้ทราบก่อนที่จะมีหนังสือตัวจริงส่งไปที่ทำงาน ซึ่งการส่งไลน์ครั้งเดียวก็จะรู้หมดแถมยังได้รู้ในเวลาเท่าเทียมกัน เวลาเดียวกัน อีกทั้งยังประหยัดและรวดเร็ว ส่วนในภาคของการรับแจ้งจากภาคประชาชนต่อไปกำลังคิดว่าจะมีการรับแจ้งไลน์ ในเรื่องของข้อร้องเรียนปัญหาการจราจรต่างๆ ผ่านทางโปรแกรมไลน์ รวมทั้งในอนาคตจะใช้แทงโก้ ที่จะสามารถวิดีโอคอล ในการตรวจสอบ และรายงานผลการกระทำของลูกน้องให้เขารายงานผ่านวิดีโอคอล"
  
               ผบก.จร. บอกอีกว่า ในไลน์ก็จะมีการส่งสติกเกอร์ได้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะส่งเท่าไหร่ ก็ส่งได้นะพอให้มันคลายเครียด เป็นสีสัน ส่วนใหญ่จะเป็นตัวการ์ตูนที่มี คำว่า โอเค, ใช่, ยอดเยี่ยม มีบ้างที่มีคนส่งสติกเกอร์มา แต่ไม่ใช่ส่งพร่ำเพรื่อ เพราะในห้องสนทนาจะมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงอยู่ด้วย ใครเล่นมากก็ต้องมีการเตือนเหมือนกัน (ฮา)

               ด้าน  ร.ต.ต.หญิง กฤษณัฐ รู้กอง รองสารวัตร ฝอ.บก.จร บอกว่า ส่วนใหญ่ตำรวจไปที่ไหน หรือมีเหตุด่วนอะไร เจออะไร ก็มีการส่งไลน์สื่อสารถึงกัน บางครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ถามเรื่องข้อกฎหมายบางอย่าง มีการรายงานว่าใครอยู่ตรงไหน เมื่อก่อนใช้วิทยุสื่อสารก็ไม่รู้ว่าอยู่ในพื้นที่จริงหรือไม่ แม้ว่าช่วงแรกๆ ไม่มีใครสนใจเล่นไลน์ แต่เมื่อมีการขอความร่วมมือในการรับแจ้งผ่านไลน์ 24 ชั่วโมง เมื่อเขาลองใช้แล้วสะดวกและเร็วกว่า ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามารายงานตลอดทั้งวัน

..........

(หมายเหตุ : แชทไลน์...กับเจ้านายบก.จร. : สารพันตำรวจ โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)