ข่าว

จัดการพลังงาน!แก้ปัญหาไฟดับยาว

จัดการพลังงาน!แก้ปัญหาไฟดับยาว

22 ธ.ค. 2555

'สมุย-พะงัน' ไฟฟ้าดับยาว ความท้าทายในการจัดการพลังงาน : สุวรรณี บัณฑิศักดิ์ ... รายงาน

                           สาระสำคัญของคำประกาศขออภัยจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กรณีกระแสไฟฟ้าดับในพื้นที่ อ.เกาะสมุย และ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยบ่งชี้ที่มาของเหตุสุดวิสัยว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่จุดเชื่อมต่อสายเคเบิลใต้ดิน ระบบแรงดัน 115 เควี บนพื้นที่ อ.เกาะสมุย จนส่งให้ไม่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ระหว่างวันที่ 4-6 ธันวาคม โดยการแก้ไขสถานการณ์ขณะนั้น กฟภ.ได้สลับจ่ายกระแสไฟฟ้าจากสายจำหน่ายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 เควี  ให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งเกาะ โดยแบ่งจ่ายกระแสไฟฟ้าเป็น 7 พื้นที่ และพื้นที่ละ 2 ชั่วโมง, กฟภ.ขอความร่วมมือให้ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองของตนเองได้เดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อลดความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าโดยรวมออกไปจากระบบ, มีการจัดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 25 เครื่อง เข้าไปยังเกาะสมุย เพื่อเสริมการจ่ายกระแสไฟฟ้า ในขณะที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซม

                           ส่วนแผนงานเพื่อป้องกันปัญหา ที่ กฟภ.วางเอาไว้จากนี้ไปก็คือ เร่งรัดการก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี ช่วงสถานีไฟฟ้าแรงสูงขนอม (นครศรีธรรมราช) - สถานีไฟฟ้าเกาะสมุย 2 (วงจรใหม่) คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2556 และการจัดหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าติดตั้งบนเรือ เพื่อให้สามารถเคลื่อนที่ไปในพื้นที่เกิดเหตุตามเกาะต่างๆ นี่คือความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจาก กฟภ. ที่เผยแพร่ออกไปสู่สังคมในวันที่ 12 ธันวาคม 

                           ขณะที่ก่อนหน้านั้น (11 ธ.ค.) เครือข่ายผู้ได้รับความเสียหายกรณีกระแสไฟฟ้าดับบนเกาะสมุย-เกาะพะงัน นำโดย ประหยัด มีเพียร นายกสมาคมสมุย นำตัวแทนเดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาล  เพื่อยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ขอสนับสนุนการแก้ปัญหากระแสไฟฟ้าดับทั่วเกาะสมุยและเกาะพะงัน โดยมี สุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นผู้รับหนังสือ ส่วนเนื้อหาของหนังสือก็คือ การตอกย้ำถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งกับประชาชน ธุรกิจการค้าและภาคการท่องเที่ยว ที่ได้รับความเสียหายเบื้องต้นกว่า 2 หมื่นล้านบาท ข้อเรียกร้องที่ต้องการคือ การเยียวยาให้แก่ผู้ที่ได้รับความเสียหาย และการสร้างหลักประกันถึงความมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันนี้ขึ้นอีก

                           หากพิจารณาไปที่ผลกระทบโดยอ้อมจากเหตุการณ์ข้างต้น ผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เกียรตินาคิน ในฐานะผู้บริหารกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย (เอสพีเอฟ) ประเมินว่า ปัญหาไฟฟ้าดับบนเกาะสมุยไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสนามบินสมุย เนื่องจากมีไฟฟ้าสำรองทำให้เครื่องบินสามารถขึ้นลงได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม แรงสะท้อนที่ติดตามมาคือ การที่นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนหนึ่งเดินทางกลับออกไปจากพื้นที่ เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงสนับสนุนที่จะมีการสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว ทั้งนี้กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย มีรายได้ในสองช่องทาง โดยส่วนแรกจากจำนวนเครื่องบินที่ลงจอดบนสนามบินเกาะสมุย และค่าธรรมเนียมจากผู้โดยสาร

                           “ไฟฟ้าดับบนเกาะสมุยครั้งนี้ เกิดขึ้นยาวนานมาก ถือว่าเป็นบทเรียนให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในระยะยาวที่จะต้องรับมือ รัฐบาลเองก็ควรจะทบทวนนโยบายต่อการเร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ที่ผ่านมารายได้จากเกาะสมุย เกาะพะงัน รัฐบาลได้ไปมากแล้ว ดังนั้นจึงควรจะตอบแทบกลับมาให้พื้นที่ในรูปของการสนับสนุนการพัฒนาด้านต่างๆ" อำนาจ โชติช่วง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ส.อบจ.) เขต อ.เกาะสมุย ให้ความเห็น

                           ขณะที่ วรรณี ไทยพาณิชย์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน สะท้อนว่า เหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้นในขณะนั้น มีนักท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน 30% และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นต่างพากันเดินทางออกจากเกาะพะงัน เพราะได้รับผลกระทบจากโครงข่ายสื่อสาร

                           "ไฟฟ้าดับพอรับไหว แต่ระบบอินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้มันสร้างปัญหามาก ทำธุรกรรมทางการเงินไม่ได้ เพราะธนาคาประกาศหยุดทำธุรกรรมทางการเงิน นี่เป็นความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าสำหรับผู้ประกอบการหรือผู้ที่อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยว" นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน กล่าว

                           กรณีไฟฟ้าดับที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน มีที่มาจากสายเคเบิลหลักของระบบไฟฟ้าใต้ดินเส้นใหญ่ขนาด 115 เควี (กิโลโวลต์) เกิดระเบิด ซึ่งระบบไฟฟ้าดังกล่าวทำหน้าที่จ่ายไฟเลี้ยงทั้งเกาะสมุย และเกาะพะงัน โดยสายเคเบิลฝังอยู่ลึกใต้ผิวดิน 1 เมตร ระหว่างชายฝั่งบ้านพังกา-สถานีไฟฟ้าพังงา หมู่ 4 ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย เชื่อมมาจากสายเคเบิลใต้น้ำ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เกิดลัดวงจร และระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าวัดคีรีมาส บ้านพังกา ต.ตลิ่งงาม ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าดับตั้งแต่เช้าวันที่ 4 ธันวาคม ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 6 ธันวาคม และกลับมาใช้งานได้อีกครั้งวันที่  7 ธันวาคม

                           ผลกระทบตลอด 3 วัน ทั้งสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงันและสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ประเมินความเสียหายตรงกันว่า อยู่ในระดับหมื่นล้านบาท ด้วยเหตุที่ว่าเป็นความเสียหายทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน กิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว และระบบการสื่อสาร และคำถามที่ก่อตัวขึ้นตามมาก็คือ มาจากปริมาณสำรองไฟฟ้าของภาคใต้อยู่ในสภาพไม่เพียงพอด้วยหรือไม่ ข้อเสนอขององค์กรอนุรักษ์ "กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ที่เสนอให้เกาะสมุยและเกาะพะงันหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนและกระจายศูนย์ระบบพลังงาน เพื่อแก้ปัญหาไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยให้ข้อมูลที่สนับสนุนว่า

                           เหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน คือสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การจัดการระบบพลังงานในปัจจุบันอยู่ในภาวะไร้ประสิทธิภาพ เพราะถูกรวมศูนย์จากส่วนกลางและต้องพึ่งพลังงานจากแผ่นดินใหญ่ ดังนั้น หากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ถูกนำมารวมเข้าระบบเป็นส่วนหนึ่งของพลังงานไฟฟ้า ที่เกาะทั้งสองแห่งใช้อยู่รวมกัน 90 เมกะวัตต์ นี่จึงเป็นความมั่นคงทางพลังงานที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง สอดคล้องกับผลวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่ศึกษาศักยภาพพลังงานลมตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ถึง จ.สงขลา พบว่า ทิศทางลมสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมได้สูงถึง 1 หมื่นเมกะวัตต์

                           เป็นบทสรุปของปัญหาที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ และข้อเสนอที่เป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาที่น่าสนใจ

 

 

----------------------

('สมุย-พะงัน' ไฟฟ้าดับยาว ความท้าทายในการจัดการพลังงาน : สุวรรณี บัณฑิศักดิ์ ... รายงาน)