
ฮอตอิชชู่ : รักแรง...แฝงภัยร้าย!!
เวลามีความรักก็เหมือนได้โบนัส ทำให้มีความสุข แล้วเมื่อรักจากไปต้องรู้จักตัดใจ สำคัญต้องทำให้ตัวเองมีคุณค่า
เรื่องรักๆ เลิกๆ ของเด็กวัยรุ่น กลายเป็นประเด็นโหด กลับมาเป็นข่าวเขย่าขวัญบรรดาผู้ปกครองที่กำลังมีลูกหลานอยู่ในวัยหนุ่มสาวกันอีกแล้ว...!!! เพียงระยะเวลาแค่รอบสัปดาห์ ก็มีเรื่องราว "พิศวาสฆาตกรรม" อำพรางคดีให้เห็นถึง 2 ครั้ง 2 ครา แม้ต่างกรรมต่างวาระ ทว่ามีจุดเริ่มต้นเดียวกัน นั่นคือ "ความหึงหวงล้วนๆ"
วันนี้คงไม่มานั่งขุดคุ้ยว่าใครผิดใครถูก แต่จะมาว่ากันถึง "วัคซีน" ป้องกันมิให้เหตุการณ์ "รักร้าย" เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า..!!!
"กลิ้ง" เปรมวดี เอื้อสุขไพศาลกุล นักศึกษาปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ ม.สยาม ยอมรับว่าได้ยินข่าวความรุนแรงในหมู่วัยรุ่นแล้วรู้สึกตกใจ เพราะเท่าที่ผ่านมาไม่ค่อยเกิดขึ้นถี่ โดยเฉพาะกับผู้หญิงเพศอ่อนแอถูกคู่รักหรือเพื่อนชายหึงโหดจนถึงแก่ชีวิต ในฐานะที่ตัวเองก็มีแฟนก็แอบหวั่นใจกลัวเพราะบางครั้งคนบางคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ที่คบนานๆ ก็ยังทำกันได้
"ก็ยังคิดเข้าข้างตัวเองว่าคงไม่พบเหตุการณ์แบบนี้ ตั้งแต่เริ่มคบกันจะเปิดใจคุยกันว่าแต่ละคนนิสัยใจคออย่างไร อย่างเรามีขี้วีนบ้าง หึงหวงบ้าง ก็พยายามปรับเปลี่ยนนิสัยให้เข้ากันให้ได้ ในมหาวิทยาลัยก็เคยเจอเหตุหึงหวงแรงๆ อย่างเพื่อนผู้หญิงโดนแฟนตบมา ผู้ชายที่ก่อเหตุสารภาพว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบ แต่พอมีสติก็มาขอโทษและปรับความเข้ากัน นั่นแสดงว่าผู้ชายคนนี้มีอารมณ์รุนแรง ซึ่งถ้าหลายคนเป็นแบบนี้คิดว่าเป็นปัญหาใหญ่แน่นอน แล้วส่งผลกระทบต่อสังคมไทย คนรุ่นต่อไปอาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ถ้าไม่มีใครให้สติ" เปรมวดี แสดงทัศนคติ
อีกหนึ่งตัวแทนวัยรุ่นแต่ไม่วุ่นรัก "ตูน" ชนาพล จั่นลา นักศึกษาปี 4 คณะศิลปศึกษา สาขาดนตรีคีตศิลป์ไทยศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กล่าวถึงเรื่องความรักว่าสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย และปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นมักมาจากช่วงวัยที่ไม่พร้อม เช่น ในหมู่วัยรุ่น มักมีค่านิยมผิดๆ คิดว่าการรักๆ เลิกๆ นั้นไม่เห็นเป็นอะไร ซึ่งความคิดตรงนี้ทำให้ค่านิยมของสังคมและวัฒนธรรมผิดแปลกไปจากเดิม
"ประเด็นหลักๆ มาจากความไม่พร้อมหรือยังไม่เข้าใจในเรื่องของความรักดีพอ ถ้าเป็นกรณีของผู้ใหญ่ใช้ความรุนแรงเข้าตัดสินปัญหา คิดว่าผิดตรงที่ไม่ใช้สติ หรือความรอบคอบในการตัดสินปัญหา เพราะเมื่อใช้ชีวิตร่วมกันหรือคบหาดูใจกัน ต้องทำความเข้าใจว่าเหมือนลิ้นกับฟันที่ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา ขนาดคนในครอบครัวยังมีทะเลาะกันได้เลย ฉะนั้นเมื่อไม่เข้าใจกันต้องปรับให้ยอมรับซึ่งกันและกันให้ได้ โดยไม่เอาตัวเองเป็นใหญ่ ซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมในปัจจุบันที่ยังไม่มีการแก้ไขให้ดีขึ้น" หนุ่มตูน กล่าว
ถึงจะมีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน ทว่าคุณพ่อของลูกสาววัยรุ่นถึง 2 คนคือ "น้องไหม" ทิพยมาศ วัย 22 ปี และ "น้องมิ้นต์" กมลมาศ วัย 19 ปี "คุณหลาน" ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ผอ.สำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่ม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ยอมรับว่า ค่อนข้างเครียดแทบทุกครั้งที่ได้ยินข่าวประเภทนี้ แต่ด้วยความเชื่อมั่นในตัวลูกที่สั่งสอนดูแลมาอย่างใกล้ชิด และให้ความรักความอบอุ่นมาตลอด จึงมั่นใจว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับลูกสาวทั้ง 2 คนอย่างแน่นอน
"ผมว่าครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราต้องเริ่มจากลูกๆ เราก่อน สิ่งสำคัญเลยคือต้องสอนให้เขามีสติรู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรอยู่ ถึงกระนั้นเราก็คงไม่สามารถควบคุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ด้วยบทบาทความเป็นพ่อก็พยายามคิดไว้เสมอว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เราต้องพยายามบริหารความเสี่ยง อย่างเวลามีคนมาจีบลูกสาวผมเชื่อว่าคงไม่มีพ่อคนไหนยอมรับง่ายๆ แต่ก็ต้องทำใจว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ สมัยเราในช่วงวัยนี้ก็มีเรื่องแบบนี้เช่นกัน โชคดีอย่างหนึ่งคือผมเป็นคุณพ่อที่ค่อนข้างแสดงออกเรื่องความรัก ด้วยการบอกรักเขาตลอด ซึ่งผมเชื่อว่าความรักความอบอุ่นที่ครอบครัวมีให้จะเป็นเกราะคุ้มครองให้พวกเขาประพฤติตัวเหมาะสม" คุณพ่อลูก 2 ให้ความเห็น
เพราะทุกวันนี้เด็กเรียนจริยธรรมน้อยไป ทำให้รักตัวเองมากกว่าจะเคารพคนอื่น คือ มุมมองของคุณแม่ซึ่งมีลูกสาววัย 16 ปี และลูกชายวัย 14 ปี พรรณพิมล แตงอินทร์ พร้อมกับเปิดใจว่า ถึงลูกๆ จะย่างเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว แต่ก็ยังไม่สนใจเรื่องคบหาเพื่อนในรูปแบบความรัก จึงค่อนข้างเบาใจ แต่ถึงอย่างนั้นทุกครั้งที่ได้รับรู้ข่าวร้ายเกี่ยวกับวัยรุ่นอดรู้สึกเสียดายไม่ได้
"เห็นข่าวแล้วรู้สึกเสียดายชีวิตเสียดายอนาคตของเด็ก ส่วนหนึ่งตั้งข้อสังเกตเพราะทุกวันนี้วิชาจริยธรรมมีสอนน้อยเกินไป ในโรงเรียนหรือผู้ปกครองส่วนใหญ่มุ่งเน้นให้ลูกหลานเรียนหนังสือเก่งๆ จนลืมเรื่องนี้ ส่งผลให้เด็กรักแต่ตัวเองจนลืมเคารพคนอื่น ในฐานะแม่นอกเหนือจากการดูแลให้ความอบอุ่น ความรักความเข้าใจ ก็เลือกใช้วิธีการยกตัวอย่างจากข่าวบ้าง หรือประสบการณ์ของตัวเองบ้าง ว่าถ้าเจอเหตุการณ์ประมาณนี้ควรทำอย่างไร หรือหากมีความประพฤติเช่นนี้แล้วจะส่งผลเสียต่อตัวเองและคนรอบข้างเช่นไร กรณีการคบหาเพื่อนฝูง จะคอยบอกลูกๆ ว่าไม่ควรไว้ใจมากเกินไป โชคดีที่ลูกๆ เป็นเด็กติดบ้าน ทำให้ยังไม่เจอปัญหาเหล่านี้ แต่ในทางตรงข้ามแอบห่วงไม่ได้ เพราะเมื่อลูกไม่เที่ยวไม่ค่อยมีสังคม ก็เกรงว่าจะโดนหลอกง่ายๆ เช่นกัน" คุณแม่กล่าวด้วยน้ำเสียงติดกังวล
ทางออกอยู่ไหน ใครควรเป็นเจ้าภาพ...ในมุมของผู้ที่คลุกคลีอยู่กับปัญหาวัยรุ่นมานาน นพ.ปราการ ถมยางกูร นายแพทย์เชี่ยวด้านเวชกรรม สาขาจิตเวช กลุ่มงานจิตเวช รพ.ราชวิถี มองว่า เดี๋ยวนี้วัยรุ่นไทยหันหน้าเข้าหาธรรมะมากขึ้น แต่ส่วนหนึ่งก็นิยมใช้ความรุนแรงมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งมีที่มาจากหลายสาเหตุ ทั้งสิ่งแวดล้อมทางสังคม ติดเกม พฤติกรรมเลียนแบบสื่อต่างๆ ตลอดจนชอบหมกตัวอยู่คนเดียว จนลืมหาความสุขจากการออกกำลังกาย การคบเพื่อนดีๆ ทำให้เวลามีปัญหาโดยเฉพาะการหาทางออกเรื่องความรักมักใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล
"วัยรุ่นกลุ่มนี้มักโหยหาความรัก เมื่อได้มาก็จะยึดติดมากกว่าคนทั่วไป และเมื่อสูญเสียก็คิดว่าไม่เหลืออะไรแล้ว เพราะมักรู้สึกว่าฉันรักเธอ เธอก็ต้องมารักฉัน พอถูกเลิกรักก็โกรธ แล้วเป็นความแค้นต่อด้วยการคิดทำลายล้าง ถ้าตัวไม่ได้คนอื่นก็อย่าหวัง ส่วนประวัติครอบครัวพบว่าส่วนใหญ่มาจากครอบครัวหย่าร้าง แล้วทำให้รู้สึกเสียศูนย์ตั้งแต่วัยเด็ก พอโตขึ้นก็มากลายเป็นสูญเสียซ้ำ ทุกวันนี้เรามีการสอนเพศศึกษา แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยได้สอนกันคือถ้าผิดหวังในความรักแล้วต้องทำอย่างไร
มีวิธีสังเกตวัยรุ่นที่มีแนวโน้มตัดสินปัญหาความรักด้วยความรุนแรงใหม ต้องบอกว่าสังเกตยาก ต้องลองพูดคุยกับเขา ถ้าได้ยินเขาพูดว่าถูกทิ้งแล้วอยู่คนเดียวไม่ได้ หรือถ้าไม่ได้ใครอย่าหวัง ต้องให้ความสนใจอย่าให้ผ่านเลย แล้วค่อยๆ พูดคุย ปรับมุมมองนั้นว่าเวลามีความรักก็เหมือนได้โบนัส ทำให้มีความสุข แล้วเมื่อรักจากไปต้องรู้จักตัดใจ สำคัญต้องทำให้ตัวเองมีคุณค่า ซึ่งคนรอบข้างก็ช่วยได้ บอกเขาไปเลยว่าเป็นคนมีคุณค่านะ เป็นที่ต้องการของสังคมนะ เพราะเวลาโกรธคนกลุ่มนี้จะมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง" จิตแพทย์วัยรุ่น แนะ



