
'มาร์ค'แนะรบ.หยุดแก้รธน.เพื่อ'แม้ว'
'อภิสิทธิ์' แนะ 'รัฐบาล' หยุดแก้รธน.-กม.ปรองดอง เพื่อช่วย 'แม้ว' พ้นผิด หวั่นขัดแย้ง-เศรษฐกิจถดถอย แนะ 'ยิ่งลักษณ์' ฟังเสียงทักท้วง
21 ธ.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ 9 ประเด็นแต่ยังไม่มีการแยกมาตรา และยืนยันว่ามาตรา 309 ไม่ใช่ตัวปลดพันธะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้นั้น ตนไม่รู้ว่า 9 ประเด็นที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุคืออะไรบ้าง แต่ก็มีสิทธิ์ที่จะคิด แต่เท่าที่ฟังดูเหมือนกับว่ารัฐบาลยังไม่ตกผลึกเรื่องนี้ เพราะบางคนยังเดินหน้าให้ทำประชามติ บางคนก็ให้แก้เป็นรายมาตรา แต่อะไรก็ตามที่ไม่ไปสร้างปมความขัดแย้งขึ้นมาก็เป็นทางออกได้ทั้งนั้น ส่วนการแก้ไขมาตรา 309 ที่หลายฝ่ายมองว่าจะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หลุดพ้นจากคดีทุจริตนั้น เป็นเพราะรัฐบาลเองมีความคิดว่าเรื่องนี้จะทำให้การทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มีปัญหา ซึ่ง พรบ.ปรองดองที่รัฐบาลเสนออยู่เป็นเรื่องที่ขัดกับรัฐธรรมนูญก็ใช้ไม่ได้ ทั้งมาตรา 309 และประเด็น คตส.ซึ่งจะทำให้เกิดประเด็นโต้แย้งขึ้นมาอีก จึงทำให้เกิดความคิดที่จะแก้มาตรา 309 ขึ้นมา โดยพยายามให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญควบคู่ไปกับพรบ.ปรองดอง ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาของ พ.ต.ท.ทักษิณทั้งสิ้น จนทำให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมืองจนถึงขณะนี้
“ผมจึงเน้นกับรัฐบาลว่าหากปล่อยเรื่องนี้ไปกับวันสิ้นโลก ทุกอย่างจะได้เดินหน้าไปได้ เดี๋ยวสิ้นโลกแล้วแต่ยังสิ้นคิดกันอยู่ก็จะเป็นปัญหาไม่สิ้นสุด ถ้าไม่ปล่อยเรื่องนี้บ้านเมืองก็ติดหล่ม คนขัดแย้งกัน เราก็เสียโอกาสและนับวันจะเสียโอกาสมากขึ้นเรื่อยๆ จากการที่คนไม่มีความมั่นใจว่าบ้านเมืองจะเดินไปอย่างไรจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลเพราะจะเป็นผู้มีมติว่าจะทำหรือไม่ หากยังคลุมเครืออยู่ก็ยังเดินหน้าไม่ได้ เพราะทั้งหมดที่เสียเวลาในวันนี้เพราะรัฐบาลทำให้เกิดความกังวลเรื่องความขัดแย้งเพื่ออะไรควรจะมีการทบทวนดู ซึ่งตนเสนอว่ารัฐบาลควรคว่ำร่างนี้ไปและมาเริ่มต้นใหม่ ซึ่งจะยุติปัญหาและความกังวลลงได้มา รวมถึงการถอนร่างพรบ.ปรองดองออกจากสภาด้วย
'อภิสิทธิ์' แนะ 'ยิ่งลักษณ์' ฟังเสียงทักท้วง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้นในขณะที่ความขัดแย้งยังคงอยู่ และในปีหน้าก็ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงเรื่องความเข้มแข็งและปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องเศรษฐกิจจากปัจจัยภายนอกและภายใน รวมทั้งนโยบายของรัฐบาล เช่น การขึ้นราคาพลังงาน ราคาอาหารที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้นล้วนเป็นตัวกระทบต่อประชาชนอยู่แล้ว ขณะที่ไทยถูกประเมินจากต่างประเทศนับวันจะมีผลกระทบหลายเรื่อง เสียโอกาสการแข่งขันขณะที่จะเดินเข้าสู่ประชาคมอาเซียนซึ่งทำให้ไทยเสียโอกาส ถ้าไม่ละจากปัญหาความขัดแย้งที่เป็นปัญหาของคนๆเดียว
เมื่อถามว่าการบริหารประเทศ 1 ปีที่ผ่านมาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำให้ประเทศถดถอยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลายเรื่องมีความถดถอยจากการประเมินจากต่างประเทศ จึงถึงเวลาต้องแก้ไขและเผชิญกับความเป็นจริง ซึ่งไทยมีปัจจัยเสี่ยงอยู่หลายประการและการเมืองที่มีความขัดแย้ง นำไปสู่การประท้วง จะเป็นตัวฉุดไม่ให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ก็ต้องถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่ามองเรื่องเหล่านี้อย่างไร เพราะตนไม่ทราบว่านายกฯคิดอะไรในเรื่องนี้ แต่หากจะเชื่อคนรอบข้างว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นไรและจะมีคนจัดการให้เองปัญหาก็จะไม่ไปไหน และเมื่อเวลาผ่านไปก็จะยิ่งเห็นชัด ซึ่งตนก็หวังว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะฟังเสียงท้วงติงจากรอบข้าง และหยิบปัญหาขึ้นมาแก้ไขเพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปัดความรับผิดชอบไม่ได้อยู่แล้ว



