ข่าว

รองผู้จัดการโอเกะซัด'เอกยุทธ'สั่งรุมยำ

รองผู้จัดการโอเกะซัด'เอกยุทธ'สั่งรุมยำ

21 ธ.ค. 2555

'คำรณวิทย์'แถลงคดีรองผู้จัดการโอเกะซัด'เอกยุทธ'สั่งรุมยำ ยันทำงานโปร่งใส ด้าน'เอกยุทธ'แจงเปล่ารุม เชื่อเป็นเรื่องการเมือง

                      เมื่อเวลา 11.00 น.พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น. 4 พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย ร่วมกันแถลงข่าวกรณี นายจตุพล มังกรทอง อายุ 31 ปี รองผู้จัดการร้าน คาราโอเกะ ซิตี้ ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม แขวงและเขตลาดพร้าว ผู้เสียหายที่ถูกกลุ่มคนร้ายทำร้ายร่างกาย เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. เวลาประมาณ 20.00 น. ต่อเนื่องถึง วันที่ 19 ธ.ค.เวลาประมาณ 00.30 น.โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีที่สื่อให้ความสนใจและติดตามความคืบหน้า ยืนยันว่าจะทำงานด้วยความโปร่งใสและตรงไปตรงมา รีบดำเนินการให้โดยเร็วที่สุด

                      พล.ต.ต.นัยวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อวันเวลาดังกล่าว มีกลุ่มคนร้ายเข้ามารุมทำร้ายผู้เสียหายที่ร้านคาราโอเกะดังกล่าว ในพื้นที่ สน.โชคชัย หลังจากรับประทานอาหารและดื่มกินกันเสร็จ จึงได้ให้ทางร้านคิดค่าใช้จ่าย จำนวน 38,895 บาท โดยกลุ่มลูกค้าได้มัดจำล่วงหน้าแล้ว 4,000 บาท จึงเรียกเก็บเงินส่วนที่เหลือ 34,895 บาท ซึ่งชายคนหนึ่งในกลุ่มลูกค้าได้ให้ร้านนำบัตรเครดิตไปทำการชำระเงิน โดยผ่านรูดบัตรผ่านเครื่องอิเล็คทรอนิค ปรากฎว่า บัตรดังกล่าวหมดอายุไปแล้วในปี 2554 ทำให้กลุ่มลูกค้าไม่พอใจ จนต้องเปลี่ยนเครื่องรูดบัตรเป็นเครื่องอื่นจนสามารถรูดได้

                       พล.ต.ต.นัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ต่อมา ทางกลุ่มลูกค้าได้ให้พนักงานร้านเรียก ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นรองผู้จัดการร้านออกมาพร้อมใช้กำลังประทุษร้าย รวมทั้ง ใช้ขวดน้ำอัดลมขว้างใส่ประตูกระจกห้องแคชเชียร์แตกเสียหาย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้เสียหาย และน.ส.เฟื่องฟ้า คันทะมูล เจ้าหน้าที่แคชเชียร์ ได้รับบาดเจ็บ และชายกลุ่มดังกล่าวได้นำสลิปเรียกเก็บเงินที่ได้จากการรูดบัตรไปทำลาย นอกจากนี้ กลุ่มคนร้ายได้ออกไปยิงปืนขึ้นฟ้า จำนวน 3 นัด บริเวณหน้าร้านดังกล่าว ในลักษณะข่มขู่พนักงานร้าน ก่อนเดินทางกลับ

                         จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดครั้งนี้มีทั้งหมด 6 คน จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ผู้เสียหาย และพยานบุคคล ในที่เกิดเหตุพบว่า มีนายเอกยุทธ อัญชันบุตร และนายสุขอนันต์ ปัญญาวณิชบวร ร่วมก่อเหตุด้วย ส่วนบุคคลที่เหลือตามภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ในระหว่างสืบสวนต่อไป

                        นายจตุพล กล่าวว่า มีพนักงานในร้านเรียกตนให้มาดูแลกลุ่มคนร้ายเพื่อความเรียบร้อย แต่กลับถูกรุมทำร้ายร่างกาย โดยมีนายเอกยุทธ เป็นคนสั่งการทั้งหมด พร้อมใช้ปืนข่มขู่ด้วย แต่เท่าที่ตนสังเกตไม่พบว่ามีใครเมาสุราแต่อย่างใด

               
 

"เอกยุทธ"แจงเปล่ารุมทำร้ายเด็กเสิร์ฟ เชื่อเป็นเรื่องการเมือง ขู่เอาคืนตามมาตรา 157 และ แจ้งความเท็จ

                นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเนชั่น ถึงกรณีที่ตกเป็นข่าวว่า ทำร้ายร่างกายพนักงานร้านคาราโอเกะว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยวันดังกล่าวตนได้แวะไปงานสังสรรค์ที่ร้านคาราโอเกะซิตี้ ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม จนเวลาประมาณ  24.00 น.ก็เลิกและผู้ที่จองร้านไป เขาก็เข้าไปชำระบัตรเครดิตโดยใช้บัตรอเมริกันเอ็กซ์เพรส  แต่ทางร้านบอกว่าไม่รับ ตนจึงเสนอให้เอาบัตรวีซ่าของตนไป ซึ่งพนักงานก็เอาไปแต่ก็มาแจ้งว่า รูดไม่ได้ ทำให้ตนถามว่า เมื่อรูดไม่ได้ทำไมไม่โทรไปถามทางบัตรเครดิต  เรื่องนี้ตนคิดว่าทางร้านคงอยากได้เงินสดมากกว่า  ตนก็เลยเดินไปที่เคาน์เตอร์และสอบถามว่า ไหนที่รูดไม่ได้ ทางร้านก็แจ้งว่า บัตรหมดอายุ  ตนก็ถามว่าไหนบอกสักครู่ว่าบัตรรูดไม่ได้แล้วมาตอนนี้บอกบัตรหมดอายุ ตนก็เลยเอาให้ดูว่าบัตรหมดอายุปีหน้า พร้อมทั้งบอกว่า หากเครื่องใช้ไม่ได้ ก็บอกว่าใช้ไม่ได้ อย่ามาบอกว่าบัตรใช้ไม่ได้ หากบอกอย่างนี้ตนไม่จ่าย อยากได้เงินสดก็บอกกันดีๆ

                นายเอกยุทธ กล่าวต่อว่า จากนั้นตนก็ได้ถามว่ามีเครื่องรูดบัตรกี่เครื่อง เมื่อรูดไม่ได้ทำไมอ้างว่าโทรไม่ติดจะให้เรียกตำรวจก็ได้ แต่ทำอย่างนี้ตนถือว่าจะโกงผู้จัดการร้านที่เป็นผู้หญิงจึงบอกว่าเคลียร์ได้ พร้อมทั้งบอกว่าที่ร้านมีเครื่องรูดบัตร 5 เครื่อง และจะมาขอบัตรตนไปรูดด้านบน ซึ่งตนก็ไม่ยอมเพราะเขาเอาไปหลายครั้ง และเรื่องแบบนี้อาจจะโกงได้ เขาจึงเอาเครื่องมารูดบัตรให้ตนต่อหน้า ซึ่งก็ปรากฏว่า รูดได้ตามปกติ ตนจึงถามว่า ทำไมสักครู่บอกว่าใช้ไม่ได้    ซึ่งกรณีนี้ตนถือว่า มีเจตนาที่ไม่ดี และจากนั้นอยู่ดีๆ ก็มีผู้ชายมาอยู่ด้วย  มีเสียงคนทะเลาะวิวาท และวิ่งหนี ตนก็บอกว่าให้กลับบ้านกันไป  และบอกด้วยว่า หากมีอะไรก็ให้ติดต่อมา ซึ่งเมื่อตนได้สลิปที่รูดมาตนก็จะไม่อยากเอาสลิปกลับเพราะขี้เกียจเก็บก็เลยขว้างทิ้งไป ไม่มีอะไร และได้เรียกคนของตัวเองกลับ ขากลับตนยังขับรถกลับเองได้ ผ่านด่านได้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะไม่ได้เมา

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการทะเลาะวิวาทมีคนของนายเอกยุทธอยู่ด้วยหรือไม่ นายเอกยุทธ ยอมรับว่า กลุ่มของตนก็มีเรื่องมีการล็อกคอกันแต่ก็แยกย้ายกันกลับไม่มีอะไร และตนก็ไม่ได้ยิงปืนตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

               นายเอกยุทธ กล่าวต่ออีกว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมาสามวันแล้ว ซึ่งก่อนนี้ก็มี ตำรวจที่โรงพักโทรมาถามตน หาว่าตนไปเบี้ยวค่าอาหาร ซึ่งก็ขอให้ตำรวจไปเช็คให้ดี ตนไม่ใช่ประชาชนที่ไปขู่อะไร  เพราะตนจ่ายไปแล้ว เบอร์โทรตนก็มี

                "เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องตีหัวหมาด่าแม่เจ็ก แต่นี่ ผบช.น. ถึงขนาดออกมาแถลง  งานนี้เป็นการเมืองแน่ๆ  เรื่องนี้มันสำคัญอย่างไร เรื่องขนาดที่ปรึกษากฎหมายประชาธิปัตย์โดนทำร้ายจนสาหัสยังทำอะไรไม่ได้ แต่เรื่องนี้คนแค่ต่อยกัน กลับมาแถลงข่าวมันทุเรศ ผมอยากให้ออกหมายมา  จะได้รู้ว่าผมทำอะไรผิด คนเราต้องมีหลักฐาน ถึงจะมาแจ้ง ไม่ใช่ลุแก่อำนาจ ไม่ใช่มาออกหมายทางทีวี  อยากเตือนคนที่แถลงข่าวว่าจะออกหมาย เรามีมีมาตรา 157 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และข้อหาแจ้งความเท็จ ถ้าอยากเล่นก็เอา"นายเอกยุทธ กล่าว