
ระทึกวันสิ้นโลก!แห่บูชาราหูนอนโลง
ฤกษ์ระทึกวันสิ้นโลก!จัดพิธีบูชาราหู สะเดาะเคราะห์นอนโลงหลากสี ที่วัดโคกช้าง จ.พิษณุโลก ขณะที่นทท.แห่ขึ้นปราสาทภูเพ็ก พิสูจน์วันสิ้นโลก โดยนุ่งขาวห่มขาวทำบุญ
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 ธันวาคม 2555 ที่วัดโคกช้าง หรือ วัดเทพกุญชร ม.3 ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก พระอาจารย์มหานิยม ฉนฺทวาที เจ้าอาวาสวัดเทพกุญชร ได้จัดพิธีบูชารับส่งพระราหูส่งท้ายปีมะโรง โดยช่วงเช้าของวันนี้ ได้ทำพิธีถวายมหาสังฆทาน บูชาพระราหู และสวดนพเคราะห์ และทำพิธีบังสุกุลนอนโลงหลากสี เพื่อแก้เคล็ด เสริมโชคลาภ มีชาวพิษณุโลกเข้ามาร่วมพิธีจำนวนมาก เนื่องจากวันนี้ เป็นวันที่มีกระแสข่าวลือเรื่องวันโลกแตก
พระมหานิยม กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันฤกษ์ระทึก แรงเงาราหู พระราหูเคลื่อนย้ายจากราศีตุลย์มาอยู่ร่วมกับดาวเสาร์ ซึ่งในรอบหลายปีเวียนย้ายครั้งใดก็จะส่งผลต่อดวงชะตาบ้านเมือง และส่งผลต่อผู้เกิดปีชงต่าง ๆ เช่น ปีมะโรง ปีมะแม ปีจอ ปีฉลู ปีเถาะ หรือ ผู้ที่เกิดวันอังคาร วันพฤหัส วันเสาร์ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็ควรทำบุญสร้างกุศลตามวัดอารามต่าง ๆ ไถ่ชีวิตสัตว์ต่าง ๆ หรือ บริจาคโลงศพ หรือ ร่วมพิธีกับทางวัดต่าง ๆ
ฉะนั้น ในวันที่ 21 ธ.ค.ที่ชาวโลกต่างหวาดกลัวว่า โลกจะถึงกาลวินาศนั้น ชาวพุทธควรตั้งสติให้ดี อันการเกิด แก่ เจ็บตายนั้น เป็นธรรมดาของชีวิต เราควรเชื่อในพระรัตนตรัยนี้ว่า ศาสนาพุทธจักอยู่ดำรง 5,000 ปี โดยเฉพาะปีนี้ ปีพุทธชยันตี 2,600 ปีผ่านมา พุทธศาสนาเราก็ยังเป็นปึกแผ่นอยู่ ฉะนั้น สาธุชนสบายใจได้ แต่ควรหมั่นสร้างบุญกุศลเอาไว้
สำหรับพิธีบูชารับ-ส่งพระราหูส่งท้ายปีมะโรงของวัดเทพกุญชรนั้น เริ่มในวันที่ 21 ธ.ค.ภาคเช้า ทำพิธีถวายมหาสังฆทาน บูชาพระราหู ภาคบ่ายทำพิธีสวดนพเคราะห์ ภาคค่ำ ทำพิธีไหว้สวดรับ ส่งพระราหูเรือนมหาสมบัติ วันที่ 22 ธ.ค. ทำพิธีถวายมหาสังฆทาน ภาคบ่ายทำพิธีสวดเทวดานพเคราะห์ย้ายราศีเข้าเรือน ภาคกลางคืนทำพิธีบวงสรวงเทพยดา
นทท.แห่ขึ้นปราสาทภูเพ็ก พิสูจน์วันสิ้นโลก โดยนุ่งขาวห่มขาวทำบุญ
ปรากฏการณ์ความเชื่อตามปฏิทินโบราณของชาวชนเผ่ามายา ทำให้เกิดกระแสความตื่นตัวไปทั่วโลกว่า จะเป็นวันสิ้นโลก ทำให้หลายพื้นที่ได้มีกลุ่มคนไปรวมตัวเพื่อจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของเย็นวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีประชาชนจำนวนมากทยอย เดินทางไปยังพระธาตุภูเพ็ก ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ตามที่นักพิภพวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ ในนามทีม ‘พยัคฆ์ภูเพ็ก’ ได้ประกาศว่า ‘โลกจะยังหมุนต่อไป’ พร้อมจะพิสูจน์ด้วยการวัดแกนโลก และสังเกตองศาการขึ้นของพระอาทิตย์ในเช้าวันที่ 21 ธ.ค. โดยผู้ที่เดินทางมาต่างพร้อมใจนุ่งขาวห่มขาว และนำเต็นท์และที่นอน มาพักค้างคืนเพื่อรอชมการพิสูจน์ในช่วงเช้าด้วย ซึ่งก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พรรณานิคม และ อปพร.จากอบต.นาหัวบ่อ มาคอยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยตลอดทั้งคืน
ทั้งนี้ ก่อนที่จะขึ้นไปบนยอดภูเพ็ก ที่ตั้งของปราสาทภูเพ็ก ปราสาทขอมโบราณสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อายุมากกว่าพันปี ประชาชนส่วนหนึ่งได้เข้าสวดมนต์ไหว้พระภายในวัดพระธาตุภูเพ็ก โดยมีพระอาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ฐิตสีโล หรือ ครูบาแก้วสารพัดนึก เจ้าอาวาสวัด เป็นผู้นำสวดมนต์ พร้อมกล่าวเตือนสติให้ทุกคนอยู่ในความไม่ประมาท และสติ จากนั้นประชาชนที่เตรียมเต็นท์และที่นอนมา ได้เดินเท้าขึ้นไปบนยอดพระธาตุภูเพ็ก ผ่านบันไดกว่า 491 ขั้น ซึ่งปราสาทภูเพ็ก จังหวัดสกลนคร นับเป็นโบราณสถานสมัยขอมเรืองอำนาจแห่งเดียวที่อยู่บนยอดภูเขาสูง 520 เมตร จากระดับน้ำทะเล ขณะที่ปราสาทขอมอื่นๆ เช่น ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทตาเมือนธม มีความสูงแค่ 300 เมตร
โดยบรรยากาศทั่วไปบนยอดภูเพ็ก ประชาชนที่ขึ้นมาต่างแยกย้ายจับจองพื้นที่เพื่อกางเต็นท์ และเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อตื่นขึ้นมารอชมพระอาทิตย์ขึ้นในช่วงเช้า และรอพิสูจน์การวัดองศาของแกนโลก จากทีมพยัคฆ์ภูเพ็ก ขณะที่มีประชาชนส่วนหนึ่ง ได้ไปนั่งล้อมวงสวดมนต์รอบตัวปราสาทภูเพ็ก และนั่งสมาธิ เพราะมีความเชื่อว่าจะได้รับพลังของจักรวาล ในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าตรู่
นางโสภา ใจแจ้ง ซึ่งเดินทางจาก จ.นครราชสีมา พร้อมกับครอบครัว กล่าวว่า ไม่ได้มาต้องการพิสูจน์อะไร ส่วนตัวไม่เชื่อว่า จะเกิดเหตุการณ์ตามข่าวลือ แต่ที่เดินทางมา เพราะความสนใจในเทวสถานโบราณเก่าแก่ ทำให้สัมผัสได้ถึงพลังธรรมชาติ จึงเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อศึกษา และมีหลายเหตุการณ์ที่ตนเองได้สัมผัส และเกิดขึ้นจริง ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่า วันที่ 21 ธ.ค.จะไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่อนาคตเชื่อว่าจะต้องมาถึง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆกับตนเองคือ ได้เดินขึ้นเขา ได้ออกกำลังกาย ได้รับอากาศบริสุทธิ์ ก็ทำให้ร่างกายแข็งแรง
ขณะที่ นางอุไรวรรณ หมอยาดี ชาวบ้าน ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม กล่าวว่า ตนเองถือโอกาสมาสวดมนต์ นั่งสมาธิปฏิบัติธรรม ส่วนข่าวที่ว่าโลกจะแตก ก็รับรู้จากข่าวสาร แต่ก็ไม่เชื่อ แต่อย่างไรก็ตามการขึ้นมาก็อยากดูว่าจะเป็นอย่างไร และถือว่ามาพิสูจน์ตามคำกล่าวอ้าง เช่นเดียวกับ กลุ่มนักศึกษาชมรมวิทยาศาตร์ ม.ราชภัฏสกลนคร กว่า 20 คน ที่เดินทางขึ้นมาพักแรมและทำกิจกรรม กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เชื่อตามคำทำนาย เพราะทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล แต่การขึ้นมาก็ได้ประสบการณ์ และมาพิสูจน์ตามหลักวิทยาศาตร์
ด้านนายสรรค์สนธิ บุญโยทยาน อดีตเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสกลนคร ที่ผันตัวมาเป็นนักพิภพวิทยา และมีความเชี่ยวชาญเรื่องดาราศาสตร์ หนึ่งในทีม 'พยัคฆ์ภูเพ็ก’ กล่าวว่า การพิสูจน์แกนโลกนั้นได้เริ่มมาตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 20 ธ.ค. ถึงช่วงบ่ายวันที่ 21 ธ.ค.นี้ โดยในเวลา 21.00น. วันที่ 20 ธ.ค. ทีมพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ นำโดย นพ.ศิริโรจน์ กิตติสารพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ จะขึ้นไป บนปราสาทภูเพ็ก เพื่อวัดมุมเงยของดาวเหนือ
“ดาวเหนือถือเป็นดาวที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลง หากใช้อุปกรณ์ครึ่งวงกลมวัดมุมเงยขึ้นไป 17 องศา จากหินทับหลังของปราสาทภูเพ็กด้านทิศเหนือ จะเห็นดาวเหนือ หากแกนของโลกยังชี้ไปที่ดาวเหนือทำมุมที่ 17 องศา แสดงว่าแกนโลกยังเท่าเดิม และเวลา 06.00 น.เช้าวันที่ 21 ธค. ทั้งหมดจะขึ้นไปสังเกตการขึ้นของพระอาทิตย์ รวมทั้งตรวจสอบการหมุนของโลกด้วยนาฬิกาทราย ซึ่งหากดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับผิวโลกที่เส้นรุ้ง 23.5 องศาใต้ ก็ยืนยันได้ว่า โลกจะยังไม่หยุดหมุน และสยบข่าวลือที่บอกว่าเป็นวันสิ้นโลก ซึ่งไม่ต้องการให้ประชาชนแตกตื่น แต่ต้องพิสูจน์ด้วยหลักการวิทยาศาสตร์” นายสรรค์สนธิ กล่าว
................................
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



