ข่าว

'สดศรี'ไม่หวั่นศึกลต.ผู้ว่าฯกทม.

'สดศรี'ไม่หวั่นศึกลต.ผู้ว่าฯกทม.

21 ธ.ค. 2555

'สดศรี' ไม่หวั่น เลือกตั้ง'ผู้ว่าฯกทม.'ระบุ เป็นเหมือนการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วไป หนุน'เฉลิม'แก้รธน.รายมาตรา ชี้สมัย'อภิสิทธิ์'เคยทำมาแล้ว

                 เมื่อเวลา 09.30 น. นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ว่า ขณะนี้ก็เห็นว่าหลายพรรคก็ได้กำหนดตัวผู้สมัครแล้ว แต่ยังต้องรอดูตัวของสองพรรคใหญ่ยังไม่ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่ง กกต.ได้มีการตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วไว้ดำเนินการตรวจสอบเก็บข้อมูลไม่กังวลอะไร เพราะการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ก็เหมือนกับการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วไป อาทิ เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดังนั้น กกต.ก็ต้อรอดูว่าจะมีการกระทำผิดระหว่างการเลือกตั้งหรือไม่

 

หนุน"เฉลิม"แก้รธน.รายมาตรา ชี้สมัย"อภิสิทธิ์"เคยทำมาแล้ว

                นางสดศรี กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เสนอให้การแก้รัฐธรรมนูญเดินหน้าโดยสภาฯ ซึ่งแก้เป็นรายมาตรา แทนการทำประชามติว่า เห็นด้วยกับ ร.ต.อ.เฉลิม ที่เสนอแก้โดยสภาฯ เป็นรายมาตรา เชื่อว่า เป็นการลดความขัดแย้งได้และที่ผ่านมาในสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เคยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 เป็นรายมาตรา อาทิ การเลือกตั้ง สส.จาก เขตเดียว 3 เบอร์ เป็นเขตเดียวเบอร์เดียว พร้อมแก้เรื่องเปลี่ยนระบบ สส.บัญชีรายชื่อ และแก้ไขมาตรา 190 โดยเป็นการแก้ไขผ่านสภาฯไปแล้ว ซึ่งไม่มีปัญหาอะไรยุ่งยาก

                “การที่ ร.ต.อ.เฉลิม เสนอมานั้น ก็เป็นเรื่องที่ดี ที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาใด ๆ ขึ้นมา และการทำประชามติมีข้อวิตกกังวลหลายเรื่อง เรื่องแรกคือ จำนวนคนที่จะมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ จะเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงหรือไม่ เท่าที่ทราบหลายคนมีความกังวลเรื่องนี้ อีกทั้งเชื่อว่า ปัญหาต้องเกิดขึ้นมากมายอย่างแน่นอน เพราะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และนำมาสู่เรื่องร้องเรียนเข้ามา กกต.ให้พิจารณาหลายเรื่อง เช่น การหลอกลวง ชักจูงให้ไปลงคะแนนเสียง หรือคัดค้านไม่ให้ไปออกเสียง ที่อาจจะผิด พรบ.การออกเสียงประชามติ”นางสดศรี กล่าว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยไว้ หากเดินหน้าทำประชามติโดยยึดคิดสัดส่วนเสียงตาม พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 อาจจะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 (2) นางสดศรี กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 มีมาตรา 9 ของ พรบ.ประชามติฯ ประกอบไว้เพื่อรองรับแล้ว ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็เคยพิจารณาในกรณีดังกล่าวไว้แล้ว ตามคำวินิจฉัยที่ 17 / 2552 ว่า เนื้อหาของร่าง พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 ทั้ง 45 มาตรา ที่สภาฯส่งมาให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยนั้น มีความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าไม่ขัดหรือแย้งกัน อย่างไรก็ตาม หากใครที่ยังสงสัยก็สามารถส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยอีกได้ ถ้าทางศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องดังกล่าว ก็จะทำให้การทำประชามติชัดเจนยิ่งขึ้น

               เมื่อถามถึงกรณีที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา ระบุว่า ถ้ารัฐบาลจะเดินหน้า พรบ.ปรองดอง ให้ใช้แนวทางเดียวกันกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการทำประชามติฟังเสียงประชาชน นางสดศรี กล่าวว่า สามารถทำได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรตรา 165 ระบุไว้ชัดเจนในเรื่องการทำประชามติว่า ถ้าเรื่องใดที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับประชาชนและประเทศชาติก็สามารถทำประชามติ เพื่อถามความเห็นประชาชนได้และตนคิดว่าเรื่องปรองดอง ถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสียกับประชาชน ก็สามารถทำประชามติได้เช่นกัน