
พล.อ.สนธิปัดยังไม่สนใจเล่นการเมือง
"พล.อ.สนธิ"ปัดยังไม่สนใจเล่นการเมือง เพียงคิดจะช่วยชาติด้วยวิธีที่ดีที่สุดอย่างไร เผยยังไม่เห็นทหารคนใดมีศักยภาพพอตั้งพรรคการเมือง เชื่อแก้รัฐธรรมนูญเป็นวิธีหนึ่งในการแก้วิกฤตขัดแย้ง แต่ไม่แน่ใจจะใช่วิธีดีที่สุดหรือไม่
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้ตอบข้อซักถามพิธีกรและผู้สื่อข่าวก่อนเริ่มการเสวนา โดยกล่าวถึงบทบาทของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันว่า จากเหตุการณ์ที่พัทยา กระทรวงมหาดไทย เป็นการแสดงออกถึงความเป็นผู้นำ ซึ่งมีความชัดเจนเด็ดเดี่ยว และมีความน่ารักเป็นส่วนประกอบโดยรวมที่มีคนชื่นชมยอมรับได้ นายกฯแสดงบทบาทที่ปฏิบัติจริง ซึ่งตนรู้สึกชื่นชม
สำหรับอนาคตทางการเมืองนั้น พล.อ.สนธิ กล่าวว่า จริง ๆ แล้ว พอมีข่าวเกิดขึ้น ก็เลยนั่งคิดว่าอยู่ดี ๆ ไม่ได้ทำอะไร ก็ยังมีข่าวว่าตนจะเล่นการเมือง ดังนั้นจึงคิดว่าหากจะเล่นการเมือง ก็ถือเป็นสิทธิเสรีภาพแต่ละบุคคลในการรวมกลุ่ม
การทำในสิ่งที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายถือว่ากระทำได้ อย่างไรก็ตาม ในเหตุการณ์สงกรานต์ที่ผ่านมา ทำให้ตนคิดว่ารับราชการมาเกือบ 40 ปี จะช่วยชาติอย่างไรได้บ้าง ซึ่งต้องเลือกวิธีที่ดีที่สุด ดังนั้นการเข้าไปช่วยชาติ ต้องเป็นสิ่งที่สังคมยอมรับ แล้วทำให้ตัวเรามีความสุข
ต่อข้อถามว่า ขณะนี้มีกลุ่มการเมืองติดต่อให้ร่วมงานหรือไม่ และจะส่งพล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก อดีตผบ.ทอ .และอดีตสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เข้ามาเล่นการเมืองเพื่อคานอำนาจหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า สำหรับตน หากใครจะมาชวนให้ทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบก่อนว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร ต้องใช้การวิเคราะห์ให้ทั่วถึง ไม่ใช่ใครมาจูงไปทางไหนก็ไป
ส่วนกรณี พล.อ.อ.ชลิตนั้น ส่วนตัวไม่มีโอกาสพบกันบ่อย และถ้าพบกันก็ไม่คุยเรื่องการเมือง เพราะทุกคนกำลังมีความสุข ซึ่งใครมาถามตนว่าบ้านเมืองเป็นอย่างไร ก็บอกว่าบ้านเมืองดี เพราะตนไม่ฟังข่าว ดูหนังดูสารคดีดูกีฬาเขียนหนังสือ เชื่อว่า พล.อ.อ.ชลิต คงคิดเหมือนตน
เมื่อถามถึงการเรียนปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์การเมือง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการลงเล่นการเมืองหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่มีเป้าหมายอะไร แต่ตัดสินใจเพราะอาจารย์ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง มาชักชวนให้เรียนเพื่อใช้เวลาว่างหลังเกษียณ เมื่อไปลงสมัครแล้วถึงได้รู้ว่าเป็นคณะรัฐศาสตร์การเมือง โดยหัวข้อการศึกษาคือทำอย่างไรให้การเมืองดีขึ้น
ซึ่งตนจะวิเคราะห์ถึงการล้มลุกคลุกคลานของประชาธิปไตยในประเทศไทย การมีรัฐธรรมนูญหลายฉบับและผ่านการปฏิวัติมาหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม ตนมองว่า หลังจากนี้ไม่น่าจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้น เพราะเงื่อนไขทางสังคมเปลี่ยนไป ตอนนี้มีกลุ่มบุคคลหลายฝ่ายเกิดขึ้น จึงไม่ควรทำอย่างยิ่ง
เมื่อถามว่า ถ้าเลือกได้จะทำปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่ขอพูดเรื่องที่ผ่านมา เพราะพูดไปก็เท่านั้นประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ถามว่าถ้าไม่มีวันนั้นจะมีอะไรเกิดขึ้นในวันนี้ อย่างไรก็ตามขอให้เชื่อว่าหลังผ่านเหตุการณ์ดังกล่าวมาแล้วตนได้รู้อะไรดีๆ
เมื่อถามว่าทหารควรออกมาทำการเมืองใหม่หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ทหารเข้ามายุ่งการเมืองผิดหลักการในระบอบประชาธิปไตย หากสีเขียวออกมาเล่นการเมืองต้องมาอย่างถูกต้องตามขั้นตอน ซึ่งคนในกองทัพที่มองเห็นขณะนี้ไม่มีใครมีศักยภาพพอที่จะตั้งพรรคการเมืองได้ ที่ผ่านมาใครมองหน้าตน ก็ไม่มีใครคิดว่าตนจะปฏิวัติ แต่ที่ตัดสินใจทำเพราะมีเหตุจำเป็น ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ ส่วนกรณีที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยตั้งพรรคการเมืองนั้น ตนเห็นด้วยกับพันธมิตรฯ ที่จะตั้งพรรคการเมือง ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ใครสามารถลงมาสู้ทางการเมืองตามระบบ
พล.อ.สนธิ กล่าวถึงท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลไทยในฐานะประธานอาเซียน ต่อประเทศพม่าว่า ทหารมีหน้าที่ทำตามคำสั่งและสนองนโยบายรัฐบาล แต่ถึงอย่างไรเรากับประเทศเพื่อนบ้านต้องรักกัน แม้เงื่อนไขทางประวัติศาสตร์จะทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งก็ต้องพยายามแก้ไข ตนเคยพูดคุยกับคนในกองทัพว่า จะทะเลาะกับใครก็ได้ แต่อย่าทะเลาะกับพม่าจะทำอะไรต้องมองยุทธศาสตร์ของชาติ วิเคราะห์ให้ลึกว่าพม่ามีความสัมพันธ์กับใคร ใครอยู่ข้างหลังพม่า ประเทศมหาอำนาจจะคิดถึงผลประโยชน์แห่งชาติ ถ้าเราลืมมองจุดนี้จะขาดทุนทันที เพราะพม่ามีทั้งทรัพยากรจำนวนมากทั้งในน้ำ บนดิน ในทะเล โดยเฉพาะทรัพยากรใต้ดินที่สามารถนำไปสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ดังนั้นเราจึงต้องคิดให้รอบคอบว่าควรจะแสวงหาประโยชน์แห่งชาติอย่างไร
"พล.อ.สนธิ"เชื่อแก้รธน.ช่วยแก้วิกฤตขัดแย้ง
พล.อ.สนธิ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50ว่า ในฐานะมีส่วนร่วมกับรัฐธรรมนูญ ปี 50 เห็นว่า บุคคลที่ทำร่างรัฐธรรมนญได้คิดอย่างรอบคอบแล้ว และได้ผ่านมติของประชาชน ส่วนที่จะให้มีการแก้ไขมาตรา 190 กับ มาตรา 237 และ มาตรา 309 นั้นตนมองว่านักการเมืองทุกพรรคก็มีส่วนรวมในการคิดเรื่องนี้อยู่แล้ว และประชาชนเป็นผู้ตัดสินขึ้นอยู่กับทางด้านการเมือง
เมื่อถามว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญควรทำประชามติก่อนหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะที่ผ่านมาประชามติมาจากประชาชน ส่วนจะแก้เพื่อตัวเองหรือไม่นั้นตนอยากจะให้นักการเมืองคิดเอาเอง อย่างไรก็ตาม
ตนเห็นว่ารัฐควรจะผ่านประชามติ
ต่อข้อถามที่ว่าในการแก้วิกฤติการเมืองนอกจากการแก้ไขรัฐธรรมนญ มองว่าจะมีหนทางอื่นอีกหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นวิธีหนึ่ง แต่ตนไม่แน่ใจว่าวิธีการใดจะดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งอีกครั้งหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ทุกฝ่ายควรนั่งคุยกันว่าจะทำอย่างไร โดยใช้ความเห็นของภาคประชาชนเป็นส่วนสำคัญ ถ้าเข้ามาร่วมกันคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เมื่อถามว่าหากพันมิตรฯตั้งพรรคขึ้นมาแกนนำจะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคมองว่าเหมะสมหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ถามว่าสิทธิ เสรีภาพตรงนี้ทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้คงเป็นไปได้



