
'เฉลิม'โอดขาดงบฯซื้อเครื่องสกัดยา
'เฉลิม' โอดขาดงบประมาณซื้อเครื่องเอ็กซเรย์รถสกัดยาเสพติด มั่นใจปีหน้าลดลง ป้อง'ธาริต'ยันไม่ต้องเปลี่ยนพนง.สอบคดี 99 ศพ
20 ธ.ค.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการในการสกัดกั้นยาเสพติดเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กำลังเตรียมการอยู่ และวันนี้ตนจะไปจ.เชียงราย เพราะมาตรการนั้น จ.เชียงราย เป็นด่านที่สำคัญที่สุด หากด่านจ.เชียงราย เข้มงวดกวดขันได้ การลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาก็ยากขึ้น และเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ไปแถลงข่าวเกี่ยวกับยาเสพติดและได้ถือโอกาสหารือกับพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ว่าจะต้องมีมาตรการพิเศษ เพราะในช่วงปีใหม่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีภาระอย่างอื่น ดังนั้นจะต้องมีวิธีการแก้ไขปัญหาไม่ให้หย่อนยานหรือละเลยทั้งนี้ได้มีการวางแผนกันเรียบร้อยแล้ว
ส่วนกรณีการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า มี เพราะจากการที่ตนมาทำงานและรัฐบาลประเทศจีนพอใจเรื่องคดีความนายเมิ้ง เจี้ยนจู้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณรัฐประชาชนจีน ก็ช่วยประสานงานให้และล่าสุดหน่วยข่าวรายงานว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดของและ ผบ.ทบ.ของพม่า ได้เรียกทั้ง3กลุ่มออกมาพูดคุย โดยมีกลุ่มเหว่ย เซียะกัง,โกกัง,ยี่เซ ทั้งนี้ตนขอเน้นย้ำว่าอีก 3 ปี ในการเปิดอาเซียนนั้นชนกลุ่มน้อยจะไม่สามารถผลิตยาเสพติดได้ ตนได้รับรายงานมาแบบนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นข่าวดี สำหรับเรานั้นไม่มีบารมีไปกดดัน แต่กรณีที่จีนมีบารมีเพราะมีความผูกพันกับทางประเทศพม่า
“การเปิดประชาคมอาเซียนที่อาจจะทำให้ทะลุทะลวงกันง่ายขึ้นนั้น ผมว่าดี เพราะจะทำให้ได้รับความร่วมมือมากขึ้นและขณะนี้ทุกประเทศโยนให้เป็นภาระของประเทศไทยอย่างเดียว เพราะประเทศอื่นไม่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้หากเขาได้รับความเดือดร้อนเขาจึงจะหันมาช่วย ส่วนสถานการณ์ยาเสพติดในปีหน้านั้นผมคิดว่าไม่หมดก็เหลือน้อยคงไม่เหลาะแหละเหมือนที่ผ่านมา เพราะผมเอาจริง” รองนายกฯ กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการตั้งด่านเพิ่มเติมนั้นมีการตั้งอยู่แล้ว ทั้งนี้เมื่อก่อนเฉพาะเส้นทางหลัก แต่ตนได้มีการให้ตั้งตามเส้นทางรองและมีจุดตรวจและมีการนำเอาตำรวจตระเวนชายแดนเข้าไปช่วย กรณีที่ตำรวจจับยาเสพติดได้มากนั้นเป็นเพราะตำรวจ, ปปส. ,กองปราบปรามมีศักยภาพ ส่วนเรื่องเครื่องมือเอ็กซเรย์ที่สามารถเอ็กซเรย์รถได้ทั้งคันนั้น งบประมาณยังไม่เพียงพอ เวลาที่ขอไปยังสำนักงบประมาณ ทางนั้นก็บอกค่อยเป็นค่อยไป แต่ตนคิดว่าเรื่องยาเสพติดนั้นเป็นเรื่องสำคัญถือว่าเป็นปัญหาของชาติและของภูมิภาค ขณะนี้รู้ถึงเส้นทางการขนแล้วประมาณ 90% และก็เริ่มจะย้ายเส้นทางไปยังภาคอีสานแต่ก็มีเพียงแค่ 10% ทั้งนี้เมื่อเช้าวันนี้ขณะที่ตนนั่งรถมาก็ได้ดูตัวเลขในเรื่องนี้ ยอมรับว่าทุ่มเทกับเรื่องนี้จริงๆ และมีความตั้งมีที่จะทำให้มันดี
ส่วนกรณีที่จับยาเสพติดได้กว่า 1 ล้านเม็ด ที่ จ.ชุมพร เเละจะลงไป จ.ภูเก็ตนั้น ร.ต.อเฉลิม กล่าวว่า "ไม่ใช่ จ.ภูเก็ตไม่มีการแพร่ระบาดยาบ้า มีแต่โคเคน ,ไอซ์ เพราะภาคใต้มีเยอะ และหากดูตัวเลขกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีมากที่สุด เพราะมีกำลังซื้อเยอะ แต่หากเราสกรีนใบสั่งซื้อได้นั้นผมจะดูวันนี้และกลับไปพรุ่งนี้ก็ไปประชุมตอกย้ำและทำความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้องใน จ.เชียงราย" รองนายกฯ กล่าว
ป้อง"ธาริต"ยันไม่ต้องเปลี่ยนพนง.สอบคดี 99 ศพ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายออกมาท้วงติงให้ถอน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จากหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการชุมนุมทางการเมืองปี 2553 ที่มีผู้เสียชีวิต 99 ศพ ว่า ตราบใดที่ตนรับผิดชอบต้องได้รับความเป็นธรรม ไม่เป็นธรรมไม่ได้ ผิดคือผิด ถูกคือถูก ไม่ว่าฝ่ายใด จะไม่ได้รับการยกเว้นทั้งนั้น ส่วนกรณีที่ดีเอสไอเปิดศูนย์ร้องเรียนนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีถูกต้องแล้ว เพราะไม่อย่างนั้นผู้ที่ได้รับผลกระทบก็ไม่รู้จะไปหาใคร
เมื่อถามว่า คนเสื้อแดงส่วนหนึ่งไม่ชอบการทำหน้าที่ของนายธาริต ต่อไปจะมีการเปลี่ยนตัวหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “เขาเป็นอธิบดี ไม่ต้องเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนหรอก สุดท้ายเขาก็ต้องสั่งคดี บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่าพนักงานสอบสวนประจำเขามีอยู่ แต่ในสายการบังคับบัญชาเมื่อเขาเป็นอธิบดี เขาต้องรับผิดชอบในภาพรวม”
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีศาลอาญานัดฟังคำสั่งผลไต่สวนชันสูตรศพ ด.ช.คุณากร หรือ "อีซา" ศรีสุวรรณ อายุ 14 ปี ซึ่งถูกยิงที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ หน้าโรงภาพยนตร์โอเอ ถนนราชปรารภ โดยศาลนัดฟังคำสั่งผลไต่สวนชันสูตรศพในวัน 20 ธันวาคม ว่า จริง ๆ ไม่มีใครไปแกล้ง ผมเข้าใจสำนวนการสอบสวน จึงต้องจัดให้มีการชันสูตรศพ วันนี้หากยังไม่มีการชันสูตร และศาลยังไม่ได้สั่งก็ยังไม่รู้ว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีใครสั่งศาลได้



