ข่าว

'พงศพัศ'เดินหน้าโครงการฝากบ้าน

'พงศพัศ'เดินหน้าโครงการฝากบ้าน

20 ธ.ค. 2555

'พงศพัศ' เดินหน้าโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจช่วงปีใหม่ โวใช้ '3 จี' เฝ้าระวังผ่านกล้องวงจรปิด ใน 88 สน.

                       20 ธ.ค.55 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึง "โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ" เนื่องจากเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ว่า ในปีนี้จะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่กรุงเทพ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดเตรียมกล้องซีซีทีวี (cctv) ให้กับ 88 สน. ในพื้นที่กรุงเทพ เพื่อใช้ในการเฝ้าระวัง

                       สำหรับประชาชนที่ร่วมโครงการโดยจะใช้การติดตามผ่านระบบ 3G เพื่อสะดวกในการติดตามของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ปีที่ผ่านมามีประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 3,000 หลัง และคาดว่าในปีนี้ก็จะยังได้รับความสนใจจากประชาชนเช่นเดิม ซึ่งในวันเสาร์ ที่ 22 ธ.ค. จะเริ่มเปิดโครงการและตรวจเยี่ยมพื้นที่ สน.โชคชัย เป็นที่แรก

 

'พงศพัศ'แบะท่าลาออกจากราชการลงสมัครชิงผู้ว่ากทม.

 

                      พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ว่า ขณะนี้กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยยังไม่มีมติ แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาตนมีข่าวว่าจะเป็นผู้ลงสมัครมาโดยตลอด

                      ทั้งนี้ไม่ว่าพรรคจะมีมติอย่างไรก็ต้องนำมาพิจารณาอีกครั้งและพูดคุยกับทุกฝ่ายเนื่องจากตนยังเป็น เลขา ปปส.และเป็น รอง ผบ.ตร. แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าผู้ว่ากทม.ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะในอีก 2 ปี ต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

 

ตร.คุมเข้ม7วันอันตรายช่วงปีใหม่

 

                      พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. พร้อมด้วยนายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551

                      นายแพทย์สมาน กล่าวว่า ในปีนี้จะเน้นย้ำให้มีการควบคุมอย่างเข้มงวด เพราะจากสถิติการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต จากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลของทุกๆปี สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นอันดับ 1 เนื่องจากเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายและถูกกฎหมาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ในช่วง 7 วันอันตราย ซึ่งจะจับจริง ปรับจริง ขังคุกจริง

                      นอกจากนี้ต้องเข้มงวดต่อร้านที่มีโปรโมชั่นดึงดูดใจเช่น ลด แลก แจก แถม และจำกัดสถานที่ดื่ม รวมไปถึงวันเวลา กลุ่มบุคคลที่สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือดื่มได้ ก็จะตรวจสอบอย่างจริงจังมากขึ้น และอยากฝากให้ประชาชนเที่ยวเทศกาลปีใหม่อย่างมีสติ ลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือดื่มอย่างพอดี แต่ขอเตือนว่าในระหว่างเดินทางให้งด เพื่อช่วยลดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ นายแพทย์สมาน กล่าว

 

'ปปส.'จับ2ผัวเมียนักค้ายา 2.8 แสนเม็ด

 

                       พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการ ปปส. แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่จากภาคเหนือและภาคใต้ ประกอบด้วย นายเสรี หรือเส ชุมพงษ์ อายุ 39 ปี และน.ส.ฟารีดา หรือดา มาตรอารี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/38 หมู่ที่ 7 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี สองสามีภรรยา พร้อมของกลางยาบ้า 280,000 เม็ด มูลค่ากว่า 8.4 ล้านบาท โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางธัญบุรี และขยายผลไปยังห้องพักเลขที่ 281/328 ชั้น 8 อาคารบี บางกะปิคอนโดทาวน์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

                       พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่าเครือข่ายนักค้ายาเสพติดจากภาคเหนือ ลำเลียงยาเสพติดไปกระจายขายในพื้นที่ต่างๆ จนทราบว่านายเสรี ชุมพงษ์ และน.ส.ฟารีดา มาตรอารี สองสามีภรรยา มีพฤติการณ์เป็นนักค้ายาเสพติดที่พัฒนาตนเองมาจากผู้เสพยาเสพติด เป็นผู้ค้ารายย่อย และกลายเป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ จัดหายาบ้าจากจ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ผ่าน จ.เชียงราย ให้แก่ลูกค้าเพื่อส่งจำหน่ายในแหล่งชุมชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

                       ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนทราบว่า นายเสรี และนางฟารีดา จะเดินทางไปรับยาเสพติดจากผู้ร่วมงานในพื้นที่ จ.อ่างทอง และจ.พระนครศรีอยุธยา จึงเฝ้าสังเกตการณ์ริมถนนสายเอเชียทั้งขาเข้า และขาออก บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาพระนครศรีอยุธยา จนกระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ศศ 7368 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายเสรี เป็นคนขับ และนางฟารีดา นั่งมาด้วย มุ่งหน้าไปตามถนนสายเอเชียเข้ากรุงเทพฯ เมื่อมาถึงด่านเก็บค่าผ่านทางธัญบุรี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 280,000 เม็ด บรรจุภายในกระเป๋าลายมิกกี้เม้าท์ 3 ใบ วางอยู่ในกระบะท้ายรถยนต์คันดังกล่าว จึงสอบสวนขยายผลนำตัวไปตรวจค้นยังห้องพักบางกะปิคอนโดทาวน์ ย่านคลองจั่น เพื่อตรวจยึดเอกสารและบัญชีเงินฝากธนาคารจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท และควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดนำตัวมาสอบสวน

                       จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า รับยาบ้ามาจากทางภาคเหนือแล้วจะนำมาพักไว้ตามบ้านร้าง ที่จ.อ่างทอง เพื่อรอลำเลียงขนเข้ามากระจายขายในชุมชนพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนใหญ่จะเป็นย่านร่มเกล้า และฝั่งธนบุรี โดยทำมาแล้วกว่า 10 ครั้ง ระยะเวลา 2 ปีเศษ ได้ค่าจ้างขนจากทางภาคเหนือลงมาเที่ยวละประมาณ 7-8 แสนบาท แล้วนำมาพักไว้ที่จ.อ่างทอง สำหรับค่าจ้างขนส่งจากที่พักยาบ้า ก่อนจะนำเข้ากรุงเทพฯ เที่ยวละประมาณ 2 แสนบาท นำมาขายต่อพ่อค้ารายย่อย จากการตรวจสอบทรัพย์สินพบว่ามีบ้านและคอนโดฯ อยู่ที่ภาคใต้ อีกมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 50 ล้านบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะทำการขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินเพิ่มเติม และทราบตัวผู้จัดหาทางภาคเหนืออยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อออกหมายจับต่อไป