
'ปู'บินอินเดียถกสุดยอดอาเซียน
'ปู'บินอินเดียร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-เยือนบังคลาเทศ ยัน'พท.'ยังไม่เคาะชื่อผู้สมัคร'ผู้ว่าฯกทม.' ชี้'รบ.'เป็นกลไกหนึ่งของการแก้'รธน.'
20 ธ.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งผู้แทนภาคเอกชนจากหลายสาขาอุตสาหกรรม เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปยังเมืองคยา สาธารณรัฐอินเดีย
โดยนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 20-21 ธ.ค. ที่กรุงนิวเดลี ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการประชุมอาเซียน-อินเดีย สมัยพิเศษ จากนั้น มีกำหนดการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนางชีค ฮาสินา (Sheikh Hasina) นายกรัฐมนตรีบังคลาเทศระหว่างวันที่ 21-22 ธ.ค. ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะนำคณะผู้บริหารระดับสูงภาครัฐและผู้แทนภาคเอกชนชั้นนำร่วมเดินทางด้วย
ยัน"เพื่อไทย"ยังไม่เคาะชื่อผู้สมัคร"ผู้ว่าฯกทม." ชี้ "พงศพัศ"เป็นหนึ่งในผู้มีคุณสมบัติ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกรณีการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคเพื่อไทย ว่า ยังไม่มีการเคาะรายชื่อ เพราะว่าคงต้องหารือกันในพรรค เพราะจริงๆ ก็มีผู้ที่มีคุณสมบัติหลายคน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเคาะชื่อผู้ลงสมัครได้เมื่อใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงต้องดูก่อน เพราะยังไม่แน่ใจว่าในขั้นตอนนั้นก็คงจะอยู่ที่กรรมการบริหารพรรคที่จะนัดประชุมในเรื่องนี้
เมื่อถามว่า ณ วันนี้ชื่อของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) นั้นมาแรงสุด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ถือว่า"ท่านเป็นผู้หนึ่งที่มีคุณสมบัติ และมีความสามารถก็คงต้องแล้วแต่คณะกรรมการ และมติของพรรค"
ชี้"รัฐบาล"เป็นกลไกหนึ่งของการแก้"รธน." ไม่หวั่นกระแสวิจารณ์ประชามติเข็นครกขึ้นภูเขา
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกรณีการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเห็นคัดค้านการทำประชามติว่า จริงๆแล้ว ทุกคนก็แสดงความคิดเห็น เพราะช่วงนี้อย่างที่เรียนว่า มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ก็ยังให้คณะทำงานเข้าไปศึกษารายละเอียดอยู่ เพราะว่าในแต่ละวิธีการก็มีขั้นตอนรายละเอียด ซึ่งคงต้องไปทำความเข้าใจ และระยะเวลาในการที่จะทำในเรื่องของการทำงานด้วย ซึ่งตรงนี้ยังไม่เป็นข้อสรุป แต่ก็มีหลายทางออก แต่สำหรับตนนั้น อย่างที่เรียนว่า ทางออกอะไรที่ดีที่สุด และเป็นทางออกที่สามารถจะลงตัวได้ก็คงต้องรอผลจากคณะกรรมการก่อน
เมื่อถามว่า เป็นห่วงเรื่องจำนวนเสียงหรือไม่หากมีการทำประชามติ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จริงๆ แล้วเรามองว่า จำนวนเสียงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของข้อห่วงใยแต่ว่าเราก็ต้องมองว่า จำนวนเสียงนั้น อย่างไรก็ตามต้องนำมาถึงข้อสรุปมากกว่า สรุปอย่างไรสำหรับกรณีที่จะทำประชามติก็ต้องดูที่หัวข้อที่จะตั้งด้วย การถามและขั้นตอนซึ่งก็ยังต้องไปสอบถามทางนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วุฒิสภา และประธานรัฐสภาด้วย เพราะจริงๆแล้วในส่วนนี้เองรัฐบาลเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งที่จะหาทางออกของประเทศมากกว่า เพราะตามหลักในเรื่องของการโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของรัฐสภาอยู่แล้ว ซึ่งรัฐบาลก็มีหน้าที่บริหารประเทศไป แต่การที่เรามาพูดคุยนี้เราต้องการที่จะเห็นทางออกมากกว่าไม่ใช่เป็นการที่จะลงเอยในเรื่องข้อสรุปการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องไปว่ากันในส่วนของรัฐสภาอีกครั้ง
เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม มีข้อเสนอแนะอะไรในเรื่องของการทำประชามติมาถึงนายกฯ หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้ก็มีหลายๆ ความเห็นซึ่งก็ต้องแยก อย่างที่เรียนว่า ภาคการมีส่วนร่วมอันนี้คือ หน้าที่รัฐบาล แต่ว่าขั้นตอนในเรื่องของการโหวต อันนี้เป็นเรื่องของรัฐสภาที่ต้องคุยกันว่าจะโหวตกันอย่างไร จะเดินหน้าต่อหรือจะโหวตรายมาตรา หรือจะเป็นวิธีไหน แต่ในส่วนของรัฐบาลนั้นเราจะทำหน้าที่ในการที่จะช่วยเสริมในการสนับสนุนว่า เราจะช่วยกันในการที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมแล้วแสดงออก และเป็นทางออกที่เป็นสันติและเป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิไตยมากกว่า
เมื่อถามว่า มีกระแสวิจารณ์ว่า การแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับยากเหมือนการเข็นครกขึ้นภูเขา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ไม่ค่ะ ก็แล้วแต่ก็เรียกว่าเป็นข้อเสนอและข้อคิดเห็นก็คงต้องให้คณะกรรมการทำงานก่อน" เมื่อถามต่อว่า แนวโน้มการทำประชามตินั้นจะยืดเวลาออกไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องบอกว่า เรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญไม่ว่าวิธีไหนก็ต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าเสร็จวันเดียว ก็ต้องเรียนอย่างนั้น



