
นาที..จับสาว'ชิงทอง'
นาที..จับสาว'ชิงทอง' : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
บางครั้งชีวิตคนเราก็มีปัญหาถาโถมมาสู่ชีวิตจนมืดมนไร้ทางออก ทำให้หลายคนตัดสินใจผิดพลาดเพราะนึกว่านั่นคือ "ทางออก" สุดท้าย อย่างเรื่องราว "วรรณิศา นาเพีย" สาวชัยภูมิ วัย 27 ปี ที่โชคชะตาเล่นตลก ตกเป็นภรรยาลับๆ ของชายคนรัก และกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ เมื่อความลับที่ถูกปิดบังเปิดเผย เธอไม่อาจยอมรับความจริงได้ พยายามคิดหาทางออกให้ชีวิต ด้วยการตัดสินใจใช้อาวุธมีดบุกเข้าชิงทรัพย์ใน ร้านทองโชคอนันต์ ตั้งอยู่เลขที่ 700/5 ถ.จอมพล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
บ่ายโมงกว่าๆ ภายในร้านทองโชคอนันต์ มีลูกค้าบางตา นายมานัด ทอนโพธิ์ อายุ 40 ปี อดีตประธานสภาเทศบาลตำบลหนองระเวียง อ.เมือง จ.นครราชสีมา กำลังเลือกซื้อจี้ทองรูปพรรณอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ขณะที่เจ้าของร้านกำลังนับเงิน ก็มีความรู้สึกว่ามีใครเอื้อมมือผ่านไหล่ พยายามหันไปมองที่กระจกก็เห็นว่าเป็นมีด ระหว่างนั้นรู้สึกว่าคนที่ถือมีดเอามืออีกข้างพยายามดึงแขนด้านซ้าย แล้วพูดว่า "หยุดอย่าขัดขืน"!!
"ผมจึงตัดสินใจใช้หลังดันคนที่อยู่ด้านหลังไปทางกระจกด้านหลัง จากนั้นก็พยายามบิดตัวหนีและพยายามไล่จับไปที่นอกร้าน แต่คนร้ายก็ชักอาวุธปืนออกมา จนต้องหยุดแต่สังเกตเห็นว่าเป็นปืนปลอม จึงตรงเข้าไปแย่งกอดปล้ำกัน จนกระทั่งหมวกกันน็อกลักษณะเต็มใบที่คนร้ายสวมใส่หลุดออกมาจึงรู้ว่าเป็นผู้หญิง ผมก็หยุดแล้วเรียกชาวบ้านช่วยจับ" นายมานัด เล่านาทีเกิดเหตุ
ด้าน นางวรรณภา เดียวสุรินทร์ อายุ 54 ปี เจ้าของร้านทองโชคอนันต์ ยอมรับว่า รู้สึกตกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่คิดว่าลูกค้าจะถูกใช้อาวุธมีดจ่อที่ลำคอ ระหว่างเกิดเหตุพยายามตั้งสติแล้วสังเกตว่าคนร้ายน่าจะเป็นผู้หญิงเพราะรูปร่างเตี้ย ผอมแล้วไม่ยอมพูดจา ขณะก่อเหตุต้องเขย่งตัว แล้วส่งกระเป๋าใช้นิ้วชี้ เหมือนบ่งบอกว่าให้นำทองรูปพรรณใส่กระเป๋า จนกระทั่งลูกค้าพยายามต่อสู้แล้วช่วยจับตัวได้ในที่สุด
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สนธยา แต่แดงเพชร ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา และ พ.ต.ท.ธนะวุฒิ หัสวาที รองผกก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ พร้อมชุดสืบสวน เดินทางยังมาที่เกิดเหตุควบคุมตัวคนร้าย พร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน คาดดำ หมายเลขทะเบียน คธต 524 นครราชสีมา ซึ่งใช้เทปกาวปิดบังแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ ซึ่งจอดอยู่หน้าร้านทองที่เกิดเหตุ และจากการตรวจค้นพบอาวุธมีดปลายแหลม 2 เล่ม อาวุธปืนปลอม 1 กระบอก และกระเป๋าสะพายสีดำ ส่วนบริเวณใต้เบาะผู้ขับขี่พบกระดาษเขียนด้วยลายมือ โดยข้อความระบายถึงปัญหาความผิดหวังในความรัก และปัญหาครอบครัว
ระหว่างที่ "วรรณิศา" ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจ ก็ไม่ยอมพูดจาใดๆ เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ จึงจำเป็นต้องให้ตำรวจหญิงที่ประจำอยู่งานป้องกันปราบปรามเข้ามาช่วยปลอบใจแล้วถามสาเหตุที่ต้องก่อเหตุในลักษณะนี้ เธออ้างว่า ครอบครัวของเธอเข้มงวดมาก รู้สึกอึดอัด จึงหนีตามชายคนรักมาอยู่ที่ จ.นครราชสีมา แต่เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ผู้ชายมีภรรยาและลูกอยู่แล้ว ประกอบกับเพิ่งรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2 เดือน เนื่องจากประจำเดือนไม่มา 2 เดือนแล้ว อีกทั้งเงินที่เก็บสะสมมาก็เริ่มหมด เมื่อเจอกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามา ทำให้เธอตัดสินใจเอารถจักรยานยนต์ของผู้ชายมาก่อเหตุ โดยใช้เทปกาวปิดบังแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ หากชิงทรัพย์สำเร็จก็ไม่อยากให้ขยายผลถึงตัวผู้ชาย กลัวผู้ชายเดือดร้อน
"ใช้เวลาค่อนข้างนานในการพูดคุย เรื่องราวที่ชีวิตของผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างน่าสงสารแล้วเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เพิ่งมาอยู่ในพื้นที่ได้ไม่กี่เดือน แล้วพบปัญหาที่แก้ไม่ตก ประกอบกับมีปัญหาเรื่องราวชีวิตครอบครัว จึงหาทางออกด้วยการก่อเหตุลักษณะแบบนี้ กรณีนี้ถือว่าเป็นปัญหาสังคม ผู้ก่อเหตุคงหาทางออกไม่ได้แต่น่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบเพียงแค่ต้องการเงิน แต่ทางตำรวจต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน กล่าว
ในเบื้องต้น "วรรณิศา" ถูกกล่าวหา พยายามชิงทรัพย์ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ก่อเหตุก็ต้องรวบรวมอยู่ในสำนวนการสอบสวนว่าเจตนาแท้จริงคือสาเหตุใด พร้อมทั้งรวบรวมเสนอตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งศาลจะเป็นผู้พิจารณาคดีแล้วตัดสินอย่างไรคงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล อย่างไรก็ตาม ตำรวจเชื่อว่าการกระทำของผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นการประชดชีวิต แต่ไม่รู้ว่าจะหาทางออกในการดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร จึงตัดสินใจก่อเหตุชิงทรัพย์ในร้านทอง!!
.........
(หมายเหตุ : นาที..จับสาว'ชิงทอง' : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



