
ไม่กลัวดีเอสไอ
ไม่กลัวดีเอสไอ : เลียบค่าย โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์ [email protected]
ในสายตาประชาคมโลกไทยเป็นประเทศลำดับต้นๆ ที่มีปัญหาการละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา เป็นดินแดนที่มีสินค้าลอกเลียนแบบ สินค้าปลอมแปลง สารพัดชนิดวางจำหน่ายกันอย่างโจ๋งครึ่ม โจ่งแจ้ง อยู่แทบทุกหัวระแหง
อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ นักร้องหญิงชื่อก้องโลก "เลดี้ กาก้า" ที่แวะเวียนมาแสดงคอนเสิร์ตในไทย ก็ทวิตข้อความระบุ อยากซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์ปลอมในไทย เล่นเอากรมทรัพย์สินทางปัญญา ต้องทำหนังสือประท้วงถึงสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่เหมาะสม
ผมคลุกคลีกับวงการข่าวมานาน มีโอกาสทำข่าวเกี่ยวกับการต่อต้านสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามาก็มาก แต่หลายปีที่ผ่านมานั้นไม่เคยเห็น หรือไม่เคยรู้สึกเลยสักครั้งว่า ปัญหาการละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาจะทุเลาเบาบางลง
ผมรู้สึกว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับด้านนี้ เอาจริงเอาจังกันเป็นพักๆ ทำงานกันตามกระแส ต้องรอให้ต่างประเทศเขาประณาม หรือมีใครเอาไฟมาลนก้นที จึงจะกุลีกุจอไล่จับไล่ปรับกันที พอคลื่นลมสงบก็เข้าอีหรอบเดิม
แถมยังมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาเป็นระยะว่า สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หรือที่เรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า "สินค้าปลอม" ที่ยังคงขายกันเกลื่อนทั่วทั้งเมืองนั้น เพราะมันเป็น "ขุมทรัพย์" เป็น "ท่อน้ำเลี้ยง" ของใครต่อใครหลายคน
โดยเฉพาะคนมีสี มีอำนาจ มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายโดยตรง ว่ากันว่า หากผู้ประกอบการรายใดมีเบี้ยบ้ายรายทาง มีน้ำร้อนน้ำชา ดูแลให้ก็อยู่ได้คงกระพัน
ผมยกตัวอย่าง "นายจิ้ม" พ่อค้าขายเสื้อผ้าปลอมในแหล่งค้าใหญ่ย่านโบ๊เบ๊ เมื่อเร็วๆ นี้ เพิ่งถูกเจ้าหน้าที่จาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าจับกุม พร้อมตรวจยึดเสื้อผ้าปลอมแปลงเครื่องหมายทางการค้าได้หลายพันตัว เจ้าหน้าที่ดีเอสไอต้องใช้รถหลายคันเพื่อขนของกลางกลับหน่วยงานที่ตั้ง
แต่เชื่อหรือไม่ เพียงแค่ชั่วข้ามคืน "นายจิ้ม" ก็กลับมาเปิดร้านขายสินค้าปลอมแปลงเครื่องหมายทางการค้าได้อีกอย่างหน้าตาเฉย แถมยังประกาศบอกกับใครต่อใครว่า "ไม่กลัวดีเอสไอ" ถูกจับแค่นี้เรื่องเล็กน้อย มีเงินสักแสนสองแสน ทุกอย่างจบ
ส่วนตำรวจนะหรือ "นายจิ้ม" เขาบอกไม่กลัว เพราะมีอาเป็นนายตำรวจใหญ่ระดับรองผู้การ เลี้ยงดูปูเสื่อกันอยู่
ไม่รู้ "ท่านอธิบดีธาริต" และ "บิ๊กอู๋" พอทราบเรื่องนี้หรือไม่?



