
เรื่องคอร์รัปชั่นอันซับซ้อน...
เรื่องคอร์รัปชั่นอันซับซ้อน...ประชาธิปไตยที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])
โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ได้คิดว่าการที่ คุณอานันท์ ปันยารชุน ปล่อยวลีเด็ดที่ว่า "ปีนี้เป็นปีแรกที่ผมมีความห่วงใยเรื่องคอร์รัปชั่นในเมืองไทยมากที่สุด ตั้งแต่เกิดมา" นั้นเป็นเรื่องที่จะต้องมาดราม่าอะไรกันมากมาย
ด้วยผมคิดว่าคุณอานันท์นั้นก็มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ในนั้น นั่นก็คือ คุณอานันท์ท่านอธิบายถึงความซับซ้อนและลึกลับของการคอร์รัปชั่นในวันนี้ ที่มีมากกว่าเดิม และการจัดการแก้ปัญหาก็ต้องมีหลายรูปแบบมากขึ้น
(เอาเข้าจริง ผมกลับคิดว่าการใช้คำเปรียบเปรยในแบบที่คุณอานันท์ใช้ในเรื่องของการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนก็น่าสนใจมากๆ โดยส่วนตัวผมได้พบกับคำอธิบายลักษณะนี้ของตัวหมอเองที่อ้างถึงการจะต้องรักษาสังคมด้วยความเข้าใจที่ซับซ้อนอย่างนี้มาหลายปีแล้ว ในนามของสิ่งที่เรียกว่า multi-modalities)
ผมว่าประเด็นที่คุณอานันท์พูดถึงว่าเหตุส่วนหนึ่งของการคอร์รัปชั่นนั้นก็คือเรื่องของความไม่ยุติธรรมทางสังคม การเข้าถึงระบบยุติธรรมและสิ่งที่เป็นสิทธิที่คนควรได้นั้นน่าสนใจ รวมทั้งการพูดถึงการจะต้องมีสำนึกในเรื่องของการเข้าใจว่าเงินนั้นเป็นเงินของคนทุกคน
กล่าวโดยสรุป ผมชื่นชมความมุ่งมั่นของคุณอานันท์ที่พยายามอธิบายว่ามีหลายเรื่องที่ซับซ้อนในเรื่องของการคอร์รัปชั่นมากกว่าจะใช้ท่าทีประเภทของการเสียดสีว่าตกลงคุณอานันท์นั้นเคยมีส่วนในข้อกล่าวหาเรื่องการคอร์รัปชั่นหรือไม่ เพราะผมคิดว่าเรื่องนั้นสื่อและเครือข่ายสังคมใหม่ๆ คงทำหน้าที่อย่างสนุกสนาน เอาเป็นว่าผมเองอยากตั้งคำถามใหญ่ๆ ที่กว้างกว่าเรื่องของการคอร์รัปชั่นที่พูดกันอยู่ในวันนี้ โดยตั้งคำถามว่า ตกลงเราจะสามารถพูดเรื่องการคอร์รัปชั่นในฐานะที่มันเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับสังคมประชาธิปไตยอย่างไร?
เรื่องนี้สำคัญเพราะผมย่อมมีอคติอยู่อย่างชัดแจ้งว่าผมคิดว่าประชาธิปไตยต้องเป็นทั้งกระบวนการและหมุดหมายของสังคมของเรา และเมื่อพูดเช่นนี้ก็อาจจะแตกต่างไปจากการตั้งคำถามเรื่องของการมีสังคมแบบคุณธรรม หรือสังคมของระเบียบ (ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะเหมือนกันไม่ได้ แต่ผมคิดว่าต้องมีความชัดเจนเหมือนกันว่าเรายืนตรงไหน)
ดังนั้นจะเข้าใจเรื่องที่ผมเสนอได้ ก็คงจะต้องมาตั้งคำถามสองเรื่องไปด้วยกัน
หนึ่งคือเรื่องของ ความซับซ้อน และพัฒนาการของการคอร์รัปชั่น
สองคือเรื่องของ "ระบอบการปราบคอร์รัปชั่น"
ซึ่งผมคิดว่าในบ้านเรานั้น เราให้ความสนใจกับเรื่องแรกมากจนเกินไป จนมองไม่เห็นความเติบใหญ่ของตัวระบอบการปราบคอร์รัปชั่นซึ่งมีองค์กรมากมาย รวมทั้งการสร้างเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชั่นมากมาย
คำถามที่ต้องถามก็คือ ตัวระบอบปราบคอร์รัปชั่นนั้น มันกลายเป็นอุปสรรคของการปราบคอร์รัปชั่นไปด้วยไหม คือถ้ายิ่งมีระบอบนี้กว้างขวาง ใช้งบประมาณมหาศาล และใครๆ ก็สามารถหยิบฉวยเรื่องการปราบและการรณรงค์ต่อต้านการคอร์รัปชั่นไปพูดกันเสียจนแยกแยะไม่ได้ว่าตกลงใครของจริงใครของปลอมเนี่ย เรายังจะมองว่าทั้งหมดเป็นเพราะความซับซ้อนและการพัฒนาของการคอร์รัปชั่นเท่านั้นหรือ?
หรือต้องมาถามกันจริงๆ ถึงความซับซ้อนและไร้ประสิทธิภาพของระบอบการปราบการคอร์รัปชั่นด้วย?
ทั้งนี้เราอาจจะขยายความต่อไปได้ว่า การปราบการคอร์รัปชั่นนั้น หากสมมุติฐานใหญ่มันไปอยู่ที่สองเรื่องคือ จิตสำนึก และเรื่องของตัวระเบียบ สิ่งที่ต้องถามต่อก็คือ กระบวนการรณรงค์จิตสำนึกนั้นได้ผลจริงไหม หรือมันกลายเป็นการถลุงงบประมาณที่มากมายมหาศาล และกลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่ใครที่สวมบทต้านคอร์รัปชั่นจะทำให้ดูดีมีราคาในสาธารณะ
อย่าลืมว่าหัวใจของการต่อต้านการคอร์รัปชั่นในสังคมประชาธิปไตยนั้นเป็นเรื่องของการต้องตรวจสอบได้ ไม่ใช่เรื่องของการพูดว่าใครเป็นเทวดา
และคำถามสุดท้ายก็คือ หากเราเชื่อว่าเราจะมีกฎหมายที่แข็งแกร่งขนาดต้านคอร์รัปชั่นได้ทุกแบบ เราคงต้องถามด้วยว่าหากเราใช้เรื่องการต้านคอร์รัปชั่นทุกแบบเหมือนที่เป็นอยู่ ซึ่งรวมไปถึงการทำรัฐประหารเพื่อต้านการคอร์รัปชั่นได้ เราก็จะต้องมาถามว่าเราจะตั้งคำถามหรือมีหมุดหมายกับการมีสังคมประชาธิปไตยในมิติไหนบ้าง ไม่ใช่สุดท้ายไม่มีใครเหลือรอดอยู่เลยแม่กระทั่งคนที่ไล่จัดการคนทุกคน...



