ข่าว

รัฐอัดงบ5พันล้านผ่านSMEsแบงก์ช่วยผู้ประกอบการใต้

รัฐอัดงบ5พันล้านผ่านSMEsแบงก์ช่วยผู้ประกอบการใต้

28 พ.ค. 2552

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเร่งลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบและปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 4 จัดเสวนา "ทางรอดเอสเอ็มอีไทย บนเส้นทางวิกฤติ" ภายใต้หัวข้อ "ต้นทุนที่ลดได้ คือ

 เมื่อเวลา 09.00 น วันที่ 28 พฤษภาคม 2552 ที่ห้งแกรนด์บอลรูมบี ชั้น 8 โรงรมลีการ์เดนส์พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหรรมภาคที่ 11 ได้จัดการสัมมนา เรื่อง "ทางรอดธุรกิจ SMEs ในยุควิกฤตเศรษฐกิจ "โดยมี นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อถ่ายทอดความรู้ และยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ในการปรับปรุงกระบวนการผลิต การบริหารจัดการด้านพลังงานให้มีค้นทุนที่ลดลง และเพื่อประสิทธิภาพผลผลิตให้สูงขึ้น ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย ผู้ประกอบการภาคะรกิจอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคการค้า

 นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงการให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ในปัจจุบันนี้มีงบช่วยเหลือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ในส่วนเรื่องซ๊อฟโลน ที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องการมากนั้น ทางกระทรวงก็ได้หาวิธีช่วยเหลืออยู่ ในส่วนการลดหย่อนภาษีนั้นก็ได้ดำเนินการอยู่แล้ว

 และยอมรับว่าผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก และผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการที่ไม่แข็งแรงก็ต้องทยอยปิดกิจการลง ในส่วนการช่วยเหลือของรัฐบาลที่จะเร่งให้การช่วยเหลือก็คือธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งให้ทางธนาคาร SMEs เป็นผู้ปล่อยสินเชื่อโดยมีวงเงินถึง 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะให้กู้ต่อรายไม่เกิน 5 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

 โดยให้ทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหรือสมาคมโรงแรมเป็นผู้เห็นชอบในการกู้ และภายใน 15 วันทางSMEsแบ็งจะปล่อยกู้ให้ทันที โดยเงินจำนวน 5,000 ล้านบาท ตนได้ตั้งเป้าไว้ว่า 1,000 ล้านบาทภายในเดือนพฤษภาคม,ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม อีกเดือนละ 2,000 ล้านบาทรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท

อุตสหกรรมติวเข้มผู้ประกอบ SMEsให้รอด

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 28 พ.ค.52 ที่โรงแรมบ้านเชียง อ.เมือง จ.อุดรธานี น.ส.นิสากร จึงเจริญธรรม ผอ.ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 4 เป็นประธานเปิดการเสวนาทางรอด เอส เอ็ม อี ไทย บนเส้นทางวิกฤติเศรษฐกิจ ภายใต้หัวข้อเรื่อง “ต้นทุนที่ลดได้คือกำไรที่เพิ่มขึ้น” โดยมีผู้ประกอบการกิจการขนาดเล็ก ขนาดย่อม ที่อยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ จังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย และจังหวัดเลยเข้าร่วมการเสวนาในครั้งนี้

 นางนิสากร กล่าวว่า การเสวนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ที่จะหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการกิจการอุตสาหกรรม SMEs สามารถดำเนินการประกอบการต่อไปได้ ลดภาระความเดือดร้อนจากปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ เพื่อเป็นการเข้าไปกระตุ้นยอดการขายซื้อขาย และยอดการส่งออก

 นายสมชัย เผ่าผา หน.ส่วนพัฒนาระบบสนับสนุนอุตสาหกรรม ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 4 กล่าวว่า กิจกรรมนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดสรรงบประมาณลงมาให้ดำเนินการในทั่วประเทศ โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 อย่างคือ 1.การจัดการเสวนา จำนวน 1 หมื่นราย,2.การวินิจฉัยสถานประกอบการ 2,500 ราย และ 3.การให้การแนะนำปรึกษาเชิงลึกกับสถานประกอบการ 500 แห่ง โดยโครงการนี้จะหมดวาระการทำงานลงในเดือนกันยายน 2552 นี้ สำหรับภาคอีสานมีกลุ่มเป้าหมาย 2,500 ราย และของภาคที่ 4 มีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 300 ราย

 นายสมชายฯ กล่าวอีกว่า การดำเนินงานตามเป้าหมายทั้งหมด หวังว่าจะสามารถที่จะทำให้ช่วยเหลือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมได้ โดยวิธีการลดต้นทุน เพื่อเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การบริหาร และการค้า เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอด รักษาความสามารถในการแข่งขัน รวมไปถึงการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม ตลอดจนช่วยการบรรเทาปัญหาทางสังคมอีกด้วย