
รายการ คม ชัด ลึก
20 ม.ค. 2552
รายการ คม ชัด ลึก
เกิดเสียงวิจารณ์หลังจาก นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ที่เตรียมฟื้นโครงการแจกเอกสารสิทธิที่ดินทำกินในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงว่าจะถึงมือเกษตรกรไร้ที่ดินทำกินมากน้อยแค่ไหน รายการ คม-ชัด-ลึก วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2552 เสนอตอน "ส.ป.ก.4-01" ปฏิรูปที่ดินเพื่อประชาชน ? ระดมความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์ว่ารัฐบาลนี้มีเจตนาบริสุทธิ์ต่อโครงการนี้มากน้อยแค่ไหน
ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์
ส.ป.ก.สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ปกติการปฏิรูปที่ดินทำมาตั้งแต่ปี 2518 จึงถึงปัจจุบัน พื้นที่ดำเนินการทั้งหมดมี 35 ล้านไร่ โดยมอบให้เกษตรกรไปแล้ว 30 ล้านไร่ เหลืออีกประมาณ 5 ล้านไร่เท่านั้นที่จะดำเนินการต่อ โดยผู้ที่จะถือครองต้องเป็นเกษตรกรและไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง และยืนยันว่า กระทรวงจะดำเนินการตามงบประมาณ คือ ดำเนินการมอบให้เกษตรกร 1 แสนรายต่อปี และตั้งแต่มีข่าว ได้พบกับนายถาวร ซึ่งถามว่าเร่งดำเนินการไปได้แค่ไหนแล้ว และคงไม่จำเป็นต้องถามเรื่องนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 20 มกราคมนี้
วิรัตน์ กัลยาศิริ คณะทำงาน รมช.มหาดไทย (นายถาวร เสนเนียม)
เรื่อง ส.ป.ก.ทำกันมานานในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ดำเนินการเป็นแสนรายเหมือนกัน ซึ่งข้อเท็จจริงคือ จะแจกปฏิรูปที่ดินให้แก่เกษตรกรอีกเพียง 3 ล้านไร่ ไม่เกิน 5 ล้านไร่ และส.ป.ก.เป็นกรณีให้สิทธิแก่คนจนไปรุกที่ป่า หรือป่ารุกที่คน ซึ่งผิดกฎหมาย จึงต้องทำให้ถูกกฎหมาย รัฐบาลจึงไปหาช่องให้คนอยู่ได้ถูกกฎหมาย และเรื่องนี้เป็นนโยบายต้องดำเนินการ เมื่อได้เห็นสิ่งที่เคยผิดพลาดก็จะไม่ทำให้ผิดพลาดอีก และขณะนี้ไม่มีการซื้อที่ดิน 1 แสนไร่ มาแจก เรื่องนี้เป็นเพียงการยกร่างเท่านั้น ส่วนที่นายถาวรกล่าวถึง 16 ล้านไร่ เป็นการพูดในหลักการยกตัวอย่างเท่านั้นและ ส.ป.ก.เป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรฯ แต่เมื่อนักข่าวถามนายถาวรเป็นคนที่ตอบทุกเรื่องอยู่แล้ว
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตเลขาธิการ ส.ป.ก.
ฟังจากข่าวเห็นนายถาวรพูดถึง 16 ล้านไร่ รู้สึกตกใจว่าจะเอาที่ดินมาจากไหน และนำเงินที่ไหนไปซื้อที่ดิน เพราะตัวเลขจริงน่าจะอยู่ประมาณ 4-5 ล้านไร่ แจกจ่ายปีละ 1 แสนราย น่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 5 ปี เพราะการแจกจ่ายที่ดิน 5 ล้านไร่ ทำยาก เนื่องจากที่ดินไม่ได้เป็นผืนใหญ่ มักกระจัดกระจาย ทำให้การดำเนินการล่าช้า และขณะนี้ที่ป่าจะนำมาปฏิรูปอีกไม่มีแล้วต้องซื้อ ถ้าแจกจ่ายปีละ 1 แสนราย รัฐบาลจะนำเงินจากไหนมาซื้อ หรือรัฐมองที่ดินของเอกชนที่ถืออยู่ในมือมาขายให้รัฐบาล อาจจะเกิดข้อครหาได้ในเรื่องผลประโยชน์รวมทั้งค่านายหน้า แต่ถ้าสมมติสามารถซื้อได้จริง แต่ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีคุ้มก็ไม่คุ้ม
"ผมคิดว่าหยุดทำเรื่องนี้ดีกว่า ควรไปทำเรื่องของท่านโดยตรง อย่าดื้อ ถ้าดื้อจะอยู่สั้น ถ้าคิดจะแจกควรใช้วิธีอื่น ควรปล่อยให้กรมป่าไม้ดำเนินการในลักษณะ สิทธิทำกิน (สธก.) คือให้ต่อสัญญาทุกปี แต่ ส.ป.ก.ให้แล้วเอาคืนไม่ได้" อดีตเลขาฯ สปก.กล่าว
ตัวเลขเกษตรกรที่ถือครองที่ ส.ป.ก.2 ล้านคน น่าจะประมาณร้อยละ 10 หรือ 2 แสนคน มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง ในสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลอยากเอาใจเกษตรกร ก็สั่งให้กรมป่าไม้นำที่ดินมาแจก จนเกิดปัญหาขึ้น แต่ครั้งนี้ถือว่าดีแล้วที่เข้ามาเป็นรัฐบาลอีกครั้งจะได้เข้ามาแก้ไข
เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เห็นด้วยกับนโยบายนี้ เป็นเจตนาดี แต่ประเทศไทยเรื่องการปฏิรูปที่ดินไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เพราะการกระจายการปฏิรูปที่ดินร้อยละ 90 มีที่ดินเฉลี่ย 1 ไร่ ขณะที่ร้อยละ 10 มีที่ดินเฉลี่ย 100 ไร่ การจัดที่ ส.ป.ก.ให้ 1 แสนราย ขณะนี้คงลำบาก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่จัดมอบให้หมดแล้ว จึงเห็นว่ารัฐบาลควรนำเงินจากกองทุนฟื้นฟูฯ ไปจัดซื้อที่ดินประมาณ 40 ล้านไร่ ที่ติดจำนองกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาจัดสรรให้เกิดประโยชน์ ไม่ควรติดยึดอยูกับการปฏิรูปที่ดินเท่านั้น ซึ่งจะเสนอเรื่องนี้ต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ด้วย และเห็นว่าบางพื้นที่ถ้ามอบให้เป็นรายบุคคลไม่ได้ ก็ควรจัดทำในรูปของโฉนดชุมชน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
เรื่องการแจก ส.ป.ก.4-01 อาจมีเจตนาดี แต่กลไกตรวจสอบเวลาปฏิบัติอาจหละหลวม จากประสบการณ์เรื่องนี้ รัฐบาลต้องทบทวนการตรวจสอบการปฏิรูปที่ดินให้ชัดเจน ควรเปิดเผยรายชื่อคนครอบครอง เพื่อให้สังคมได้รับรู้ที่ใครอยู่ตรงไหนและต้องแก้ไขให้ตรงกับหลักการของการปฏิรูปที่ดิน



