
หญิงไทใหญ่แฉ'สันติภาพพม่าลวง'
เครือข่ายผู้หญิงไทใหญ่เปลือยพม่าสันติภาพลวงโลก เผยชาวรัฐฉานถูกข่มขืน-บังคับเวนคืนที่ดินโครงการวางท่อก๊าซและน้ำมันของจีน
วันที่ 19 ธ.ค.เครือข่ายปฏิบัติงานผู้หญิงไทใหญ่ (SWAN) นำโดยนางจ๋ามตอง ผู้ประสานงานเครือข่ายปฏิบัติงานผู้หญิงไทใหญ่ ได้แถลงสถานการณ์ความรุนแรงในรัฐฉานภาย ใต้กระบวนการสันติภาพของรัฐบาลเมียนมาร์ โดยระบุว่าชุมชนทั่วรัฐฉานต่างได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิ มนุษยชนของทหารเมียนมาร์ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นางจ๋ามตอง กล่าวว่า ปลายเดือนพฤศจิการยนที่ผ่านมา เครือข่ายปฏิบัติงานผู้หญิงไทใหญ่ร่วมกับกลุ่มประชาสังคมหลายกลุ่มในรัฐฉานได้ร่วมกันจัดประชุมสัมมนา "การ สร้างความสมานฉันท์สู่สันติภาพในรัฐฉาน" ที่นครย่างกุ้ง เมียนมาร์ การประชุมดังกล่าวมีผู้แทนจาก 3 พรรคการ เมือง ตัวแทนทหาร องค์กรภาคเอกชน 11 องค์กร และ ผู้แทนประชาชนจาก 42 เมืองในรัฐฉาน เข้าร่วม
การประชุมครั้งนี้สมาชิกเครือข่ายปฏิบัติงานผู้หญิงไทใหญ่ ได้เดินทางเข้าพบปะประชาชนในหลายเมือง ของรัฐฉาน อาทิ เมืองตองจี เมืองหนองเขียว เมืองแสนหวี และ เชียงตุง ทำให้ทราบว่าเบื้องหลังกระบวนการ สันติภาพของเมียนมาร์ที่ปรากฏสู่สายตานานาชาติ ยังคงมีความรุนแรงกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยชาวบ้านยัง คงได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนของทหารพม่ารวมทั้งการใช้ความรุนแรงทางเพศ การข่มขืน ที่ยัง เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งกรณีดังกล่าวผู้หญิงในรัฐฉานต่างเรียกร้องให้เผยแพร่ข้อมูลและการกระทำของทหารเมียนมาร์เพื่อให้โลกภายนอกได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ชาวบ้านทางตอนเหนือของรัฐฉานจำนวนมากยังได้รับผลกระทบจากการถูกบังคับเวนคืนที่ดิน เพื่อใช้ในโครงการวางท่อก๊าซและน้ำมัน ด้วยความจำเป็นในการเลี้ยงชีพทำให้หลายครอบครัวต้องลักลอบปลูกพืช ผลในที่ดินของพวกเขาที่ถูกทางการเวนคืน พวกเขาเหล่านี้ไม่เพียงจะสูญเสียที่ดินแต่ยังต้องมีชีวิตด้วยความหวาด กลัวจากการวางกำลังของทหารเมียนมาร์ตลอดแนวโครงการท่อก๊าซและท่อน้ำมัน
หญิงหาญฟ้า โฆษกเครือข่ายปฏิบัติงานผู้หญิงไทใหญ่ ระบุว่า ชาวรัฐฉานกังวลและตั้งคำถามถึง กระบวนการสันติภาพของทางการเมียนมาร์ เพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่ไม่สอดคล้องกับสันติภาพและประชาธิปไตย เสียงสะท้อนของชาวรัฐฉานต่างระบุตรงกันว่าการยุติการตรึงกำลังของทหารเมียนมาร์ในรัฐต่าง ๆ ของกลุ่มชาติพันธ์และการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพอย่างเสรีเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเกิด ขึ้น ขณะที่ข้อเรียกร้องจากการประชุมเพื่อสร้างความไว้วางใจและสันติภาพเพื่อให้มีการจัดตั้งเป็นสหพันธรัฐเป็น เรื่องจำเป็นเพื่อประกันความเท่าเทียมและความสงบสุขอย่างแท้จริงในเมียนมาร์



