
เชลซีส่งท้าย "ฮิดดิงค์" ด้วยแชมป์เอฟเอ คัพ
ศึกฟุตบอลถ้วยเก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ คืนวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคมนี้ เป็นการเผชิญหน้ากันของ 2 ทีมร่วม พรีเมียร์ลีก ระหว่าง เชลซี ที่ต้องเผชิญหน้าเพื่อนร่วมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีที่มีสีน้ำเงินเป็นสีประจำสโมสรอย่าง เอฟเวอร์ตัน ส่วนคอบอลชาวไ
เชลซี - เอฟเวอร์ตัน
สนาม - เวมบลีย์
เวลา - 21.00 น.
ถ่ายทอดสด - ช่อง 7, ทรูสปอร์ต 1 (59)
เทียบฟอร์ม
คู่นี้เคยฟาดแข้งกันในเกมการแข่งขันทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 156 นัด ปรากฏว่า เชลซี เหนือกว่า เอฟเวอร์ตัน พอสมควร ด้วยสถิติ ชนะ 60 เสมอ 48 แพ้ 48 ซึ่งแบ่งออกเป็นการเผชิญหน้ากันในถ้วยนี้ทั้งหมด 8 ครั้ง ปรากฏว่า เชลซี เหนือกว่าเป็นอย่างมาก ด้วยสถิติ ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 2 ส่วนผลการดวลแข้งกันในถ้วยนี้นัดล่าสุด เกิดขึ้นในเกมรอบ 4 นัดรีเพลย์ ปี 2006 หรือเมื่อ 3 ปีก่อน ปรากฏว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" เป็นฝ่ายเปิดบ้านถล่ม "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" 4-1 หลังจากนัดแรกลงเอยด้วยผลเสมอ 1-1 ด้านผลการพบกันในศึกพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไปทั้งหมด 2 เกม ปรากฏว่า ลงเอยด้วยผลเสมอทั้งหมดแบบไร้สกอร์
สำหรับผลงานในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 5 นัด เชลซี โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยม หลังไล่เก็บชัยชนะได้ทั้งหมด จึงทำให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" เข้าป้ายในช่วงจบการแข่งขันฤดูกาลนี้ด้วยอันดับ 3 แข่ง 38 นัด 83 คะแนน ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน ทำผลงานได้ค่อนข้างดีพอสมควร ด้วยสถิติ ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 ส่งผลให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เข้าป้ายในช่วงจบการแข่งขันฤดูกาลนี้ด้วยอันดับ 5 แข่ง 38 นัด มี 63 คะแนน
ผลงานในเกมรอบชิงชนะเลิศ
เชลซี เคยผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศทั้งหมด 8 ครั้ง ปรากฏว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" มีโอกาสชูถ้วยแชมป์รายการนี้ทั้งหมด 4 สมัย ในปี 1970, 1997, 2000 และ 2007 ส่วน เอฟเวอร์ตัน เคยผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศทั้งหมด 7 ครั้ง ผลปรากฏว่า "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เข้าป้ายแชมป์รายการนี้ทั้งหมด 5 สมัย ในปี 1906, 1933, 1966, 1984 และ 1995
สถานการณ์โดยรวม
นับตั้งแต่ เชลซี มอบหมายงานให้ กุส ฮิดดิงค์ ผู้จัดการทีมชาติรัสเซียเข้ามาทำหน้าที่เป็นกุนซือขัดตาทัพ เสียบแทนตำแหน่งของ หลุยส์ เฟลิป้ สโคลารี ที่ถูกตะเพิดออกไปเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" กลับคืนสู่ฟอร์มเก่งอีกครั้ง แถมนัดนี้ ฮิดดิงค์ สามารถใช้งานขุมกำลังสำคัญได้อย่างเต็มที่อีกด้วย เพราะไม่มีแข้งหลักรายใดได้รับบาดเจ็บเลย ส่งผลให้บรรดาแข้งดังอย่าง จอห์น เทอร์รี, แฟรงค์ แลมพาร์ด, มิชาเอล บัลลัค, มิกกาแอล เอสเซียง, นิโกลาส์ อเนลก้า และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา น่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน
ขณะที่ เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน หมดสิทธิใช้งานขุมกำลังสำคัญอย่าง มิเกล อาร์เตต้า และอเยกเบนี ยาคูบู ที่ยังคงต้องนอนพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บต่อไป แถมยังต้องชวดใช้งาน โจ อัลเวส อีกด้วย เนื่องจากกองหน้ารายนี้ที่ได้ยืมตัวมาจาก แมนฯ ซิตี้ ติดคัพไทหมดสิทธิลงเล่นในถ้วยรายการนี้ เพราะเคยลงเล่นให้ทีมต้นสังกัดเดิมมาก่อนนั่นเอง แต่ทว่า มอยส์ ยังสามารถใช้งานเหล่าแข้งหลักอย่าง ฟิล เนวิลล์, สตีเฟน พีนาร์, ทิม เคฮิลล์, มารูยาน เฟลไลนี และหลุยส์ ซาฮา ได้ตามปกติ ยกเว้น ฟีล จากีลก้า ต้องเช็กฟิตในวินาทีสุดท้าย
ความน่าจะเป็น
นัดนี้ เดวิด มอยส์ กุนซือ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" คงต้องสั่งลูกทีมเดินหน้าแบบเต็มสูบ เพื่อหวังคว้าถ้วยแชมป์รายการนี้ให้ได้ หลังร้างราความสำเร็จมานานถึง 14 ปี นับตั้งแต่ได้ชูถ้วยแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อปี 1995 แต่ทว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" คงไม่ยอมง่ายๆ อย่างแน่นอน เพราะต้องการลบล้างความน่าผิดหวังที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไป ดังนั้นขุนพลแข้ง "สิงโตน้ำเงินคราม" ที่มีศักยภาพโดยรวมเหนือกว่าน่าจะเป็นฝ่ายทำผลงานในเกมนัดนี้ได้ดีกว่า ก่อนที่จะเข้าป้ายคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 5 ได้สำเร็จ เพื่อเป็นการส่งท้ายให้ กุส ฮิดดิงค์ ที่จะทำหน้าที่คุมทีมเป็นนัดสุดท้าย ก่อนที่ยอดโค้ชชาวดัตช์รายนี้จะกลับไปรับงานคุมทีมชาติรัสเซียตามเดิม
ผลที่คาด - เชลซี ชนะ 2-1
ลุงหวานเย็น



