ข่าว

'ค่าแรง300บาท'ท้าทาย'SME'

'ค่าแรง300บาท'ท้าทาย'SME'

20 ธ.ค. 2555

เสียงสะท้อน SME : 'ค่าแรง300บาท' ความท้าทาย ขนมหม้อแกงถึงเครื่องหนังปลากระเบน : โดย...กัมปนาท ขันตระกูล - เมธี เมืองแก้ว

                          "ขนมหม้อแกง" เป็นสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของ จ.เพชรบุรี ที่ผ่านมาเจ้าของสูตรส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง ทำให้ชื่อของร้านขนมหม้อแกงใน จ.เพชรบุรีทั้งหมด มีคำนำหน้าว่า "แม่" เช่น แม่สมาน แม่กิมลั้ง แม่กิมไล้ แม่ละเมียด แม่บุญล้น แม่กิมลุ้ย แม่บุญสม แม่สงวน แม่ปิ่น มีเพียงร้านเดียวที่เจ้าของสูตรเป็นผู้ชายคือขนมหม้อแกง "พ่อเข่ง" ซึ่งผลิตขนมหม้อแกง และขนมหวานพื้นเมืองรายนี้ จำหน่ายอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 20 ปี

                          ร้านขนมหม้อแกง "พ่อเข่ง" อยู่ที่ริมถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ ก่อนถึง 3 แยกท่ายาง 2 กิโลเมตร ที่หมู่ 5 เขตเทศบาลตำบลท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ประวัติร้านขนมหม้อแกง "พ่อเข่ง" ย้อนไป 20 ปี ผู้ก่อตั้งคือ สกณธ์ หงส์เทียมทอง (เข่ง) ปัจจุบัน อายุ 60 ปี โดยก่อนที่จะมาผลิตและเปิดร้านจำหน่ายขนมหม้อแกงและขนมหวานพื้นเมือง ประกอบอาชีพมาหลายสาขา

                          ด้วยการเห็นช่องทางว่าผู้ค้าขนมหวานส่วนใหญ่ กระจุกตัวกันอยู่บริเวณเขาวัง และในตลาดเมืองเพชรบุรี ส่วนที่ถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นเส้นทางหลักระหว่างภาคใต้ กับกรุงเทพฯ ไม่มีร้านขายเปิดให้บริการ ในปี 2535 จึงได้ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ 11 คูหา ริมถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการค้าขนมหม้อแกงและสินค้าพื้นเมืองให้มาใช้พื้นที่เพื่อทำการค้า แต่หลังจากสร้างอาคารพาณิชย์แล้วเสร็จปรากฏว่าขายไม่ออก เพราะผู้ซื้อเห็นว่าอาคารพาณิชย์ดังกล่าวอยู่ในที่ซึ่งไม่เจริญ

                          เมื่อขายอาคารพาณิชย์ไม่ได้ สกณธ์ จึงหันมาประกอบธุรกิจขนมหม้อแกงเอง โดยใช้อาคารพาณิชย์ที่ขายไม่ออกมาเปิดเป็นสถานที่ผลิต และร้านขายขนมหวานพื้นเมือง โดยใช้ชื่อร้านว่า "เพชรเขาวัง" และนำชื่อเล่นตัวเองมาตั้งเป็นชื่อขนมหม้อแกงว่า "พ่อเข่ง” ซึ่งเป็นขนมหม้อแกงรายแรก และรายเดียวมาถึงทุกวันนี้ โดยสินค้าหลักคือ ขนมหม้อแกงที่ผลิตเอง ใช้สูตรโบราณท้องถิ่น ผู้ประกอบการรายนี้ได้ใช้กลยุทธ์หาลูกค้า โดยการพิมพ์ใบปลิวไปแจกตามที่ต่างๆ จนทำให้มีผู้มาอุดหนุนสินค้าอย่างต่อเนื่อง 

                          การเติบโตทางธุรกิจในช่วง 8 ปีแรก ทำให้ร้านแห่งนี้คับแคบ และมีปัญหาเรื่องที่จอดรถ ต่อมาจึงได้ย้ายมาเปิดร้านที่ริมถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณสี่แยกบันไดอิฐ ตรงข้ามโรงพยาบาลเพชรรัชต์ ต.บ้านหม้อ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ในปี 2543 ใช้ชื่อร้านว่า "เพชรเขาวัง" แต่ 8 ปี หลังจากนั้น ก็มาประสบปัญหาเมื่อกรมทางหลวงขยายถนนบายพาสเพชรเกษม เป็นถนน 6 เลน เกิดความไม่สะดวก ในปี 2551 จึงย้ายมาอยู่ยังที่ตั้งปัจจุบัน

                          แม้ว่าในทางธุรกิจแล้ว จะมีความมั่นคงและผ่านประสบการณ์ในการสร้างตัวมาพอสมควร แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการรายนี้อยู่ในภาวะที่เผชิญกับความท้าทายก็คือ ค่าแรง 300 บาท ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2556 เพราะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ขณะที่การปัดภาระด้วยการปรับราคาขายให้สูงขึ้น ก็เท่ากับว่าจะเป็นการทำร้ายตัวเอง เพราะเท่ากับว่าจะทำให้ลูกค้าเปลี่ยนไปซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการรายอื่น 

                          "ในความรู้สึกของผมแล้ว อยากให้รัฐชะลอไว้ก่อน เพราะปัจจุบันค่าแรงในต่างจังหวัดวันละ 200 บาท แรงงานก็อยู่ได้แล้ว เพราะค่าครองชีพต่ำ กิจการทางด้านนี้ เราใช้คนงานต่อรายเฉลี่ยที่ 10-15 คน การรับภาระด้านต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้น แต่ตลาดสินค้าไม่ได้ขยายตัวตามไปด้วย นั้นเท่ากับว่าจะทำให้เจ้าของกิจการแบกรับภาระมากยิ่งขึ้น" สกณธ์ หงส์เทียมทอง เจ้าผลิตภัณฑ์ขนมหม้อแกง "พ่อเข่ง" กล่าว

                          "กระเบน" เป็นปลากระดูกอ่อน มีมากทั้งในฝั่งอ่าวไทย และมหาสมุทรอินเดีย จัดเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในรูปของอาหาร ขณะที่ชาวจีนจะเชื่อถือกันว่า หนังปลากระเบน เป็นของช่วยเสริมโชคลาง ที่ผ่านมาชาวประมงจะจับปลาชนิดนี้มาแล่เนื้อปรุงเป็นอาหาร ส่วนหนังตากแห้งเพื่อใช้ขัดถูไม้แทนกระดาษทราย ต่อมาเมื่อมีการนำหนังปลากระเบน มาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทำให้ชาวประมงมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกส่วนหนึ่ง

                          ในปี 2539 นิรันดร ไชยองค์การ และ พัชรพฤกษ์ สถิตทวีสมบัติ สามีและภรรยา ได้จัดตั้งบริษัท ยูเนี่ยนและเวิลด์คลาส จำกัด ที่ ต.นาตาล่วง   อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นโรงงานเดียวในภาคใต้ มีการชักชวนกลุ่มสตรีในพื้นที่มาดำเนินการผลิตภัณฑ์เครื่องหนังปลากระเบน ซึ่งแรกเริ่มจะเน้นไปในกลุ่มของกระเป๋าเป็นหลัก เช่น กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย และค่อยๆ ขยายมาเป็นเข็มขัด พวงกุญแจ ซองไฟแช็ก ตามความต้องการของลูกค้าที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

                          เนื่องจากเครื่องหนังปลากระเบน มีความทนทานสูงในการใช้งาน โดยหนังปลาที่ผ่านกรรมวิธีการฟอกที่ถูกต้องแล้ว จะคงทนไม่ฉีกขาดด้วยเหตุนี่ทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังปลากระเบน สามารถสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการเป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะวางขายใน จ.ตรัง และเมืองท่องเที่ยว อย่างเชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต  เกาะสมุย และกรุงเทพฯ แล้ว ยังกลายเป็นสินค้าส่งออกที่ได้รับความนิยม ทั้งที่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย และสิงคโปร์ ส่วนราคาสินค้า จะมีราคาตั้งแต่ 100-150 บาท   และกระเป๋า มีราคาตั้งแต่ 250-3,000 บาท เข็มขัด มีราคาตั้งแต่ 1,200-1,500 บาท

                          อย่างไรก็ตามการทำผลิตภัณฑ์หนังปลากระเบน เริ่มเผชิญปัญหาเช่นกัน โดยเฉพาะในด้านวัตถุดิบ เนื่องจากปลากระเบนในฝั่งประเทศเริ่มหายากมากขึ้น จึงต้องสั่งซื้อมาจากอินโดนีเซีย อินเดีย และปากีสถาน ทำให้ราคาซื้อขายหนังปลากระเบนดิบ ขนาดมาตรฐาน 5 นิ้ว ได้ปรับตัวสูงขึ้นจาก 65 บาท เป็น 80 บาท  ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้มีราคาสูงขึ้นตาม  ขณะที่ปัญหาอีกด้านก็คือ ค่าแรงงานที่กำลังจะปรับเพิ่มเป็นวันละ 300 บาท ในปี 2556

                          "ถึงแม้กิจการของเราจะใช้คนไม่มาก แต่ก็ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งของต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งหากรวมๆ ทุกอย่างแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 70% เลยทีเดียว สำหรับค่าแรง หนทางรับมือในส่วนของวัตถุดิบ เราพยายามเสาะแสวงหาแหล่งวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาเสริม เพื่อให้สินค้าสวยงาม คงทน แข็งแรง ตรงตามจุดเด่นของผลิตภัณฑ์  ควบคุมต้นทุนการผลิตให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม" ยุทธพงษ์ ทวีสิน ผู้ดูแลธุรกิจบริษัท ยูเนี่ยนและเวิลด์คลาส จำกัด ให้ความเห็น 

                          คือภาพรวมของธุรกิจขนาดย่อมที่กำลังจะเผชิญกับปัญหา

 

 

 

--------------------

(เสียงสะท้อน SME : 'ค่าแรง300บาท' ความท้าทาย ขนมหม้อแกงถึงเครื่องหนังปลากระเบน : โดย...กัมปนาท ขันตระกูล - เมธี เมืองแก้ว)