
'วิทยุชุมชน'ฟ้อง'กสทช.'เลือกปฏิบัติ
กลุ่มผู้จัดวิทยุชุมชน โวยเดือดร้อน ฟ้องศาลปกครอง ระบุ 'กสทช.' ออกประกาศการประกอบธุรกิจวิทยุฯ ไม่เป็นธรรม ปิดกั้นเสรีภาพ
19 ธ.ค. 55 นายธงชัย แก้วรัมย์ ชาวราชบุรี กับพวก ซึ่งเป็นผู้ประกอบการวิทยุชุมชนยื่นฟ้องสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เป็นผู้ถูกฟ้อง เรื่อง เป็นหน่วยงานรัฐออกคำสั่งโดยมิชอบกรณี ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายสียง พ.ศ.2555
โดยคำฟ้อง ระบุว่า กลุ่มผู้ฟ้องได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากประกาศของ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายสียง พ.ศ.2555 เพราะได้กำจัดสิทธิและได้ปิดกั้นเสรีภาพในการประกอบกิจการ หรือประกอบอาชีพ เพราะผู้ถูกฟ้องได้กำหนดกฎเกณฑ์และเงื่อนไขว่า ให้เฉพาะผู้ที่ได้รับสิทธิทดลองออกอากาศในลักษณะชั่วคราว ผู้รับใบอนุญาต หรือผู้ที่ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ตามประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนชั่วคราว (วิทยุกระจายเสียงชุมชน) ที่ได้ประกาศเมื่อวันที่ 24 ก.ค.52 ให้เป็นผู้ได้มีสิทธิยื่นคำร้องขอทดลองประกอบกิจการเท่านั้น โดยที่การออกประกาศ กสทช.เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ.2555 ไม่ได้จัดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมดำเนินการสื่อมวลชนสาธารณะอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกันตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกาศดังกล่าวทำให้กลุ่มผู้ฟ้องต้องเสียสิทธิ์ในการประกอบกิจการเนื่องจาก ต้องกลายเป็นบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในกฎเกณฑ์และตามประกาศเงื่อนไข
นอกจากนี้กฎเกณฑ์ในประกาศดังกล่าวยังมีลักษณะเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรม โดยผู้ถูกฟ้อง ซึ่งอยู่ในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลคลื่นความถี่ แต่กลับประกอบกิจการสถานีวิทยุแข่งกับผู้ประกอบกิจการเสียเองถึง 6 สถานี โดยที่สถานีของผู้ถูกฟ้องไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ขณะที่ผู้ฟ้องต้องถูกกำหนดให้ใช้เครื่องส่งกำลังคลื่นมีค่าไม่เกิน 500 วัตต์ ความสูงของสายอากาศวัดจากพื้นดินไม่เกิน 60 เมตร ซึ่งทำให้ผู้ฟ้องต้องเดือดร้อนจากการถูกจำกัดขอบเขตการเผยแพร่ด้านการสื่อสาร รวมทั้งผู้ถูกฟ้องยังได้กำหนดกฎเกณฑ์ การอบรม และการทดสอบเพื่อรับบัตรผู้ประกาศ โดยให้ผู้มีสิทธิ์เข้าอบรมจะต้องสำเร็จการศึกษาสาขาวิชาสื่อสารมวลชน (วิทยุ-โทรทัศน์ฯ) ตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไป และมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายเข้าอบรม 3 ขั้นตอน คือ ระดับต้น 4,000 บาท ระดับกลาง 5,000 บาท และระดับสูง 6,000 บาท รวมทั้งยังเสียค่าทดสอบผู้ประกาศอีก 1,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 16,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกันประกาศของผู้ถูกฟ้องดังกล่าว ยังออกมาใช้บังคับไม่ถูกต้องตามรูปแบบที่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 41โดยให้มีการยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการ เพื่อขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ซึ่งหาก กสทช.อนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่แล้ว ให้ถือว่าอนุญาต ประกอบกิจการกระจายเสียง และอนุญาตให้มี ให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคมด้วย ซึ่งเท่ากับว่ามีใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ใบเดียวก็จะครอบคลุมถึงใบอนุญาตอื่นๆ ด้วย ซึ่งวิทยุของผู้ฟ้องเป็นประเภทวิทยุกระจายเสียง ไม่ใช่วิทยุคมนาคม แต่ผู้ถูกฟ้องกลับแจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินคดี ในความผิดเกี่ยวกับวิทยุคมนาคม ซึ่งทำให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายกับผู้ฟ้อง ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ผู้ฟ้องจึงขอให้ศาลสั่งผู้ถูกฟ้อง เปิดลงทะเบียนประเภทประกอบกิจการทางธุรกิจให้กับกลุ่มผู้ฟ้อง หรือผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียน ประเภทชุมชนชั่วคราว หรือไม่ได้ขยายระยะเวลาไว้ และให้สั่งผู้ถูกฟ้อง ระงับการจับกุมดำเนินคดีที่อ้างกฎเกณฑ์ที่ไม่ชอบ จนกว่าจะมีรูปแบบขั้นตอนที่ถูกต้อง รวมทั้งให้หยุดและยกเลิกการกระทำที่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม และการสร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็นที่สร้างภาระที่เกิดกับผู้ฟ้องหรือประชาชนที่เป็นผู้ประกอบกิจการ และให้สั่งผู้ถูกฟ้อง ยกเลิกประกาศหรือหยุดดำเนินการตามประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายสียง พ.ศ.2555 ลงวันที่ 19 ก.ย.55 จนกว่าจะมีกฎเกณฑ์ที่ถูกต้องชอบธรรม
--------------------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



