
'มาร์ค'ชี้ชะลอประชามติ-หวังช่วย'แม้ว'
'อภิสิทธิ์'ชี้รบ.ชะลอประชามติ หวังหาช่องช่วยให้'นายใหญ่'ระบุ ประชามติ เป็นโอกาสให้ปชช.แสดงออก เผย 24 ธ.ค.กก.คัดเลือกคนชิง'ผู้ว่าฯกทม.'
19 ธ.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ครม.มีมติชะลอเรื่องการลงประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป ว่า เป็นเพราะรัฐบาลกำลังเดินวนอยู่กับการแก้ปัญหาให้นายตัวเอง โดยต้องล้มหลักกฎหมายสำคัญๆ ก็จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ตราบเท่าที่ความต้องการของนายใหญ่ยังค้ำคออยู่ก็เดินวนทำให้เสียโอกาสประเทศ ทั้งที่ควรเอาเวลาไปบริหารประเทศแก้ปัญหาให้ประชาชน เลิกแก้ปัญหาให้นายใหญ่ได้แล้ว และถ้าจะทำประชามติก็จะเป็นโอกาสของประชาชนที่จะแสดงออกว่า พอแล้ว จบได้แล้ว ก้าวข้ามได้แล้วเอาเรื่องประชาชนดีว่า ซึ่งตนคิดว่าตราบเท่าที่ยังตั้งเป้าว่าจะต้องล้มคดีให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็จะเป็นปัญหาอย่างนี้ซึ่งเป็นภาระกับประเทศมามากแล้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการสัมมนาของพรรคตั้งแต่วันที่ 17 - 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า มี 4 หัวข้อหลักที่เป็นรูปธรรมเดินหน้าต่อทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการทำงานในสภาสะท้อนให้ประชาชนทราบถึงงานที่พรรคทำทั้งในสภาและกรรมาธิการฯ ไม่ใช่เฉพาะแค่ช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนที่สองโครงการพิมพ์เขียวประเทศไทยก็เดินหน้าต่อ และภายในเดือนมีนาคมจะจัดกิจกรรมเป็นค่ายซึ่งจะนำไปสู่การทำโครงการนำร่อง ส่วนที่สามจะเพิ่มกลไกของพรรคที่เกี่ยวข้องกับงานมวลชนหรือการบริหารพรรค เช่น งานเยาวชน สตรี และส่วนสุดท้ายแบ่งความพร้อมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพราะทางพรรคเห็นว่า แม้รัฐบาลจะอยู่ครบวาระก็ต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งตั้งแต่วันนี้ เพราะจุดอ่อนในอดีตคือ มาเตรียมการเมื่อกระชั้นชิด แต่ในขณะนี้เราไม่สามารถระบุได้ว่า ระบบนี้จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ก็ต้องมีความพร้อมไว้จึงต้องมีการแบ่งความรับผิดชอบ เพราะขณะนี้ภาระความรับผิดชอบของรองหัวหน้าภาคมากเกินไป ต้องมีการซอยย่อยเป็นกลุ่มจังหวัด
เผย 24 ธ.ค.นี้กก.คัดเลือกชื่อคนชิง"ผู้ว่าฯกทม."พร้อมส่งชื่อให้กก.บห.พิจารณาขั้นสุดท้าย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการสัมนา สส.พรรค ซึ่งมีการพิจารณาผู้สมัคร สส.กทม. ลงรับสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่ากทม. โดยมีการพิจารณา 4 รายชื่อ ประกอบด้วย นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ , นายอภิชัย เตชะอุบล ซึ่งมีรายชื่อในอันดับที่ 64 ของระบบบัญชีรายชื่อของพรรค , ดร.ประกอบ จิรกิตติ และม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่า กทม.คนปัจจุบัน ว่า ทางกรรมการจะดูจากผู้ที่แสดงความจำนงเปิดโอกาสให้ชี้แจงกับกรรมการคัดเลือก ซึ่งนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานคณะกรรมการการคัดเลือกก็ระบุว่า จะได้ข้อยุติในวันจันทร์ที่ 24 ธ.ค.นี้ และเมื่อเสร็จแล้วกรรมการคัดเลือกก็จะทำความเห็นมายังกรรมการบริหารพรรค
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มีการประกาศนโยบายล่วงหน้าจะเป็นการผูกมัดให้พรรคต้องส่งลงสมัครผู้ว่าฯกทม.หรือไม่นั้น ตนคิดว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ คงกังวลนิดหน่อยว่า นโยบายหลายเรื่องที่เตรียมไว้ถ้าไม่มีโอกาสพูดเลยก็กลัวพรรคคู่แข่งเอาไปพูดก่อน และนโยบายที่พูดหลัก ๆ ก็เป็นการเดินหน้าสานต่อเป้าหมายของงานปัจจุบันคงไม่มีปัญหา เพราะเท่าที่ติดตามดู เช่น เรื่องการจราจร การคืนเงินให้กับผู้ใช้รถไฟฟ้าเพราะรายได้ของกทม.หรือสัญญาที่ไปทำจะเปิดโอกาสให้ทำได้เป็นความคิดที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้มาแจ้งต่อพรรคก็ถือเป็นความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีคนอื่นเพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยทั้งหมดอยู่ที่กระบวนการของกรรมการคัดเลือกจะทำความเห็นมา แต่คิดว่าไม่น่าจะมีคนอื่นเพิ่มเติมแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าพรรคตัดสินใจไม่ส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ลงสมัคร จะกลายเป็นการหักหน้า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกคนเข้าใจกระบวนการของพรรค ซึ่งตนเข้าใจว่า ในช่วงที่ยังมีความไม่ชัดเจน แต่มีความพยายามที่จะนำเสนอบางนโยบายที่ทำงานกับพรรคมาก็ต้องทำพร้อม ๆ กันไป และการพิจารณาคุณสมบัติของตัวผู้สมัครจะมุ่งที่ใครสามารถทำงานตอบสนองคนกรุงเทพให้ประสบความสำเร็จได้มากที่สุด คงไม่ได้พูดถึงภาพลักษณ์อย่างเดียวแต่ต้องพูดถึงตัวเนื้องานที่จะต้องเดินและนโยบายที่จะทำ ส่วนรายชื่อที่ปรากฎออกมาซึ่งเป็นคนของพรรคทั้งสิ้นไม่มีความหวือหวานั้นตนเห็นว่าอยู่ที่ความสมัครใจเพราะเป็นงานหนักและเกี่ยวข้องกับการเมืองท้องถิ่น ซึ่งตนเห็นว่ารายชื่อของผู้สมัครพรรคเพื่อไทยที่ปรากฎออกมาก็ไม่ใช่ชื่อใหม่ แม้ว่าจะเป็นผู้ที่ทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ก็ไม่น่ากังวล เพราะเมื่อถึงเวลาที่จะรณรงค์หาเสียงแข่งขันกัน วัดที่นโยบาย ความจริงใจในการทำงานให้กับประชาชน
“ผมยังมั่นใจว่ากระบวนการคัดเลือกผู้สมัครผู้ว่า กทม.จะไม่ทำให้เกิดปัญหาภายในพรรค แม้ว่าชื่อที่ถูกเคาะออกมาจะไม่ใช่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ก็ตามเพราะเชื่อว่าท่านเป็นคนมีวินัย แต่คงไปตอบแทนไม่ได้ว่าจะน้อยใจหรือไม่ และกรรมการบริหารพรรคก็ต้องสรุปด้วยเหตุผลอธิบายได้ และสมาชิกพรรคต้องยอมรับการตัดสินใจนั้น”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สนามการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ครั้งนี้จะแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ซึ่งพรรคตระหนักดีและยอมรับว่าอาจมีทางเลือกใหม่จากผู้สมัครอิสระที่เบื่อสองพรรคการเมืองใหญ่ทำให้มีโอกาสที่จะต่อสู้ได้เช่นเดียวกัน โดยพรรคไม่ได้ประมาท และจะทำให้ดีที่สุดในการตอบสนองความต้องการของคนกรุงเทพฯ ซึ่งพรรคตั้งใจเต็มที่ที่จะดูแลพื้นที่ กทม.นี้ เพราะมีนัยยไม่ใช่เฉพาะแค่การบริหารกทม.เท่านั้น และมาถึงวันนี้ประชาชนมีความเข้าใจในบางเรื่องมากขึ้นกว่าช่วงที่ตนเป็นรัฐบาล แต่บางเรื่องก็ต้องยอมรับว่าฝ่ายคู่แข่งให้ข่าวในทางที่เกิดความสับสนไขว้เขวก็ต้องพยายามแข่งกันชี้แจง



