
ตร.เรียก'อี้'สอบคดีคนร้ายดักตี'ราเมศ'
ผกก.สน.บางนา เผย คดีคนร้ายดักตี "ราเมศ" สาหัส เรียก "แทนคุณ" ให้ปากคำหาประเด็นสงสัย ไม่ทิ้งเรื่องการเมือง ด้าน"อภิสิทธิ์" ขอบคุณ ผบ.ตร.เร่งคดี "ราเมศ"
วันที่ 19 ธ.ค.55 พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผู้กำกับการ สน.บางนา เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีคนร้าย ดักตีศีรษะของ นายราเมศ รัตนะเชวง ทีมที่ปรึกษากฏหมายพรรคประชาธิปัตย์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ว่า ในวันนี้เวลา 12.00 น. ทางพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ หรือ อี้ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม เนื่องจาก นายแทนคุณ เป็นคนแรก ที่ได้ไปดูอาการของนายราเมศ และอาจได้พูดคุยเรื่องเส้นทางกลับบ้าน หรือปัญหาต่างๆ เพราะหากต้องรอให้เจ้าตัวได้สติและให้การได้คงใช้เวลาอีกหลายวัน ส่วนเรื่องประเด็นการทำร้ายร่างกาย ที่ นายแทนคุณ ตั้งเป้าว่า เป็นประเด็นทางการเมืองนั้น ต้องดูว่า นายแทนคุณ พร้อมจะให้รายละเอียดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน เดินทางไปยังโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เพื่อทำการสอบปากคำญาติ เพิ่มเติมอีกส่วน รวมทั้งเพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่อาจเป็นชนวนให้คนร้ายก่อเหตุ รวมไปถึงบุคคลต้องสงสัย
นายแทนคุณ กล่าวว่า ประเด็นที่จะเข้าให้การกับตำรวจ คือ เรื่องเวลาที่ นายราเมศ ถูกทำร้าย เนื่องจากเป็นคนที่ไปถึงโรงพยาบาลเป็นคนแรก ส่วนสาเหตุนั้น ยังให้น้ำหนักในเรื่องการเมือง เพราะส่วนตัว นายราเมศ เป็นคนใจเย็น ไม่เห็นเคยมีปัญหากับใครมาก่อน และพฤติกรรมคนร้าย น่าจะมีการวางแผนมาระดับหนึ่ง แต่หลังเกิดเหตุยังไม่ได้คุยกับ นายราเมศ เพราะเจ้าตัวบาดเจ็บมาก ต้องใส่เครื่องมือทางการแพทย์ตลอด ส่วนญาติจากที่สอบถามก็ยืนยันว่า ไม่เคยมีเรื่องกับใคร ส่วนกรณีที่ย้ายมาพักอาศัยที่เกิดเหตุ เนื่องจาก นายราเมศ รู้ตัวว่ามีคนตาม และเคยร้องกรรมาธิการการตำรวจมาแล้ว จนกระทั่งมาถูกทำร้าย ทั้งนี้จะหารือทางพรรค เพื่อตรวจสอบคดีที่ นายราเมศ รับผิดชอบ ว่าคดีใดที่น่าจะเป็นต้นเหตุ เพราะ นายราเมศ ดูแลคดีสำคัญหลายคดี รวมทั้งคดีที่เกี่ยวพันกับข้าราชการระดับสูง
นายแทนคุณ ยังกล่าวอีกว่า ขอย้ำว่า ตนเองและคนในพรรคให้น้ำหนักสาเหตุการถูกทำร้าย ว่าเป็นเรื่องการเมือง แม้ว่าจะเป็นไปได้ว่า อาจเป็นเรื่องส่วนตัว แต่อุปนิสัย นายราเมศ เป็นคนเรียบร้อยมาก อีกทั้ง ช่วงหลังที่ผ่านมา นายราเมศ มีบทบาทเรื่องการตรวจสอบทุจริต จึงอาจะเป็นการข่มขู่ หรือมาจากผู้สนับสนุนคนที่ถูก นายราเมศ ฟ้องร้องแล้ว รู้สึกหมั่นไส้ อย่างไรก็ตามอาการล่าสุด ของ นายราเมศ เช้านี้ จะเข้าทำ ซีทีสแกน หรือ X-ray สมอง และยังคงใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ แม้จะสามารถหายใจเองได้ พร้อมเตรียมที่จะย้าย ร.พ.อีกครั้ง
"อภิสิทธิ์" ขอบคุณ ผบ.ตร.เร่งคดี "ราเมศ" จับตา-หวั่นจับแพะ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ระบุว่า จะสามารถรู้ตัวคนที่ทำร้ายนายราเมศ รัตนะเชวง ภายในสองถึงสามวัน ว่า ต้องขอขอบคุณ พล.ต.อ.อดุลย์ ที่ดูแลเรื่องนี้อย่างดี ถ้าสามารถดำเนินการได้ก็จะแก้ปัญหาและปรามไม่ให้ปัญหาความรุนแรงลุกลามไป ซึ่งต้องดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ก่อนด้วยว่า มีพยานหลักฐานอย่างไรว่าไม่ใช่แพะ ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองนั้น ก็ให้ ผบ.ตร.กับเจ้าหน้าที่ทำงานดีกว่า เพราะถ้าทำงานตามรองนายกฯอาจจะมีปัญหา ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่ตำรวจว่าจะยอมให้รองนายกฯชี้นำการทำงานหรือไม่ เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่มีข้อสรุปก็ต้องมีเหตุผล พยาน หลักฐานมาแสดง ถ้าไม่เป็นไปตามความจริงก็จะเห็นเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมั่นใจความเป็นมืออาชีพของ พล.ต.อ.อดุลย์ มากน้อยแค่ไหน เพราะในการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล กับรัฐบาลชุดนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าคงต้องแยกเป็นเรื่อง ๆ ไป เพราะการปฏิบัติกับผู้ชุมนุมที่มีการแถลงข่าวก็มีการติงแล้วว่าแนวทางที่จะใช้ซึ่งไม่ปฏิบัติตามหลักสากลจากเบาไปหาหนัก ตนก็ให้ ผอ.พรรคติงเอาไว้แล้ว แต่เรื่องอื่นเกี่ยวกับการดูแลความเรียบร้อยจะตอบรวม ๆ คงยาก เพราะในวันที่พรรคจัดเวทีผ่าความจริงที่ปทุมธานีก็มีการดูแลได้ดี อย่างไรก็ตามยังคาดหวังความเป็นมืออาชีพจากตำรวจและทุกฝ่ายโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ด้านกระบวนการยุติธรรมและความมั่นคง อยากให้เป็นมืออาชีพให้มากที่สุด
เมื่อถามว่า พื้นที่เกิดเหตุอยู่ในรับผิดชอบของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบ.ชน.ซึ่งเป็นคู่กรณีกับนายราเมศ รัตนะเชวง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพของตำรวจว่าเมื่อดูเหมือนเป็นคู่กรณีกัน หรือมีเหตุที่จะขัดกันจะทำงานอย่างไรเพื่อคลี่คลายเรื่องนี้ ซึ่งพรรคก็จะติดตามเพื่อเก็บข้อมูล



