
บอลอี 1
20 ม.ค. 2552
บอลอี 1
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ตกม้าตายตอนจบ "สตีวี่จี" สตีเวน เจอร์ราร์ด ส่องให้ทีมออกนำ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ก่อนในศึกพรีเมียร์ชิพ นัดเมอร์ซีไซด์ ดาร์บี้ แมทช์ คืนวันจันทร์ที่ 19 มกราคม แต่สุดท้านโดน ทิม เคฮิลล์ โขกตีเสมอ 1-1 แบ่งแต้มก่อนหมดเวลา 3 นาที ส่งผลให้ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ยังนำจ่าฝูงต่อไป ด้านศึกคาร์ลิ่ง คัพ รอบรองชนะเลิศนัดที่ 2 วันที่ 21 มกราคม "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส โชคดีที่สกอร์ตุนไว้เยอะในนัดแรก เพราะไปเยือน เบิร์นลีย์ โดยไม่มีทั้ง โรมัน พาฟลิวเชนโก้ และ เลดลีย์ คิง ตัวหลักในแนวรุกและรับ
ศึกพรีเมียร์ชิพนัดมันเดย์ไนท์วันจันทร์ที่ 19 มกราคม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ทำศึกเมอร์ซีไซด์ ดาร์บี้ แมทช์ กับ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน โดยเกมนี้ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ผ่านการทดสอบความฟิตลงสนามเป็นตัวจริงด้วยการเป็นหัวหอกคู่กับ ร็อบบี้ คีน ขณะที่ทีมเยือนใช้ วิคเตอร์ อนิเชเบ้ เป็นกองหน้าคนเดียว และให้ ทิม เคฮิลล์ เป็นกองหน้าตัวต่ำ
เกมในช่วงแรก ลิเวอร์พูล ที่ต้องการทำแต้มแซงกลับมานำจ่าฝูงเป็นฝ่ายไล่บอลอย่างหนัก จนทำให้เกมแดนกลางของ เอฟเวอร์ตัน เล่นกันไม่ออก และเป็นเจ้าถิ่นที่ครองบอลทำเกมได้เป็นส่วนใหญ่ส่งผลให้ เอฟเวอร์ตัน ต้องใช้ลูกหนักเข้าสู้ และกลับกลายเป็น เอฟเวอร์ตัน ที่มีลุ้นได้ประตูแบบจะๆ ก่อนในนาทีที่ 26 เมื่อ โทนี ฮิบเบิร์ต เปิดบอลจากทางขวาให้ ทิม เคฮิลล์ โหม่งแต่ โฆเซ เรนา ปัดออกไปได้หวุดหวิด
อีก 2 นาทีต่อมา หงส์แดง หวุดหวิดจะได้ประตูบ้างจากจังหวะหลุดเดี่ยวของ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ที่ยิงผ่าน ทิม โฮเวิร์ด ไปแล้ว แต่บอลไปชนะเสาออกอย่างเหลือเชื่อ ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0
เข้าครึ่งหลังกลับมาเล่นถึงนาทีที่ 68 ลิเวอร์พูล มาได้ประตูที่ต้องการเมื่อ อัลเบิร์ต ริเอรา ผ่านบอลจากทางซ้ายเข้ามากลางให้ สตีเวน เจอร์ราร์ด สับไกยิงจากระยะ 30 หลา บอลพุ่งเรียดเข้าไปเป็น 1-0 จากนั้นทำท่าว่าจะไม่มีการทำประตูกันเพิ่มจนก่อนหมดเวลา 3 นาที เอฟเวอร์ตัน มาตีเสมอได้จากลูกฟรีคิกทางซ้าย มิเกล อาร์เตต้า เปิดให้ ทิม เคฮิลล์ โหม่งที่เสาแรกเข้าไปเป็น 1-1 จบเกมจึงเสมอกันไป 1-1 ทำให้ ลิเวอร์พูล มี 47 แต้มเท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ประตูได้เสียเป็นรองและลงสนามมากกว่า 1 นัด
ด้าน ศึกลูกหนังคาร์ลิ่ง คัพ อังกฤษ คืนวันพุธที่ 21 มกราคมนี้ เป็นการเตะรอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 "ตราไก่" สเปอร์ส พกสถิติชนะมาจากนัดแรกถึง 4-1 จะบุกไปเยือนถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ ของเบิร์นลีย์ จากลีกแชมเปี้ยนชิพ โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง 7 สี ในเวลา 02.45 น. เกมนัดนี้แม้จะถือเป็นงานสบายของทีมตราไก่ แชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลก่อนที่แพ้ 2 ลูก ก็ยังได้เข้าชิงชนะเลิศเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน แต่เพื่อความไม่ประมาท คาดว่า แฮร์รี เรดแนปป์ กุนซือใหญ่ของทีมเยือนน่าจะส่งนักเตะชุดใหญ่ลงสนามเกือบทั้งหมด เว้นแค่ เจอร์เมน เดโฟ หัวหอกที่ไม่สามารถลงสนามช่วยทีมได้ เนื่องจากเคยลงเตะถ้วยใบนี้ให้ปอร์ทสมัธ ต้นสังกัดเก่ามาแล้ว
ทำให้น่าจะวางกองหน้าเพียงคนเดียว เนื่องจาก โรมัน พาฟลิวเชนโก้ ที่เจ็บจากเกมเมื่อวันอาทิตย์ลงสนามไม่ได้แน่นอนเช่นเดียวกับ เลดลีย์ คิง กองหลังที่เจ็บยาว แต่เดวิด เบนท์ลีย์ ที่เป็นตัวสำรองในเกมล่าสุดน่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริง
ขณะที่เจ้าถิ่นที่ต้องยิงเกิน 3 ลูกจึงได้เข้ารอบ โอเว่น คอยล์ กุนซือใหญ่ จะได้ เวด เอลเลียต มิดฟิลด์ที่ติดโทษแบนจากเกมสุดสัปดาห์ที่ออกไปแพ้ เปรสตัน 1-2 กลับคืนสู่ทีม นอกจากจะใช้นักเตะชุดใหญ่ได้ทั้งหมด ไม่ว่า คริส อีเกิลส์, คริส แม็คกานน์ และ สตีเวน คัลเวลด์
ตารางพรีเมียร์ลีก วันที่ 19 ม.ค.
แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
แมนฯ ยูไนเต็ด 21 14 5 2 34 10 47
ลิเวอร์พูล 22 13 8 1 36 14 47
เชลซี 22 13 6 3 42 13 45
แอสตัน วิลล่า 22 13 5 4 37 24 44
อาร์เซนอล 22 12 5 5 37 24 41
เอฟเวอร์ตัน 22 10 6 6 30 26 35
วีแกน 22 9 4 9 25 23 31
เวสต์แฮม 22 8 5 9 29 31 29
ฮัลล์ 22 7 6 9 29 42 27
ฟูแล่ม 20 6 8 6 19 17 26
แมนฯ ซิตี้ 21 7 4 10 39 30 25
ปอร์ทสมัธ 21 6 6 9 22 34 24
โบลตัน 22 7 2 13 22 30 23
นิวคาสเซิล 22 5 8 9 28 37 23
ซันเดอร์แลนด์ 22 6 5 11 23 32 23
สเปอร์ส 22 5 6 11 21 27 21
แบล็คเบิร์น 21 5 6 10 25 36 21
มิดเดิลสโบรช์ 22 5 6 11 18 33 21
สโต๊ค 22 5 6 11 19 35 21
เวสต์บรอมวิช 22 6 3 13 20 37 21



