ข่าว

'มาร์ค'ยันค้านประชามติแก้'รธน.'

'มาร์ค'ยันค้านประชามติแก้'รธน.'

18 ธ.ค. 2555

'อภิสิทธิ์'ยันรณรงค์ประชาชนค้านประชามติแก้'รธน.'ไม่ผิดกฎหมาย เตือน'กกต.'วางตัวเป็นกลาง พร้อมสัมมนาขอบคุณ สส.สอบผ่านซักฟอก-ฟันธงประชามติรัฐบาลไม่ถึงเป้า

                18 ธ.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลกำลังโจมตีในเรื่องจดหมายเปิดผนึกในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ นายอภิสิทธิ์ ที่รณรงค์ประชาชนไม่ให้ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติว่าผิดกฎหมาย ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมาย เพราะการจัดทำประชามติคือ การถามความเห็นของประชาชน โดยเป็นสิทธิของประชาชนที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ซึ่งตนได้บอกแค่ว่า การรื้อรัฐธรรมนูญครั้งนี้ของรัฐบาลมีเจตนาชัดเจนว่า จะแก้ไขในมาตรา 309 เพื่อล้มคดีและล้างผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ซึ่งก็เคยบอกแล้วว่า ไม่เห็นด้วยและได้เชิญชวนให้ประชาชนไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ตามกระบวนการและระบบของกฎหมาย

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ไม่รู้ว่าไปตีความกันอย่างไรว่า การจะจัดทำประชามติแสดงว่า คนที่สนับสนุนหรือเห็นด้วยรณรงค์ได้  ขณะที่คนที่ไม่เห็นด้วยกลับแสดงออกทางความคิดไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องมาถามความเห็นกันดีกว่า ซึ่งการทำประชามติก็เหมือนการเลือกตั้ง การใช้อำนาจรัฐไปจูงใจคือ  เรื่องผิดกฎหมาย และคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.)เอง ต้องทำหน้าที่เป็นกลาง เพราะการที่บอกว่า ถ้าจะรณรงค์ให้คนไม่เห็นด้วยไม่สามารถทำได้นั้น แต่กลับไม่ดำเนินการใดๆ กับคนที่เห็นด้วยกับการทำประชามติ แต่ใช้วิธีการที่ผิดกฎหมาย ซึ่งตนเห็นว่า เจตนารมณ์ของการทำประชามติทุกฝ่ายต้องมีเวทีในการแสดงเหตุผลซึ่งการที่ กกต.ออกมาขู่นั้นจะถือว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

                เมื่อถามว่า หากเทียบการทำประชามติ เมื่อ 2550 กับการทำประชามติของรัฐบาลในครั้งนี้เป็นเช่นใด  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การทำประชามติปี 2550 นั้น แม้แต่ต่างประเทศยังส่งคนมาสังเกตการณ์ แต่การทำประชามติในครั้งนี้ยังไม่ถือว่าเริ่มกระบวนการ อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ กกต.ตั้งหลักให้ดีเพราะการที่บอกว่า คนที่ไม่เห็นด้วยห้ามทำอะไรเลยก็สงสัยว่า กกต.จะไม่เป็นกลาง ส่วนรูปแบบการการรณรงค์ของพรรคประชาธิปัตย์นั้นคงต้องรอให้รัฐบาลตกผลึกก่อนว่าการทำประชามติในรูปแบบใด เมื่อชัดเจนแล้วตนจึงจะให้คำตอบได้

                เมื่อถามว่า จะกลายเป็นสัญญาณอันตรายของรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่รัฐบาลตัดสินใจว่าจะเอาประโยชน์ของประเทศหรือเอาประประโยชน์ของนายใหญ่และพวกพ้องมาเป็นที่ตั้ง ซึ่งก็มีความสุ่มเสี่ยงความขัดแย้งจะลุกลามและไม่เป็นผลดีกับรัฐบาลเลย ในเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็เคยยืนยันว่า จะเดินหน้าเรืองปรองดองอย่างแก้ไข ไม่แก้แค้น แต่สภาพบ้านเมืองที่มีการคุกคามและการยัดเยียดแนวทางที่จะช่วยเหลือพี่ชายโดยไม่คำนึงถึงความขัดแย้ง นายกฯ ต้องถามตัวเองว่า สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้เป็นเหมือนสิ่งที่เคยพูดไว้หรือไม่

 

ปชป.สัมมนาขอบคุณ สส.สอบผ่านซักฟอก-ฟันธงประชามติรัฐบาลไม่ถึงเป้า

               นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน สส.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดการสัมมนาว่า ขอขอบคุณสมาชิกทุกคนที่ร่วมกันทำงาน โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ที่ทำให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีการทุจริต เช่นเดียวกับ สส.อีกด้านหนึ่งนั้นแม้จะไมได้มาชี้แจงตอบโต้ แต่เป็นกำลังสำคัญในการรักษาพื้นที่และฐานเสียงของพรรค ทำให้เราเดินไปสู่ข้างหน้าได้อย่างแน่นอน และเราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า ประชาธิปัตย์ถือเป็นความหวังของประเทศ

               นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้สังคมกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤติ ความเป็นนิติรัฐในบ้านเมืองแทบจะหาไม่ได้ ยกตัวอย่างกรณีนายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ถูกทำร้าย หวังผลถึงชีวิต ซึ่งนั่นกำลังบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังถูกคุกคาม เราจึงต้องใช้ความสามัคคีและพลังของทุกคนในการชนะปัญหา ตนไม่เชื่อว่าอธรรมจะชนะธรรมะ เพราะในที่สุดธรรมะจะชนะอธรรม ยืนยันว่าพรรคไม่ทอดทิ้งนายราเมศ จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และตนเชื่อว่าสาเหตุเรื่องนี้มาจากการเมืองอย่างแน่นอน ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต้องรับผิดชอบ ที่ปล่อยให้มีเหตุเช่นนี้เกิดขึ้น อย่าปล่อยให้สังคมเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน มิเช่นนั้นประเทศไทยจะเป็นลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน

               นายเฉลิมชัย กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาพรรคทำงานเป็นทีมเวิร์คมากขึ้น แบ่งภาระชัดเจน โดยเตรียมจะฟื้นสาขาพรรคที่เป็นจุดแข็งของพรรค รวมทั้งงานกิจการเยาวชนที่มี นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรครับผิดชอบดูแล เพื่อสร้างฐานของพรรคในอีก 5-20 ปี ดังนั้นการทำงานข้างหน้าถือเป็นภาระหนักของทุกคนนอกจากนี้จากการที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ประชาชนร่วมบริจาคภาษีผ่านหมายเลข 001 นั้น ซึ่งถือเป็นเงินประชาชนที่มาดูแลพรรค พรรคไม่เคยไปง้อขอเงินใคร เราดูแลกันเอง สามารถขับเคลื่อนภารกิจของพรรคไปสู่เป้าหมายโดยไม่เบียดเบียนใคร

               “เป้าหมายสำคัญต่อไปคือ การเลือกตั้งซ่อมที่เขต 2 จ.ชลบุรี ในวันที่ 6 ม.ค.56 ขอให้ทุกคนไปช่วยกัน เพราะมีโอกาสสูง และเชื่อว่า เราชนะแน่ ซึ่งถ้าชนะจะทำให้ขวัญกำลังใจดีขึ้น เร็ว ๆ นี้ขอให้รอดูการทำประชามติ ที่รัฐบาลคุยว่ามี 15 ล้านเสียง เชื่อว่า เหลือไม่ถึงแน่นอน ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยมี 11ล้านเสียงจะเพิ่มมากขึ้นแน่ ระยะห่างของทั้ง 2 พรรค ไม่มากอย่างที่คิดอย่างแน่นอน ถ้ารัฐบาลแน่จริงก็ขอให้บริหารประเทศอย่างนี้ต่อไป เชื่อว่าที่พรรคเพื่อไทยคุยโวว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ 250 เสียง คงเหลือแค่ 220เสียงก็เก่งแล้ว เพราะคนไทยรู้แล้วว่าอะไรดีอะไรชั่ว” นายเฉลิมชัย กล่าว
นายเฉลิมชัย กล่าวต่อไปว่า การสัมมนาต่อจากนี้จะเป็นการกำหนด แนวนโยบาย ยุทธศาสตร์ของพรรค เพราะเราต้องเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ ที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นเมื่อไร ยืนยันว่าตนจะทำงานให้ดีที่สุด เพื่อช่วยให้พรรค ไปสู่เป้าหมายอย่างที่ตั้งใจ และจำหัวหน้าพรรคกลับมาเป็นนายกอีกครั้ง

               จากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หัวใจในการทำงานของคือ การเลือกตั้งที่ต้องเตรียมตัวตลอดเวลา มีการพูดคุยแลกเปลี่ยน อยากจะย้ำตรงนี้ เพราะตนเข้าใจดีว่า เพื่อน สส.ทุกคนห่วงใยมากที่สุดคือการเลือกตั้ง ว่าเราจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ในส่วนของการที่เราจะเพิ่มที่นั่ง สส.ของพรรค ก็ต้องย้ำว่าเราจะต้องเพิ่มความเข้มแข็ง เพื่อไปสู่เป้าหมาย และแม้ว่าในการต่อสู้ทางการเมืองในขณะนี้ชัดเจนว่า เป็นการต่อสู้ของ 2 ฝ่าย ซึ่งนอกเหนือจะเป็นการแข่งขันทางการเมืองตามปกติแล้ว ยังเป็นการสะท้อนความคิดค่านิยม อุดมการณ์ที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

               “เหตุการณ์ เมื่อคืน 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก็เป็นการตอกย้ำครั้งหนึ่งว่า ในยุคปัจจุบันคนที่ต่อสู้ คนที่เห็นต่างกับคนที่มีอำนาจ มีความสุ่มเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ต่อปัญหาการคุกคาม การใช้ความรุนแรงเพราะฉะนั้น คำพูดที่ว่าแก้ไข ไม่แก้แค้นก็จะได้ยินเป็นระยะ ๆ จากนายกฯ แต่การกระทำที่จะสะท้อนว่าแก้ไขไม่แก้แค้น อย่าว่าแต่พรรคประชาธิปัตย์เลย องค์กรที่เขาทำหน้าที่เป็นกลาง ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบหรือแม้กระทั่งองค์กรสื่อ องค์กรเอกชน ไม่มีใครเล็ดลอดไปจากการที่ผู้มีอำนาจในขณะนี้พยายามเอื้อมมือเข้าไป ถ้าเอามาเป็นพวกไม่ได้ ก็เล่นงานเต็มที่เหมือน กับที่เพื่อน สส. เราเมื่อวานในหลายพื้นที่ก็พูดชัดเจนว่า หากเจรจากันไม่ได้ ก็มาไล่บี้กันเต็มที่ ผมขอเป็นกำลังใจให้พวกเรา อย่าให้พวกเราตกใจ ผีมันไม่หลอกคนที่ไม่กลัว รัฐบาลก็น่าจะฉลาดกว่าผี อย่ามาเสียเวลากับพวกเราเลย พวกเราไม่กลัว และถ้ายิ่งทำก็จะมีคนไม่กลัวมากขึ้นในแผ่นดินนี้ ถ้าเราปรับตัวให้เห็นว่าเราไม่กลัว เพราะฉะนั้นขอให้เรามีกำลังในการต่อสู้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว