ข่าว

ขู่'ปชป.'คว่ำประชามติระวังเจองานใหญ่

ขู่'ปชป.'คว่ำประชามติระวังเจองานใหญ่

18 ธ.ค. 2555

'ณัฐวุฒิ'ขู่ปชป.บอยคอตประชามติระวังเจองานใหญ่ ยัน'รัฐบาล'ทำตามกฎหมาย วอนช่วยเรียกสติ'มาร์ค'กลับคืนมา ย้ำแก้'รธน.'ครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อใคร

               18 ธ.ค.55 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.กระทรวงพาณิชย์ กล่าวก่อนเข้าประชุม ครม.เกี่ยวกับการการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า วันนี้กระทรวงยุติธรรมที่เคยได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจะนำเรื่องเข้าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในวันนี้ ตนคิดว่ายังมีเรื่องที่ต้องหาข้อสรุปที่ชัดเจนให้ตรงกันอยู่หนึ่งเรื่อง คือ ตัวบทกฎหมายที่จะบัญญัติว่าการทำประชามติที่จะเกิดผลสัมฤทธิ์นั้น จะต้องได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนหรือมีผู้ออกมาใช้สิทธิในการออกเสียงประชามติเป็นตัวเลขเท่าใดกันแน่ เพราะเรื่องนี้หลายฝ่ายยังมีความคิดเห็นที่ต่างกันอยู่ และเท่าที่ตนได้เปิดอ่านกฎหมายดูนั้น  รัฐธรรมนูญ มาตรา 165 ว่าด้วยเรื่องการทำประชามตินั้น ปรากฎไว้ในวรรคท้ายว่า ให้ยกเว้นการดำเนินการตามกฎหมายที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งนี้ ตนได้ไปดูในกฎหมายเฉพาะ คือ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการทำประชามติ มาตรา 9 ก็ชัดเจนว่า เนื้อความโดยสรุปคือ จะต้องมีผู้มาออกเสียงไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมด และจะต้องมีผู้ลงคะแนนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มาออกเสียงจริง ก็จะเท่ากับการประชามตินั้นชอบโดยกฎหมายอย่างสมบูรณ์

                "เพราะฉะนั้นความเข้าใจนี้ก็จะทำให้ตัวเลขของการลงคะแนนประชามตินั้นหากเกินกึ่งหนึ่งของ 23 ล้านเสียงอย่างที่มีการพูดกันนั้นการทำประชามติก็จะเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ผมเห็นว่า เมื่อได้ไปดูตัวบทกฎหมายแล้วผมสรุปได้เช่นนี้ และหากวันนี้มีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ครม.ผมจะได้แสดงความเห็นนี้ประกอบกับตัวบทกฎหมายต่อไป ส่วนจะมีข้อสรุปอย่างไรนั้นจะได้แจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง"นายณัฐวุฒิ กล่าว

                เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านได้มีการประกาศจุดยืนที่จะคว่ำการทำประชามติ รัฐบาลจะมีการตั้งรับอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะต้องคำนึงถึงข้อกฎหมายเป็นสำคัญ เพราะเวลาหากจะประกาศอะไรเพื่อหวังผลทางการเมืองและจะทำโดยเสรี เพราะว่ามีตัวบทกฎหมายที่อนุญาตให้ทำหรือทำไม่ได้อยู่เรื่องนี้ถ้าหากพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการและขัดต่อตัวบทกฎหมายนั้น ซึ่งมีผู้ที่ไปยื่นร้องกับองค์กรตรวจสอบที่มีอำนาจอยู่แล้ว และขณะนี้การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ก็ดูจะเข้มข้นขึ้นทุกวัน

                 นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะทบทวนท่าที  อย่าคิดแต่จะเอาชนะทางการเมืองโดยขาดจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์อย่าไปคิดว่าตัวเองเคยบอยคอตการเลือกตั้ง  และสุดท้ายวิธีนี้ก็นำไปสู่ทางตันของการเมืองและนำไปสู่การเข้าถึงอำนาจรัฐของตนในที่สุดและอย่าคิดว่าการจะบอยคอตการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีปลายทางแบบอย่างเดียวกัน เพราะประชาชนรู้เท่าทันหมดแล้ว คิดว่าทางที่ดีถ้าหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยก็ให้ประกาศจุดยืนออกมาและทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไรให้ออกมาลงประชามติว่าไม่เห็นด้วยแบบนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ชอบโดยกฎหมาย แต่หากจะมาทำให้ประชาชนนอนหลับทับสิทธิ์ไม่ออกมาใช้สิทธิ์หรือคว่ำประชามติด้วยวิธีการที่ผิดรัฐธรรมนูญผมคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็คงจะเจองานใหญ่

                "คนในพรรคประชาธิปัตย์น่าจะให้สติ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะตนสังเกตว่าหลังจากที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีสำคัญนั้นความคิดเห็นของนายอภิสิทธิ์ก็ดูจะออกห่างความเป็นจริงทางการเมืองจากหลักการประชาธิปไตยมากขึ้นทุกที ตนคิดว่าถ้าหากไม่มีการพยายามทำให้สติของนายอภิสิทธิ์กลับเข้าที่เข้าทางพรรคประชาธิปัตย์เองจะเข้ารกเข้าพงไปกันใหญ่" นายณัฐวุฒิ กล่าว

                 นายณัฐวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อคนเดียวอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะกระบวนการตั้งแต่การทำประชามติก็มีการขอความเห็นจากคนส่วนใหญ่หากมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร).ก็จะต้องมาจากการเลือกตั้ง   ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมเมื่อร่างเสร็จแล้วตนก็เห็นว่า ควรจะมีการทำประชามติอีกหนึ่งรอบ เพราะนี้คือกระบวนการที่ให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบเนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ภายใต้ขั้นตอนที่ตนได้พูดนั้นยังไม่เห็นว่าสามารถทำให้ประชาชนยินยอมให้กฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศทำเพื่อคนคนเดียวอยู่แล้ว แต่การที่ฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 และร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ขึ้นมานั้น เป็นไปเพื่อการจัดการคนๆ เดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น มีมาแล้วและนี้ถือว่าเป็นความอัปยศของประเทศ ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยสำนึกเรื่องนี้เพราะตัวเองเป็นคนได้ประโยชน์ทางการเมืองจากการฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 และมีรัฐธรรมนูญ 2550 อย่างที่เป็นอยู่

 

"เฉลิม"ชิ่งประชุมครม.เลี่ยงถกแก้"รธน."

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้ ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) ทำเนียบรัฐบาล โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมตามปกติ โดยมีหลายวาระที่น่าสนใจเข้าสู่การพิจารณา แต่วาระที่เป็นที่น่าสนใจคือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม จะนำเสนอวาระแนวทางการทำประชามติและจัดทำเวทีเสวนาเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ประชุม ครม.ได้มอบหมายให้ 2 กระทรวง คือ กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพหลักในการทำเรื่องดังกล่าว แล้วนำมาเสนอในที่ประชุม ครม.ในวันนี้
 
               อย่างไรก็ตาม ในการประชุมในวันนี้มีรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมพร้อมหน้า ยกเว้น นายชุมพล ศิลปะอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ท่องเที่ยว ที่รักษาอาการป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และอีกคนที่แจ้งลาไม่เข้าร่วมประชุมคือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี  ซึ่งร.ต.อ.เฉลิม เป็นคนเดียวใน  ครม.ที่ไม่เห็นด้วยกับการเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้รัฐบาลได้รับแรงเสียดทาน

                โดยรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า สาเหตุที่ร.ต.อ.เฉลิม ลาประชุม ครม.ในวันนี้เป็นเพราะไม่อยากแสดงความคิดเห็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวงประชุม ครม. เพื่อจะได้ไม่ต้องมีความเห็นอยู่ในบันทึกการประชุม เนื่องจากเป็นเสียงเดียวที่มีความเห็นต่างๆ จาก ครม.