ข่าว

คมชัดลึกจัดถกสิทธิมนุษยชน...สากล?

คมชัดลึกจัดถกสิทธิมนุษยชน...สากล?

17 ธ.ค. 2555

รายการ 'คม ชัด ลึก' ทางเนชั่นทีวี จัดเสวนา ตอน สิทธิมนุษยชน...สากล ?

            กลายเป็นข้อถกเถียงหลังจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มอบรางวัลสิทธิมนุษยชนดีเด่นแก่ผู้ถูกเสนอชื่อ โดยปีนี้เกิดการวิจารณ์ว่า ผู้ได้รับรางวัลบางคนไม่สมควรได้รับ เนื่องจากผลงานด้านสิทธิมนุษยชนไม่ได้โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ "คม ชัด ลึก" จัดเสวนา ตอน สิทธิมนุษยชน...สากล ?

            นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า เท่าที่ดูปีนี้บางคนผลงานไม่เด่น และเป็นนักสิทธิมนุษยชนจริงหรือไม่ แต่ที่พูดกันมากคือ ท่าน ว.วชิรเมธี ว่าไม่น่าจะได้รับรางวัลสิทธิมนุษยชน แม้จะเขียนหลักพุทธธรรม แต่การแสดงความเห็นด้านสังคมมีปัญหา ส่วนนายวีระ สมความคิด ส่วนตัวไม่ถือว่าเป็นนักสิทธิมนุษยชน แต่เป็นนักชาตินิยม จึงไม่เห็นด้วยที่ กสม.จะมอบรางวัลนักสิทธิมนุษยชนให้ แต่ส่วนตัวรู้สึกเห็นใจ กสม.ที่ทำหน้าที่ตามจุดยืนที่ถูกต้องยากมาก อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่คนละข้างกับนายวีระ แต่ส่วนตัวสนิทกัน ทั้งนี้ หากนายวีระได้รางวัลอื่นที่ไม่ใช่รางวัลนักสิทธิมนุษยชนก็สนับสนุน

            ขณะที่ นพ.แท้จริง ศิริพานิช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าว การเสนอชื่อผู้ที่จะได้รับรางวัลสิทธิมนุษยชนจะให้กรรมการแต่ละคนเสนอมาคนละ 3 ชื่อ แล้วมาโหวตลงคะแนนลับ โดยดูจากผลงานอย่างเดียว ไม่มีการพิจารณาว่าเหลืองหรือแดง เมื่อตั้งคณะกรรมการขึ้นมา และเมื่อเลือกได้แล้วก็ส่งไปที่คณะใหญ่แล้วผ่านหมด ส่วนตัวเห็นว่า มีความชอบธรรมในระดับหนึ่ง ส่วนรายนายวีระ สมความคิด ได้ถกเถียงในกรรมการกรณีกัมพูชา แต่สุดท้ายได้คะแนนสูงมาเป็นลำดับหนึ่ง ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องการเมือง ไม่มีเรื่องสี คณะกรรมการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา และครั้งนี้มีคนเสนอชื่อ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ด้วย แต่ไม่ได้

            ด้าน น.ส.ขวัญระวี วังอุดม สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เห็นแล้วตกใจ เพราะผลงานยังไม่เป็นที่ประจักษ์เรื่องสิทธิมนุษยชน แต่เมื่อออกมาจาก กสม. ส่วนตัวไม่แปลกใจ เพราะโลกสมัยก่อนผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครองไม่เท่ากัน จึงเกิดวิวัฒนาการสมัยใหม่เข้ามาว่า ทุกคนมีสิทธิเสมอกัน ทั้งนี้ต้องดูที่มาของ กสม.ชุดนี้ เพราะต่างจาก กสม.ชุดแรกที่มาจากรัฐธรรมนูญปี 40 ที่ประชาชนเป็นผู้คัดเลือก แต่ชุดปัจจุบันมีที่มาจากศาล ทั้งที่ควรเป็นการสร้างสมดุลอำนาจระหว่างรัฐกับประชาชน เพราะสิทธิมนุษยชนไม่จำเป็นต้องเป็นกลาง แต่ต้องอยู่ข้างผู้ที่ถูกละเมิด