ข่าว

อภิสิทธิ์จับมือกอ.รมน.เดินหน้าโครงการศก.พอเพียง

อภิสิทธิ์จับมือกอ.รมน.เดินหน้าโครงการศก.พอเพียง

28 พ.ค. 2552

นายกฯ จับมือ กอ.รมน.เดินหน้าโครงการเศรษฐกิจพอเพียง น้อมนำปรัชญาในหลวงมาใช้ ยันใช้งบ 1,000 ล้านบาท ตามโครงการที่เสนอมา อาศัยช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 28 พ.ค. ที่สโมสรทหารบก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงถภายในราชอาณาจักร (ผอ. รมน.) เป็นประธานเปิดโครงการ “สู้วิกฤติเศรษฐกิจ ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” โดยกล่าวช่วงหนึ่ง ว่า โครงการดังกล่าว ครม.มีมติเห็นชอบตามที่ กอ.รมน.เสนอเมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมาให้อนุมัติเงินงบประมาณ จำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว

 ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลมองเห็นว่า สภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน เป็นปัญหาที่ต้องเร่งคลี่คลาย และแก้ไขในทุกระดับ ที่สำคัญทุกวิกฤติย่อมมีโอกาส แม้ความพยายามของรัฐบาลในเบื้องต้น จะมุ่งบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย เพิ่มขีดความสามารถให้แข่งขันกับเศรษฐกิจโลกได้ แต่เรายังต้องอาศัยโอกาสจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และปฏิรูป เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาขับเคลื่อนในการดำเนินการและเสริมสร้างความเข้มแข็ง โดยยึดสถาบันหลักของชาติ คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ให้มีการล่วงละเมิด

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในภาวะที่ประเทศไทยประสบภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ รัฐบาลเห็นว่า ควรรณรงค์ให้ประชาชนนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เพื่อเป็นอีกส่วนหนึ่งในการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามโครงการนี้จะประสบความสำเร็จได้ ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จึงจะประสบความสำเร็จ โดยเน้นให้ประชาชนพออยู่และพอกิน

 นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ภยหลังด้วยว่า กอ.รมน. มีความพร้อมในเรื่องเครือข่าย โดยเรากำลังเดินหน้ารวบรวมความต้องการและข้อเท็จจริง พร้อม ๆ ไปกับการปรับแนวความคิดของประชาชน ให้สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ คิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ในการปรับโครงสร้างหลายอย่าง ในประเทศของเราต่อไป

 ทั้งนี้ จะมีการประเมินโครงการในระยะเวลา 6 เดือนว่า สำเร็จมากน้อยแค่ไหน และต้องเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ ส่วนงบประมาณจำนวน 1,000 ล้านบาท ที่อาจจะไม่เพียงพอ เพราะมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น ความจริงเราไม่ได้เน้นเรื่องเงิน แต่เน้นเรื่องการสร้างความร่วมมือและความตื่นตัว ในเรื่องของบประมาณ ก็จะมีการพิจารณาความจำเป็นต่อไปได้