
วินนีไม่สนสถิติ-โก้เจ็บท้อง
'โก้' ดัสกร ทองเหลา มีอาการเจ็บท้อง ทำให้ 'วินนี' วินฟรีด เชเฟอร์ สั่งแพทย์ดูอาการทันที ขณะที่ 'ลอดช่อง' ชิง 3 ครั้งชนะรวด 'วินนี' ไม่สนใจพร้อมลบสถิติ
วันที่ 17 ธ.ค. 2555 ความเคลื่อนไหวของขุนพลนักเตะทีมชาติไทยที่ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ได้สำเร็จ โดยจะพบกับ 'ลอดช่อง' สิงคโปร์ ในนัดชิงชนะเลิศ เกมแรก วันที่ 19 ธ.ค. ที่สนามจาลัน เบซาร์? ประเทศสิงคโปร์ เวลา 19.00 น. และนัดสอง วันที่ 22 ธ.ค. ที่สนามศุภชลาศัย เวลา 19.00 น.
ล่าสุดวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา 'วินนี' วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้นำลูกทีมฝึกซ้อมที่สนามมีสุวรรณ หลังจากล้มเลิกแผนการซ้อมที่ลีโอ สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นหญ้าเทียมและเป็นลักษณะเดียวกับสนามจาลัน เบซาร์ ที่จะใช้เป็นสังเวียนการแข่งขันกับ สิงคโปร์ นัดแรก
การฝึกซ้อมได้เน้นการเข้าทำและป้องกันลูกโด่ง ซึ่งระหว่างการฝึกซ้อม 'โก้' ดัสกร ทองเหลา ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าท้องต้องออกมาให้นักกายภาพประจำทีมคอยนวด ก่อนจะพยายามกลับไปฝึกซ้อมอีกครั้ง แต่สุดท้ายไม่ไหวและต้องไปเช็คอาการที่ รพ.กรุงเทพ ทันที
หลังการซ้อม 'วินนี' ยังไม่แน่ใจว่าจะใส่ชื่อ ดัสกร ทองเหลา ในเกมที่เจอกับ สิงคโปร์ โดยบอกว่าทุกอย่างคงอยู่ที่ผลการตรวจ และคำยืนยันจากแพทย์เท่านั้น แต่ยังหวังว่า ดัสกร จะเจ็บไม่หนัก
'มันมีสัญญาณที่ดีอย่างหนึ่งคือ ดัสกรพยายามกลับมาฝึกซ้อมให้ได้หลังได้รับบาดเจ็บ ซึ่งนั่นทำให้เรามีหวังและคิดว่าเขาจะได้รับการรักษาให้หายทันเกมกับสิงคโปร์ โดยตอนนี้เป็นหน้าที่ของแพทย์ในการรักษาและเราจะดูอาการแบบวันต่อวัน'
'วินนี' ยังพูดถึงผู้ตัดสินในเกมกับสิงคโปร์ ว่า ยังให้ความเคารพและเชื่อมั่นในตัวผู้ตัดสินเสมอ แม้จะเคยถูกเชิญออกจากสนามเพราะการสื่อสารที่ผิดพลาดมาแล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเกมกับสิงคโปร์ ไม่ว่าผู้ตัดสินจะมาจากชาติใดก็มั่นใจว่าจะทำหน้าที่ได้ดีและไม่รู้สึกกังวลถึงการตัดสินที่เอนเอียง
นอกจากนั้นสถิติของ สิงคโปร์ ในรายการนี้ ถือว่าน่ากลัว เพราะ ทีมลอดช่องคว้าแชมป์อาเซียน คัพ มากที่สุด 3 สมัยเท่ากับ ทีมชาติไทย ทว่า สิงคโปร์ เข้าชิงชนะเลิศ 3 ครั้ง ปรากฏว่าชนะรวดและคว้าแชมป์ได้ทุกครั้ง ซึ่ง 'วินนี' กล่าวว่า ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะเชื่อมั่นว่าปีนี้ ทีมชาติไทยคือทีมที่ดีที่สุด
ด้าน สิงคโปร์ มีข่าวร้ายในการดวลกับทีมชาติไทย เมื่อ ฟารุดดิน มุสตาฟิก, ฉี ไจยี และฮาริส ฮารุน สามกองกลางตัวเก่งมีอาการบาดเจ็บทั้งหมด โดยรายแรกต้องเช็คความฟิตจนถึงนาทีสุดท้าย ส่วน ฉี ไจยี มีปัญหาครอบครัวและขอตัวกลับประเทศจีน ซึ่งยังไม่รู้ว่าสภาพจิตใจพร้อมสำหรับเกมนี้หรือไม่ ขณะที่ ฮาริส ฮารุน กระดูกคางแตก หมดสิทธิ์ลงสนามเจอกับไทยแน่นอน
สำหรับทีมชาติไทยจะออกเดินทางไปประเทศสิงคโปร์วันที่ 17 ธ.ค. ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ทีจี 413 เวลา 11.30 น. เพื่อลงเตะรอบชิงชนะเลิศ นัดแรก วันที่ 19 ธ.ค. จากนั้นจะเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยวันที่ 20 ธ.ค. ด้วยเที่ยวบินทีจี 411 เวลา 17.00 น. ก่อนเตะนัดชี้ชะตาเกมที่ 2 วันที่ 22 ธ.ค. เวลา 19.00 น. ที่สนามศุภชลาศัย สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สีถ่ายทอดสด



