
โพลล์ชี้'พรรคLDP'ครอง300ที่นั่ง
เอ็กซิส โพลล์ ชี้ 'พรรค LDP' ครองที่นั่งเกือบ 300 ที่นั่ง เตรียมจับมือกับพรรคนิว โคเมอิโตะ ตั้งรัฐบาลผสม
17 ธ.ค. 55 พรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ LDP ของญี่ปุ่น ได้กลับมาครองที่อำนาจอีกครั้ง จากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หรือเพียง 3 ปี หลังจากประสบความพ่ายแพ้อย่างอัปยศ เปิดโอกาสให้อดีตนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ผลักดันวาระด้านความมั่นคงแบบสายเหยี่ยวและสูตรแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบผ่อนคลาย
จากเอ็กซิส โพลล์ ที่เปิดเผยผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ได้แสดงให้เห็นว่า พรรค LDP ครองที่นั่งเกือบ 300 ที่นั่ง จากทั้งหมด 480 ที่นั่ง ในสภาผู้แทนราษฎร หรือ สภาไดเอท ขณะที่พันธมิตรสำคัญอย่าง พรรคนิว โคเมอิโตะ ได้ประมาณ 30 ที่นั่ง ซึ่งหมายความว่า ทั้งสองพรรคจะได้คะแนนรวมกัน 2 ใน 3 ที่จำเป็นต่อการลบล้างมติของสภาสูง เนื่องจากระบบรัฐสภาของญี่ปุ่น แม้ว่าสภาสูงจะมีอำนาจน้อยกว่าสภาล่าง แต่ก็สามารถยับยั้งร่างกฎหมายได้ และการครองเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาดของสองพรรค จะทำให้สามารถผ่าทางตันที่เคยเป็นอุปสรรคผลักดันนโยบายต่างๆ ของประเทศที่ได้ชื่อว่ามีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของโลก ตั้งแต่ช่วงปี 2550 เป็นต้นมา
ชัยชนะของพรรค LDP ยังจะทำให้ญี่ปุ่นมีรัฐบาลที่ยึดมั่นในจุดยืนที่เหนียวแน่นต่อประเด็นข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับจีน , นโยบายพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์แม้ว่าเพิ่งจะประสบภัยพิบัติจากโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ฟูกูชิมะ เมื่อปีที่แล้ว และนโยบายที่สร้างความเสี่ยงด้วยการอัดฉีดโครงการสาธารณะด้วยเงินจำนวนมหาศาล เพื่อแก้ไขภาวะเงินฝืด และยับยั้งไม่ให้เงินเยนแข็งค่า
สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า บรรดาผู้บริหารระดับสูงของพรรค LDP และพรรคนิว โคเมอิโตะ ได้มีการพูดคุยกัน เพื่อยืนยันว่า จะมีการจัดตั้งรัฐบาลผสมถ้าเสียงของสองพรรครวมกันแล้วเป็นเสียงส่วนใหญ่ในสภาไดเอท
ชัยชนะของพรรค LDP ยังชี้ให้เห็นถึงความวิตกและความสับสน ในขณะที่ประเทศเปลี่ยนตัวผู้นำมาเป็นคนที่ 7 แล้ว นับตั้งแต่ปี 2549 แต่ก็สะท้อนถึงความผิดหวังของมีผู้มีสิทธิออกเสียง เลือกตั้ง ที่เคยลงคะแนนให้พรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น หรือ DPJ ของนายกรัฐมนตรี โยชิฮิโกะ โนดะ จนกระทั่งชนะการเลือกตั้งสภาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อปี 2552 เนื่องจากให้สัญญาว่า จะใส่ใจผู้บริโภคมากกว่าเอาใจพวกบริษัท และลดการครอบงำของข้าราชการประจำในการวางนโยบายด้านต่างๆ
เอ็กซิส โพลล์ ยังชี้ให้เห็นว่า พรรค DPJ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแปรพักตร์ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งได้ที่นั่งเพียงแค่ 65 ที่นั่ง หรือเพียง 1 ใน 5 ของที่นั่งที่ได้เมื่อปี 2552 ซึ่งนายโคเฮ โอศึกะ ผู้บริหารพรรค ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ NHK ว่า นายกรัฐมนตรีโนดะ มีแนวโน้มจะลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคหลังการพ่ายแพ้
นายอาเบะ หัวหน้าพรรค LDP ซึ่งอำลาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปในปี 2550 โดยอ้างปัญหาด้านสุขภาพ หลังเผชิญปัญหาการเมืองรุมเร้ามากมาย และกำลังจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ในรอบ 6 ปี ซึ่งเขาต้องการจะผ่อนคลายข้อจำกัดทางทหารภายใต้รัฐธรรมนูญรักสงบ หลังจากให้ความเห็นที่แข็งกร้าวเกี่ยวกับน่านน้ำและหมู่เกาะที่พิพาทกับจีน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคน มองว่า นโยบาย อาเบะโนมิคส์ หรือ เศรษฐศาสตร์แบบอาเบะ อาจสร้างความเติบโตชั่วคราว และและเปิดทางให้รัฐบาลเดินหน้าแผนขึ้นภาษีการขายในปี 2557 เพื่อลดหนี้สาธารณะที่ปัจจุบันมีมูลค่าเท่ากับ 2 เท่าของ GDP แต่นโยบายเหล่านี้ ไม่มีแนวโน้มจะแก้ไขปัญหาระยะยาว เพื่อนำมาซึ่งการเติบโตที่ยั่งยืน รวมทั้งยังอาจทำให้ตลาดทรุด ถ้านักลงทุนมองว่า ญี่ปุ่นไม่สามารถควบคุมฐานะการคลังของตัวเองได้
---------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



