
ยกคำร้องทักษิณขอทนายแถลงเปิดคดี7.6หมื่นล้านด้วยวาจาแทน
ศาลฎีกานักการเมืองยกคำร้อง ทักษิณ ให้ทนายความ แถลงเปิดคดีด้วยวาจาแทนในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ขณะที่ศาลให้โอกาสทักษิณสู้คดีเต็มที่อนุญาตให้ส่งบัญชีพยานเพิ่มเติม ส่วนแนวทางพิจารณาคดี ศาลให้ฝ่ายทักษิณ เจ้าของทรัพย์สินอื่น ผู้คัดค้าน ไต่สวนพยานก่อน ต
(28 พ.ค.) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง นายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมองค์คณะรวม 9 คน นัดพร้อมคดีหมายเลขดำที่ อม.14/2551 ที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของพ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว จำนวน 76,621,603,061.05 บาท พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ และได้มาซึ่งทรัพย์สินมาโยการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวม
โดยศาลมีคำสั่งในคำร้องที่พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหา ยื่นเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ขออนุญาตให้ผู้รับมอบอำนาจของผู้ถูกกล่าวหา เป็นผู้แถลงเปิดคดีด้วยวาจาแทน ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีนี้ยังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ที่ศาลได้มีคำสั่งไปก่อนหน้านี้แล้วที่ให้ผู้ถูกกล่าวหา ทำคำแถลงเปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อศาล ดังนั้นจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ส่วนที่ผู้ถูกกล่าวหา ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ขออนุญาตส่งบัญชีรายชื่อพยาน และเรียกเอกสารหลักฐานที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอกเพิ่มเติม ศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่า กรณีมีเหตุความจำเป็นเพื่อประโยชน์ความยุติธรรมที่จะให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้ แก้ข้อกล่าวหาได้อย่างเต็มที่ จึงอนุญาตตามคำร้อง และหากมีคำร้องในลักษณะนี้ให้เจ้าของสำนวนมีคำสั่งอนุญาตได้ตามคำร้อง หรือให้เสนอ องค์คณะพิจารณา
ส่วนที่ผู้คัดค้านที่ 7, 8 และ 19 ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาด ข้อกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้คัดค้าน เนื่องจากในชั้นคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ได้วินิจฉัยและมีคำสั่งเพิกถอนการอายัดทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 7, 8 และ 19 ไปแล้วนั้น ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคดียังมีข้อวินิจฉัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของผู้คัดค้านและผู้ถูกกล่าวหา จึงเห็นควรให้ผู้คัดค้านฟังคำวินิจฉัยในส่วนนี้พร้อมคำพิพากษา
นอกจากนี้ที่ศาลมีคำสั่งในคำร้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหา และผู้คัดค้าน ต่างๆ แล้ว ศาลได้กำหนดแนวทางกระบวนการพิจารณาคดีให้อัยการผู้ร้อง และทนายความผู้ถูกกล่าวหา - ผู้คัดค้าน ตั้งคำถามพยานแต่ละปาก เสนอต่อศาลพิจารณาไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มการพิจารณา หากพยานปากใดไม่สามารถมาเบิกความตามที่ศาลนัดได้ให้เลื่อนพยานปากลำดับต่อไปขึ้นมาเบิกความก่อน ส่วนกรอบเวลาการพิจารณาที่วางไว้ให้เป็นไปตามกำหนดนัดเดิม โดยนัดไต่สวนพยานฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหา และผู้คัดค้านก่อนตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาขอผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา พ.ศ.2542 มาตรา 35 วรรค 1 และข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกา ฯ พ.ศ.2543 ข้อ 26 ที่กำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินต่อศาล ซึ่งนัดไต่สวนพยานครั้งแรกในวันที่ 16 ก.ค. นี้ เวลา 09.30 น. ขณะที่คดีนี้ ศาลอนุญาต อัยการ ผู้ร้อง นำพยานเข้าไต่สวนจำนวน 58 ปาก ส่วนผู้ถูกกล่าวหา และผู้คัดค้าน มีพยานเข้าไต่สวนจำนวน 56 ปาก ให้ใช้เวลาไต่สวนพยานฝ่ายละ 25 นัด



