
สื่อตั้งฉายา!ตร.ปี55'เฉลิม'-ฉะดะ
สื่อตั้งฉายาตำรวจปี 55 'เฉลิม'-ฉะดะ 'แจ๊ส'-น.1พี่ให้มา 'ผบ.ตร.'-กวนอูแว้นกระเจิง ขณะที่'พงศพัศ'-'จูดี้ อีเว้นท์'
เมื่อเวลา 13.30 น.นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยรองนายกสมาคมฯ ร่วมกันแถลงข่าวการตั้งฉายาเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำปี 2555 นายไพโรจน์ กล่าวว่า สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ได้ทำงานด้านข่าวอาชญากรรมมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี มีสมาชิกที่เป็นผู้สื่อข่าวสายอาชญากรรมกว่า 300 คน และทุกปี ผู้สื่อข่าวในด้านสายงานอาชญากรรม จะเฝ้าติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำเสนอต่อสายตาประชาชนจนเป็นที่ยอมรับของสังคมและทุกปีสื่อมวลจะประชุมร่วมกันเพื่อลงมติตั้งฉายาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นบุคคลอยู่ในความสนใจของประชาชนและสังคม ในปีนี้ทางสื่อมวลชนได้ลงมติตั้งฉายาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานมาในรอบ 1 ปี โดยมีทั้งหมด 12 ฉายา ด้วยกันมีรายชื่อดังต่อไปนี้
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายา "เหลิม ฉะดะ" เนื่องจากรัฐบาลได้มอบหมายให้ "ป๋าเหลิม" รับผิดชอบดูแลแก้ไขปัญหาการปราบปรามยาเสพติด ประกอบกับได้ดูแลงานของ "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" จึงใส่เกียร์เดินหน้าปราบปรามปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายระดับประเทศ หรือเอเยนต์รายเล็กรายน้อย ก็ไม่รอดเงื้อมมือ"เฉลิม อยู่บำรุง" จนทำให้ประชาชนพึงพอใจในผลงานปราบยาเสพติดของรัฐบาล จนเป็นที่มาของฉายา "เหลิม ฉะดะ"
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายาว่า“ กวนอู แว้นกระเจิง ” เนื่องจากที่ผ่านมาภาพลักษณ์ ของ พล.ต.อ.อดุลย์ มีลักษณะคล้าย "เทพเจ้ากวนอู" มีความสามารถทั้งเรื่องการรบและความสามารถวางแผนบริหารงาน จนมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ได้มีนโยบายชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเด็กแว้น ที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ในรูปธรรมก็มีการจับกุมอย่างจริงจัง จนเป็นที่พอใจของประชาชน จนเป็นที่มาของฉายา “ กวนอู แว้นกระเจิง”
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ได้รับฉายาว่า“จูดี้ อีเว้นท์” เนื่องจากที่ผ่านมา การทำงานของ พล.ต.อ.พงศพัศ จะมีหลากหลายรูปแบบกิจกรรม ซึ่งจะมีโครงการออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำให้เป็นข่าวได้ และจะได้รับการเสนอข่าวในหน้าต่างๆ ของหนังสือพิมพ์ ทีวี รวมถึงทุกโครงการที่จัดทำให้กับหน่วยงานก็จะได้รับการนำเสนอ เปรียบเสมือนกับนักจัดอีเว้นท์มือทอง จนเป็นที่มาของฉายา “จูดี้ อีเว้นท์”
พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผช.ผบ.ตร. ได้รับฉายาว่า “ จรัมพร ON ทุกเหตุ” จากการทำงานในรอบปีที่ผ่านมา พล.ต.ท.จรัมพร จะได้รับความไว้วางใจในการดูแลงานการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานและเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแทบจะทุกเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเล็ก ทั้งในประเทศและนอกประเทศ จึงเปรียบเสมือนการออนแอร์ หรือออกอากาศทางสื่ออยู่เสมอๆ จนเป็นที่มาของฉายา “ จรัมพร ON ทุกเหตุ”
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับฉายาว่า “น.1 พี่ให้มา” ก่อนหน้านี้"พล.ต.ท.คำรณวิทย์" ได้มารักษาการตำแหน่ง "ผบช.น." แทน "ท่านวินัย ทองสอง" ที่ทำงานไม่เข้าตารัฐบาล จนต้องถูกย้าย ระหว่างนั้นก็ได้มี"กลุ่มเสื้อเหลือง" ออกมาชุมนุมทางการเมือง "ท่านคำรณวิทย์" ก็ได้เจรจากับม็อบจนสลายการชุมนุม จนเป็นที่พึงพอใจกับรัฐบาล "นายกยิ่งลักษณ์" และ"กลุ่มคนเสื้อแดง" จนได้รางวัลตอบแทนมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล อย่างเต็มตัว จนเป็นที่มาของฉายา “น.1 พี่ให้มา”
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายาว่า “โฆษก สับขาหลอก” เนื่องจาก พล.ต.ต.ปิยะ ได้รับการไว้วางใจจาก "ผบ.ตร." ให้ทำหน้าที่เป็น "โฆษกประจำตร." เพื่อเป็นกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คอยให้ข่าวกับสื่อมวลชน เพราะเห็นว่าเคยเป็น "โฆษกประจำนครบาล" มาก่อน แต่ในมุมมองของสื่อมวลชนถือว่า "พล.ต.ต.ปิยะ" สอบตกกับหน้าที่"โฆษก" ในครั้งนี้ เพราะการให้ข่าวตรงบางครั้งและไม่ตรงตามความเป็นจริงบางครั้ง"ผบ.ตร." ให้สัมภาษณ์อย่างนี้ "โฆษก" ให้สัมภาษณ์อีกอย่าง ทั้งที่เป็นเรื่องเดียวกัน จนเป็นที่มาของฉายา “โฆษกสับขาหลอก”
พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล โฆษกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับฉายา “โฆษก ย่ำราตรี" เนื่องจากที่ผ่านมา หลังการได้รับตำแหน่งดูแลงานด้านโฆษก และชุดเฉพาะกิจในการตรวจสถานบริการ พล.ต.ต.อดุลย์ ก็ได้ออกตรวจตราสถานบริการยามค่ำคืนอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ จนเป็นที่มาของฉายา “โฆษก ย่ำราตรี"
พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับฉายาว่า“ไทเกอร์ เขี้ยวหลุด” พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ หรือในวงการจะรู้จักในนาม "บ๊าย บาย ไทเกอร์" นักสืบรุ่นปรมาจารย์ ผ่านมาหมดทุกเวที ไม่ว่า นครบาล กองปราบ ภูธรภาค 3 ในอดีตใครได้ยินชื่อนี้ทั้ง "โจร ขโมย นักเลง มือปืน" ต้องหลีกทางให้เป็นแถว เพราะนักสืบรุ่นเก๋ารายนี้จับไม่เลือกหน้า แต่ต้องมาตกม้าตายกับการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่ง "ผบก.สส.บช.น." เพราะไม่สามารถจับคดีใหญ่ได้เลย ต่างกับ "ผู้การคนเก่า" ที่คดีอะไรเกิดก็ปิดบัญชีได้หมดทุกคดี จนเป็นที่มาของฉายา “ไทเกอร์ เขี้ยวหลุด”
พล.ต.ต. รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับฉายาว่า“สืบจนเด้ง“ พล.ต.ต.รณศิลป์ ก่อนมาดำรงตำแหน่ง ผบก.สส.สตม. เคยดำรงตำแหน่ง ผบก.สส.บช.น. และโชว์ฝีมือไม้ลายมือปิดคดีในนครบาลจนนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คดีปล้นบ้านปลัดสุพจน์ และก็วิสามัญเอเยนต์ยาเสพติดอีกหลายคดี แต่ผลงานก็ไม่ได้การันตีตำแหน่งแต่อย่างใด ทำแต่งานตามล่าแต่โจรผู้ร้าย ไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวว่า "ผู้ใหญ่ไม่ปลื้ม" เลยโดนย้ายไปเป็น ผบก.สส.สตม. จนเป็นที่มาของฉายา “สืบจนเด้ง“
พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ฉายาว่า“ผู้การล้างคุก" ขณะที่ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการเข้าตรวจค้นยาเสพติดภายในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง จนสร้างความสะเทือนให้กับเรือนจำจนต้องมีการเปลี่ยนตัว ผู้อำนวยการเรือนจำ จนถึงการติดตามสืบสวนจับกุมผู้คุมที่มีส่วนเกี่ยวข้องสร้างความสะเทือนให้กับวงการเรือนจำอย่างมาก จนเป็นที่มาของฉายา “ผู้การล้างคุก"
พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ได้รับฉายาว่า“ผู้การโรโบคอป” จากการทำงานในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงจนเข้าใจปัญหาและรู้ลึกถึงขบวนการการก่อการร้าย จนเป็นที่หมายหัวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ถึงกับวางแผนลงมือสังหารหลายครั้ง จนได้รับบาดเจ็บ จนเนื้อตัวมีแต่การดามเหล็กเพื่อรักษา และก็รอดชีวิตมาทุกครั้ง เปรียบเสมือนตำรวจเหล็กโรโบคอป จนเป็นที่มาของฉายา “ผู้การโรโบคอป”
พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้รับฉายาว่า“ โอ๋ คัมแบ๊ก” พล.ต.ต.ธนายุตม์ ชื่อนี้คงไม่คุ้นหูกัน แต่ถ้าเอ่ยชื่อ "ฤทธิรงค์ เทพจันดา" หรือ "โอ๋ สืบ6" ต้องรู้จักกันดีโดยเฉพาะกับ "กลุ่มม็อบเสื้อเหลือง" ที่ยุคสมัยหนึ่งเคยมีปัญหาทางการเมือง จนทำให้ตนเองต้องถูกไล่ออกจากราชการเพราะฝีมือของ "คนเสื้อเหลือง" จนต้องลำบากวิ่งเต้น "ขึ้นโรงขึ้นศาล" จนสามารถกลับมารับราชการแบบเงียบ เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล เพราะไม่อยากเป็นประเด็นในสังคมอีก จนมาผงาดยุค"คนเสื้อแดง" ได้มาเป็น "ผบก.จว.นนทบุรี" จนเป็นที่มาของฉายา “ โอ๋ คัมแบ๊ก”



