
ถึงเวลาปลุกจิตสำนึกคนไทยรู้คุณแผ่นดิน
ถึงเวลาปลุกจิตสำนึกคนไทยรู้คุณแผ่นดิน
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยเกิดขึ้นหลายด้าน ทำให้การดำรงชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงแนวความคิดในการใช้ชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนไป ผู้คนทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยขาดสติ ทำให้ถึงเวลาแก่การเตือนสติคนไทยด้วยการสร้างวัฒนธรรมอันดีทางสังคม และปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการทำหน้าที่และความรับผิดชอบบนพื้นฐานแห่งจริยธรรม กองทัพบก จึงได้จัดงานสัปดาห์ "รู้คุณแผ่นดิน" โดยได้รับเกียรติจาก พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานเปิดงาน บริเวณห้องแกรนด์ฮอลล์ บี-ซี ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน
พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า สมัยก่อนพระมหากษัตริย์จะเป็นผู้นำทัพออกศึกสงครามทุกครั้ง เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปกป้องผืนแผ่นดิน ถึงแม้ปัจจุบันจะไม่เกิดศึกสงครามแล้ว แต่พระมหากษัตริย์ไทยก็ยังคงนำทัพออกศึกเช่นเดิม ด้วยทรงเห็นคนไทยยากจน จึงต้องนำทัพออกศึกสู้กับความจน จะเห็นได้กว่า 60 ปีที่ทรงครองราชย์มีโครงการพระราชดำริเกิดขึ้นกว่า 5,000 โครงการ และกว่าครึ่งหนึ่งเป็นโครงการที่เกี่ยวกับ "น้ำ" เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าน้ำเป็นหัวใจของการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพที่อยู่คู่ประเทศไทยมายาวนาน สำหรับคนไทยแล้ว พระมหากษัตริย์ คือ จิตวิญญาณและเป็นศูนย์รวม หลายครั้งที่ประเทศมีปัญหา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะนำพาบ้านเมืองให้ผ่านพ้นไปได้ทุกครั้ง
ทั้งนี้ภายในงานยังจัดให้มีเสวนาในหัวข้อ "ปลุกพลังขับเคลื่อนประเทศด้วยสำนึกรู้คุณแผ่นดิน" โดย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก วิทยากรกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. บอกว่า คนไทยมีหน้าที่ 3 ข้อที่ต้องปฏิบัติ ข้อแรกคือต้องซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ รับผิดชอบหน้าที่ เอื้ออาทรต่อเพื่อนร่วมงานและซื่อสัตย์ต่อองค์กร ข้อถัดมาคือต้องซื่อสัตย์ต่อชาติบ้านเมือง อย่าทำร้ายบ้านเมือง มีอุดมการณ์รักชาติเห็นอะไรเป็นภัยต่อบ้านเมืองต้องไม่นิ่งเฉย และที่สำคัญคือต้องเป็นเครือข่ายแห่งความดีจนไม่มีที่ให้คนชั่วยืน ข้อสุดท้ายคือต้องซื่อสัตย์ต่อความเป็นมนุษย์ คือต้องละเว้นความชั่ว ทำความดี ช่วยเหลือเกื้อกูลพระศาสนาเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ยึดมั่นต่อไป หากปฏิบัติได้ครบถ้วนตามนี้ก็ถือได้ว่าบรรลุหน้าที่ของตัวเองแล้ว
ด้านท่านเจ้าคุณภาวนาวิกรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร บอกว่า การปลุกจิตสำนึกเป็นเรื่องที่สำคัญมาก การปลุกจิตก็คือการยกจิตให้สูงขึ้น ทุกคนต้องปลุกจิตให้รู้สึกถึงคุณค่าของแผ่นดินที่ให้เราอาศัยอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทุกคนรู้ว่าพระมหากษัตริย์ทรงทำความดี แต่ต้องมีการปลุกจิตสำนึกให้รู้ว่าทรงทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เราจึงต้องกตัญญูต่อแผ่นดิน โครงการนี้จึงเป็นจุดเริ่มให้ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวก่อน หากทุกคนรู้หน้าที่ของตนเอง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประเทศพัฒนาต่อไปได้
ขณะที่ ต่อศักดิ์ โชติมงคล ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง เผยว่า สิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทำคือการรู้จักหน้าที่ของตัวเอง อย่างโรงงานยาสูบเองก็มีหน้าที่ต้องทำเช่นกัน โดยภารกิจหลักของโรงงาน คือต้องผลิตบุหรี่ออกมาจำหน่ายเพื่อต่อสู้กับสินค้าที่มาจากต่างประเทศ และด้วยความที่โรงงานยาสูบเป็นหน่วยงานของรัฐ จึงต้องดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ตรงไปตรงมา และที่สำคัญต้องมียอดจำหน่ายส่งให้แก่รัฐบาลเพื่อนำไปเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศ จะเห็นได้ว่าทุกคนมีหน้าที่ของตนจึงไม่ควรมองโลกในแง่เดียว และเห็นชัดว่าโรงงาน เป็นภาพสะท้อนในเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงอยากให้ทุกคนมองให้ครบทุกด้าน แล้วส่องกระจกมองตัวเองว่าเรามีหน้าที่อะไร โดยเฉพาะหน้าที่รู้คุณแผ่นดินเป็นหน้าที่ที่ต้องทำและต้องทำให้ครบทุกด้าน



