
'สารพัดหลักสูตร'ติวเข้ม...ตร.นครบาล
'สารพัดหลักสูตร' ติวเข้ม...ตร.นครบาล : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ
"ทำไม่ดีหรือไม่ได้ตามเป้าหมาย มีสิทธิ์ถูกย้ายแน่!!.." คำประกาศิตของแม่ทัพเมืองหลวง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. หลังจากมอบนโยบายให้ตำรวจ ระดับรอง ผบก.-สารวัตร ที่เพิ่งย้ายมาใหม่ ทำให้ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. คอยกำกับดูแล "ศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศฝร.บช.น.)" จำเป็นต้องฝึกอบรมเหล่าตำรวจที่ย้ายมาใหม่และมีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหานานาชนิดในเมืองหลวง
ปกติมีการอบรมตำรวจที่เพิ่งย้ายเข้ามาในนครบาลอย่างไรบ้าง
ข้าราชการตำรวจทุกคนที่เพิ่งย้ายเข้ามานครบาลจะถูกอบรมครั้งแรกหลังจากเริ่มมารายงานตัว เพื่อรับฟังการมอบนโยบาย 2 ชั่วโมงจากผบช.น. ถือเป็นการอบรมครั้งแรกตั้งแต่ย้ายเข้ามาเพื่อให้เข้าใจการปฏิบัติงานในพื้นที่นครบาล และเป็นการเน้นย้ำกลุ่มตำรวจที่หมุนเวียนเข้ามาจากนอกหน่วย เพราะอาชญากรรมในกรุงเทพมหานครนั้นมีหลายด้าน และภารกิจอื่นๆ ด้วย อาจจะไม่เหมือนงานที่เขาเคยทำมา ที่ไม่ค่อยมีอาชญากร ซึ่งผบช.น.ได้ย้ำว่าอย่าภูมิใจที่ได้ย้ายเข้ามาในเมืองหลวง จะทำอย่างไรเพื่อประชาชน และตำรวจทุกนาย ต้องศึกษางานให้สามารถเข้าใจปัญหาของเมืองกรุงให้ได้ หลังจากนั้นก็จะแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ก่อนจะมีการเรียกมาอบรมตามแต่ละสายงาน ทั้งนี้ งานสถานีตำรวจจะแบ่งเป็น 5 สายงานคือ งานปราบปราม งานสืบสวน งานสอบสวน งานจราจร และงานอำนวยการ และงานพิเศษคืองานควบคุมฝูงชน ซึ่งการอบรมจะไม่มีการแบ่งอบรมเฉพาะคนใหม่ แต่เป็นการอบรมร่วมกันระหว่างคนใหม่และคนเก่าที่ยังไม่เคยอบรม
การฝึกอบรมตำรวจเพิ่มเติมมีความจำเป็นเพียงใด
ตอนนี้กำลังพลของ บช.น. มีกว่า 2 หมื่นนาย จะแบ่งเป็น 14 กองบังคับการ โดย 9 กองบังคับการดูแลในพื้นที่ และที่เหลือจะเป็นกองบังคับการส่วนกลาง ในการฝึกนั้นจะต้องมีการแบ่งการฝึก โดยแยกส่วนกับคนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งมี 5 สาย จึงต้องมีการฝึกอบรมทุกสาย เพราะบางคนเมื่อจบจากโรงเรียนพลตำรวจ หรือโรงเรียนนายร้อยตำรวจ แล้วเขาไม่ได้รับการฝึกอบรมเลย ระยะหลังตำรวจได้รับบาดเจ็บในการปฏิบัติหน้าที่ค่อนข้างมากก็ต้องมีการอบรมยุทธวิธีในการทำงานไม่ว่าจะเป็นตำรวจจราจร ตำรวจสายสืบที่ออกไปทำงาน เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากคนร้ายยิง ถูกรถชน และมีการนำนโยบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในเรื่องตำรวจต้องเป็นมืออาชีพ ฉะนั้นตำรวจก็ต้องมีการพัฒนาในเรื่องต่างๆ ทั้งยุทธวิธี การตัดสินใจ การบริการประชาชนให้เป็นมืออาชีพ
สิ่งที่อบรมเพิ่มเติมในปัจจุบันคืองานพิเศษอย่างงานควบคุมฝูงชนของกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (อคฝ.) ตอนนี้ถือว่าเป็นงานหลักในปัจจุบันเพราะว่ามีม็อบเยอะ ต้องมีการฝึกโดยตลอด ตอนนี้มีการฝึกอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจกลางที่ศาลายา และการฝึกที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยชุดปฏิบัติการเรามี 9 กองร้อยแต่มีการช่วยราชการก็เหลือ 5-6 กองร้อยที่เป็นกองหลัก เมื่อกำลังไม่พอเราก็ต้องเอาจากกองบังคับการ 1-9 ที่แต่ละกองจะต้องรวบรวมกำลังพลมา 1 กองร้อยให้มีการรวบรวมมาเป็นชุดพิเศษ ซึ่งเราต้องมีการฝึกอบรมให้เขาเพราะเขาไม่เคยทำหน้าที่นี้มาก่อน ต้องนำมาประกอบกำลังเพื่อเป็นกองพิเศษ เมื่อรวมกับ อคฝ.ที่มีอยู่ก็จะมีทั้งหมด 18 กองร้อย ซึ่งกำลังมีการทำโครงการเพื่อรับคนมาเพิ่มอีก 3-5 กองร้อย เพื่อรองรับสถานการณ์ทางการเมืองเมื่อมีความรุนแรง
แผนการฝึกในปี 2556 เป็นอย่างไร
แผนในปีหน้าจะเป็นการฝึกต่อเนื่องจากปี 2555 ที่เป็นการฝึกทั่วไป ฝึกตำรวจสายงานต่างๆ และมีการฝึกชาวบ้านด้วย ฝึกการสอบสวนคดีต่างๆ หลักสูตรสายตรวจ อบรมยุทธวิธีสายสืบสวน อบรมช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ถึงแม้ปีนี้ไม่ท่วมเราก็ต้องจัดอบรมก็ต้องสลับสับเปลี่ยนให้เขาพร้อมทุกคน เมื่อเกิดเหตุต้องรู้ว่าทำอะไร เป็นต้น ส่วนในปี 2556 จะเป็นการเพิ่มสมรรถนะจากปีที่แล้ว มีประมาณ 16 โครงการ เช่น งานระบบสารบรรณ การฝึกเรื่องรับพัฒนาข้าราชการตำรวจเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การใช้ภาษาอังกฤษ เพิ่มทักษะการใช้อาวุธ อบรมเรื่องกฎหมายใหม่ๆ ออกมาที่ต้องพัฒนาให้ตำรวจรู้เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงาน ซึ่งไม่ใช่แค่ 16 โครงการนี้เท่านั้นแต่ถ้ามีเหตุการณ์ในขณะนั้นเพิ่มเติม มีกฎหมายใหม่ๆ เข้ามา มีเรื่องใหม่ๆ เข้ามาก็จะจัดอบรมโดยเฉพาะ
การอบรมในปัจจุบันเน้นอบรมที่เจ้าหน้าที่สายไหนมากที่สุด
มุ่งที่พนักงานสอบสวนและงานสืบสวน การอำนวยความยุติธรรมงานสอบสวนเป็นเหมือนหัวใจ เพราะชาวบ้านเดือดร้อน ถูกทำร้ายต้องมาหาพนักงานสอบสวน เมื่อรับแจ้งเสร็จแล้ว คนร้ายก็หนีไปแล้ว ก็ต้องให้ฝ่ายสืบสวนทำหน้าที่ซึ่งเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม หรือในส่วนงานจราจรและอำนวยการ ต่างก็เป็นงานจราจรด้วยกันทั้งคู่ และงานสายตรวจก็เป็นการป้องกันและปราบปรามไม่ให้เกิดเหตุขึ้น ก็จะเน้นงานสอบสวนและงานสืบสวน
การอบรมที่จะจัดการอบรมในเร็วๆ นี้
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีการเน้นเรื่องการปฏิบัติการ เน้นการจัดโซนนิ่งสถานบันเทิง และโครงการมิราเคิลอายที่จะติดกล้องล้านกล้องในนครบาล และมีศูนย์มิราเคิลอาย 88 สน. เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเชื่อมต่อกับสถานีตำรวจได้ ซึ่งกล้องจะเฝ้าบ้านแทน เมื่อมีคนบุกรุกเจ้าหน้าที่ก็จะไปยังที่เกิดเหตุและจะมีการแจ้งเตือนไปยังมือถือเจ้าของบ้าน อีกสักพักจะมีการเริ่มการอบรมของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการใช้งาน เพื่อให้เข้าใจการทำงานที่ถูกต้อง และเป็นเครื่องมือหนึ่งในการป้องกันอาชญากรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเริ่มได้ในต้นปี 2556
จะมีการเพิ่มหลักสูตรอะไรพิเศษหรือไม่
หลายวันก่อน ผบช.น.ได้มีการสั่งการชัดเจนแล้วว่าใครเข้ามาแล้วทำตัวไม่ดี ปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วนให้กลับมาอยู่ฝ่ายอำนวยการ เอาคนที่เขาอยากทำไปทำ ไม่เฉพาะระดับสารวัตรเท่านั้น ระดับผู้กำกับด้วย แบบนี้ไม่มีอบรมก่อนแล้วเพราะเรามีการมอบนโยบายตั้งแต่ย้ายมาแล้ว เมื่อทำผิดก็ไม่มีการเตือน ไม่ว่าจะปล่อยให้มีบ่อนในพื้นที่ ถ้าคดีมีปัญหา แก้ปัญหาไม่ได้ก็จะให้ตำรวจคนอื่นที่มีความสามารถเข้าไปทำ
เรามีคำสั่งให้ผู้บังคับบัญชาต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่เช่นนั้นตัวเองที่เป็นผู้บังคับบัญชาก็ต้องรับผิดชอบ เข้ามาแล้วต้องทำงาน ถ้าพวกที่ทำผิดไปแล้วเราก็ต้องจับกุม ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ตำรวจต้องไม่ผิดถ้าผิดต้องได้รับโทษ เราจะไปหลอมละลายพฤติกรรม เพราะเขาถูกฝึกให้เป็นคนดีต้องรักษากฎหมายอยู่แล้ว แต่ใครที่ยังไม่ทำผิดเรามี "การอบรมธรรมะ" ให้พวกที่ดีอยู่แล้วและพวกที่กำลังจะไขว้เขวไปกับสิ่งเร้าที่เกิดขึ้น ให้เขามีหลักธรรมในใจ เพื่อนำไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชน ถ้ามีหลักธรรมก็มีสติรู้คิด ให้เกิดประโยชน์ในสังคม ปีที่แล้วเราเห็นว่าไม่มีเลยต้องเพิ่ม มองไว้ว่าจะเป็นค่ายธรรมะบ้างหรือมาอบรมครึ่งวัน สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป เนื่องจากให้มาอบรมทุกคนไม่ได้เพราะต้องทำงาน ใครที่จะหลงผิดอาจจะช่วยเกาจิตใจเขาได้บ้าง
มีการประเมินผลการอบรมแต่ละครั้งหรือไม่
ถ้าฝึกและมีการอบรมบ่อยๆ จะให้ความจำจากการฝึกอบรมมีมากขึ้น ที่เกิดเหตุในหลายๆ เรื่องเพราะเราไม่ได้รับการฝึก ถ้าฝึกแล้วต้องเอาไปใช้ได้ ทุกการฝึกต้องมีการประเมินผล เหมือนการลงทุนที่ต้องได้รับผลตอบแทนแค่ไหน ซึ่งผู้ที่จะมาตรวจสอบการฝึกจากทั้งจเรตำรวจ และในพื้นที่ประเมินกันเอง ได้ผลแค่ไหนหลังจากการไปอบรมมา ผลงานก็ต้องดีกว่าเดิม
อยากจะฝากถึงข้าราชการตำรวจที่ย้ายมาใหม่ว่า ตำรวจก็ต้องเป็นตำรวจอาชีพ การเป็นตำรวจอาชีพต้องมีความตั้งมั่นตั้งใจที่จะทำงาน ศึกษางานของตนให้ถ่องแท้ รอบคอบ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากความไม่รู้เมื่อมีปัญหาแล้วแก้ยาก เมื่อเขาไม่รู้เราก็ต้องทำให้เขารู้ เมื่อรู้แล้วก็เริ่มต้นจากความรู้เป็นประสบการณ์ในการทำงานที่ต่อยอดไปรุ่นสู่รุ่น และจะได้ไม่เกิดความผิดพลาด
.......................
(หมายเหตุ : 'สารพัดหลักสูตร' ติวเข้ม...ตร.นครบาล : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)



