ข่าว

สดุดี!3ครูสหรัฐฯสละชีพป้องศิษย์

สดุดี!3ครูสหรัฐฯสละชีพป้องศิษย์

15 ธ.ค. 2555

เผยครูหญิง 3 คน สละชีวิตโดดป้องลูกศิษย์พ้นคมกระสุน เหตุวัยรุ่นมะกันก่อเหตุช็อกโลก ยิงแม่ตัวเองก่อนบุกสังหารหมู่ครู-นักเรียนประถม รวม 27 ศพ

               15ธ.ค.2555 ตามที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองนิวทาวน์ รัฐคอนเนคทิคัต ว่า เกิดเหตุคนร้ายบุกกราดยิงนักเรียนภายในโรงเรียนแซนดี้ ฮุค ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา เมื่อเช้าที่ 14 ธันวาคม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 26 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กนักเรียนอายุ 5-10 ปีถึง 20 คน และครูอีก 6 คน นับเป็นเหตุการณ์ครั้งเลวร้ายที่สุดจากการใช้อาวุธปืนในสถานศึกษาของประเทศนี้

               อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยเกี่ยวกับแรงจูงใจในการก่อเหตุของมือปืนวัยรุ่นผู้นี้ ส่วนศพนายแลนซา ที่พบภายหลังเกิดเหตุนั้น รายงานข่าวไม่ชี้ชัดว่าเป็นการฆ่าตัวตายหนีผิด หรือว่าถูกวิสามัญฆาตกรรม

               เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลี่ เมล์ รายงานว่า ระหว่างเกิดเหตุ น.ส.วิคตอเรีย โซโต ครูสอนนักเรียนเกรดหนึ่ง วัย 27 ปี นางแมรี เชอร์ลาช นักจิตวิทยาประจำโรงเรียน วัย 56 ปี และนางดอว์น ฮอชสปรัง ผู้อำนวยการโรงเรียน วัย 47 ปี ต่างใช้ตัวเองเข้าขวางกระสุนเพื่อปกป้องเด็กนักเรียนโดยไม่ลังเลใจจนเสียชีวิตจากวีรกรรมนี้

               เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเปิดเผยว่า ตอนที่มีเสียงปืนดังขึ้นนั้น เธอและครูหลายคนกำลังประชุมอยู่กับนางฮอชสปรังและนางเชอร์ลาชต่างรีบหลบลงใต้โต๊ะ แต่สองคนนั้นกลับวิ่งตรงไปยังจุดที่มีเสียงปืนดังขึ้นทันทีโดยไม่ลังเล

               เพื่อนบ้านของนางแนนซี่ในเมืองนิวทาวน์เปิดเผยว่า นางแนนซี่เป็นคนอัธยาศัยดีมาก และมักช่วยงานของชุมชนอย่างเต็มอกเต็มใจ เธอเป็นนักสะสมปืนตัวยง เคยนำปืนยาวชั้นดีราคาแพงมาให้ดู โดยเล่าว่าออกไปยิงเป้ากับลูกๆ อยู่เสมอ และดูแลเอาใจใส่ลูกๆ อย่างดี

               ขณะนี้ตำรวจได้สอบปากคำนายไรอัน แลนซา วัย 24 ปี พี่ชายของนายอดัม แลนซา ซึ่งพำนักอยู่ในนิวเจอร์ซีย์ ระบุว่า ไม่ได้ติดต่อกับน้องชายตั้งแต่ปี 2553 และเชื่อว่าน้องชายมีความผิดปกติทางบุคลิกภาพ นอกจากนี้คนใกล้ชิดและเพื่อนเปิดเผยว่า นายอดัม แลนซา เป็นเด็กอัจฉริยะด้านคอมพิวเตอร์เหมือนกับเด็กอัจฉริยะคนอื่นๆ แต่มีพฤติกรรมประหลาดตั้งแต่ตอนมีอายุแค่ 5 ขวบ

               เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความเห็นว่า นายแลนซาเคยเป็นนักเรียนดีเด่น อาศัยอยู่กับแม่ในย่านผู้มีอันจะกินของเมืองนิวตัน ชุมชนซึ่งมีผู้อาศัยอยู่ราว 2.7 หมื่นคน แต่กลับเป็นเด็กซึมเศร้า เก็บกด และอาจจะมีปัญหาทางจิตขั้นร้ายแรง เบื้องต้นมีรายงานว่า มือปืนป่วยเป็นโรคแอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม หรือ ความผิดปกติของพัฒนาการด้านสังคมและการสื่อสาร คล้ายกับโรคออทิสติก

               ขณะที่ผู้นำทั่วโลก ซึ่งต่างช็อกไปตามๆ กันจากภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แสดงความเสียใจและเศร้าสลดจากเหตุสังหารหมู่ครั้งนี้ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ทรงส่งพระราชสาส์นในนามของสมาชิกราชวงศ์วินด์เซอร์ทุกพระองค์ แสดงความเสียพระราชหฤทัยอย่างสุดซึ้งไปยังทำเนียบขาว

              ขณะที่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนแห่งอังกฤษ แถลงแสดงความไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต เช่นเดียวกับนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) นางแคทเธอรีน แอชตัน หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) นายโฮเซ มานูเอล บาร์รอสโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์แห่งฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีจูเลีย กิลลาร์ดแห่งออสเตรเลีย


“กรมสุขภาพจิต”แนะเฝ้าระวังเด็กเก็บกด


              พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล ในฐานะผู้ช่วยอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เด็กที่มีพฤติกรรมดังกล่าวส่วนใหญ่จะมีลักษณะแยกตัวเองออกจากสังคมและที่บ้าน ไม่มีเพื่อน และมักเลือกหมกมุ่นกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก่อนที่จะมีการก่อเหตุความรุนแรงขึ้น ซึ่งสาเหตุของพฤติกรรมการแยกตัวเองนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากตัวเด็กเองที่บางครั้งไม่สามารถปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ ทำให้ขาดความมั่นใจ จึงเกิดพฤติกรรมที่ต้องการหลบหลีกออกจากผู้คนและกลุ่มเพื่อน จึงเลือกที่จะแยกตัวเอง อยู่กับตัวเอง หากหมกมุ่นเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไปก็จะไม่มีใครสังเกตหรือเตือน อย่างเช่น การสนใจในเรื่องอาวุธ แต่จะทราบอีกครั้งหลังจากที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว แต่สาเหตุอีกส่วนหนึ่งก็เป็นไปได้ว่าอาจมาจากตัวเด็กเองที่มีอาการป่วยทางจิตใจอยู่เดิม เพียงแต่ไม่มีใครทราบ แต่ก็เป็นกลุ่มที่มีไม่มีมาก

              พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า ยอมรับว่าพฤติกรรมการก่อความรุนแรงดังกล่าวเริ่มมีมากขึ้น โดยเฉพาะในต่างประเทศซึ่งมีการนำเสนอข่าวหลายครั้ง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ถือเป็นปัญหาใหญ่และยังไม่สามารถแก้ไขได้ ส่วนหนึ่งอาจมาจากการเลียนแบบพฤติกรรม ประกอบกับสังคมสหรัฐฯ มีลักษณะครอบครัวเดี่ยว ทำให้การเฝ้าระวังหรือสังเกตจากคนใกล้ชิดทำได้ยาก เข้าไม่ถึง ทั้งๆ พฤติกรรมความรุนแรงก่อนที่จะเกิดขึ้นจะมีสัญญาณเตือนที่เป็นการบอกเหตุ ส่วนที่มีการยิงแม่ตัวเองเสียชีวิตด้วยนั้น เป็นไปได้ว่าก่อนหน้านี้อาจมีปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวเกิดขึ้น

              “ปัญหาพฤติกรรมการแสดงออกของเด็กส่วนใหญ่แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีลักษณะก้าวร้าวและเกเร กลุ่มนี้ไม่ค่อยน่าห่วงและมักจะได้รับความสนใจในการดูแลและแก้ไข แต่อยากให้ดูแลเด็กอีกกลุ่มหนึ่งด้วยที่มักมีพฤติกรรมชอบเก็บตัว แยกตัวออกจากสังคม เด็กกลุ่มนี้มักดูเรียบร้อย ไม่มีอะไร แต่จริงๆ แล้วกลับมีความเก็บกดและมักมีการระบายโดยก่อเหตุรุนแรงขึ้นในภายหลัง” ผู้ช่วยอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวและว่า กรณีที่เด็กเก็บกดและมักแยกตัวเองจากคนอื่นๆ นั้น ยอมรับว่าการเข้าไปดูแลช่วยเหลือนั้นคงทำได้ยาก แต่ก็สามารถทำได้โดยการค่อยๆ แทรกเข้าไปในเรื่องที่เด็กให้ความสนใจ อย่างเรื่องเทคโนโลยี เพื่อที่จะได้พูดคุย ซึ่งจะทำให้เด็กรู้สึกว่ามีทางออก มีคนที่ยังสามารถพูดคุยและช่วยเหลือได้

              ส่วนปัญหาความรุนแรงของวัยรุ่นไทยนั้น พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า วัยรุ่นบ้านเรายังไม่มีความรุนแรงถึงขนาดไปกราดยิงอย่างกรณีข่าวต่างประเทศ แต่ปัญหาความรุนแรงของวัยรุ่นไทยส่วนใหญ่จะเป็นความรุนแรงในลักษณะการพกพาอาวุธเพื่อต่อสู้กับคู่อริ การยกพวกตีกันที่เป็นลักษณะของการปกป้องพวกพ้องกันเองมากกว่า แต่ที่ไปกราดยิงคนทั่วไปที่ไม่รู้จัก ยังไม่ถึงขั้นนั้น เนื่องจากสังคมไทยยังมีความผูกพันของครอบครัวที่ช่วยกันดูแลและคอยช่วยเหลือกันมากกว่า ดังนั้นเมื่อเด็กมีปัญหาจะสามารถเข้าถึงได้ง่าย.