ข่าว

สหรัฐอึ้ง!ตกหลุมพรางแผน'คิม จอง อึน'

สหรัฐอึ้ง!ตกหลุมพรางแผน'คิม จอง อึน'

16 ธ.ค. 2555

สหรัฐอึ้ง!!! ตกหลุมพรางแผนลวงโลกของคิม จอง อึน : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...อุไรวรรณ นอร์มา

                ประชาคมโลกยังถกกันไม่สิ้นว่าจะเพิ่มบทลงโทษเกาหลีเหนืออย่างไรดี จึงจะสาสมกับความดื้อดึงเดินหน้ายิงจรวดพิสัยไกลอึนฮา-3 เพื่อส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร แต่จะมีสักกี่คนในโลกที่คิดว่ารัฐบาลเปียงยางจะหวาดกลัว เนื่องจากเพิ่งพิสูจน์ไปหยกๆ ว่า การก่นประณามและมาตรการคว่ำบาตรที่ออกมาหลังการทดสอบนิวเคลียร์สองครั้ง ไม่มีผล ไม่เช่นนั้น คงไม่มีการทดลองเทคโนโลยีชนิดเดียวกับที่สามารถใช้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกล ถึงดินแดนศัตรูตลอดกาลอย่างสหรัฐอเมริกาได้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

                เกาหลีเหนือถือว่า ตนมีสิทธิที่จะใช้อวกาศเพื่อวัตถุประสงค์ทางสันติตามกรอบกฎหมายสากล และไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร ก็จะใช้สิทธิอันชอบธรรมส่งดาวเทียม ซึ่งจะมีส่วนส่งเสริมเศรษฐกิจและปรับปรุงมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในภายภาคหน้า (ด้วยการทุ่มทุนระหว่าง 2,800-3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปกับโครงการ มากพอซื้อข้าวโพดเลี้ยงประชากรทั้งประเทศสามปี ตามการคาดการณ์ของเกาหลีใต้)

                ขณะที่สหรัฐ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ถือว่า นี่คือการละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่ห้ามเกาหลีเหนือทดสอบยิงจรวดที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับขีปนาวุธทุกประเภท

                ไม่น่าแปลกใจที่เกาหลีเหนือยังเดินหน้าทดสอบยิงจรวดพิสัยไกล หนึ่งในมรดกที่พ่อคิม จอง อิล ผู้ล่วงลับส่งต่อให้ลูกชายคิม จอง อึน แต่ที่ทำให้โลกอึ้งกว่าเดิมคือการปล่อยข่าวลวง และจังหวะเวลาว่า ทำไมต้องเป็นในเดือนนี้ ซึ่งเมื่อประมวลความเห็นของนักวิชาการผู้ติดตามความเป็นไปในเกาหลีเหนือส่วนใหญ่ มองว่า เป็นการเดิมพันทางยุทธศาสตร์ที่ได้ทั้งเสถียรภาพในบ้าน และเพิ่มอำนาจต่อรองบนเวทีระหว่างประเทศ

                สำหรับเปียงยาง ปี 2012 เป็นปีสัญลักษณ์หลายอย่าง โดยเมื่อขึ้นกุมอำนาจเมื่อเกือบหนึ่งปีก่อน คิม จอง อึน ประกาศว่า ปีนี้เกาหลีเหนือจะต้องแข็งแกร่งและรุ่งเรือง ทำให้รัฐบาลเปียงยางจำต้องหาผลงานมาแสดงให้ประชาชนและโลกได้ประจักษ์ โดยเฉพาะเมื่อวาระครบรอบหนึ่งปีแห่งการจากไปของบิดาเวียนมาถึง และปีแห่งการฉลองหนึ่งร้อยปีชาตกาลของผู้ก่อตั้งประเทศกำลังจะสิ้นสุดลง เพื่อพิสูจน์ตนเองว่าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งที่เหมาะสมต่อจากบิดาและปู่ นายคิม อิล ซุง ผู้ก่อตั้งประเทศ เนื่องจากวิกฤติการณ์การเงินในเกาหลีเหนือ ยังคงร้ายแรงดังที่เคยเป็น ปราศจากผลงานที่จับต้องได้ หากคิดตามนี้ ก็หมายความว่าการยิงจรวดมาจากแรงกดดันทางการเมือง และจำเป็นต้องทดสอบจรวดก่อนสิ้นปี

                สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือรายงานว่า หลังจากสถานีโทรทัศน์ประกาศข่าวสำคัญว่า จรวดอึนฮาประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมกวางเมียงซอง-3 ขึ้นสู่วงโคจร รถของทางการออกวิ่งกระจายข่าวไปตามถนนในเปียงยาง และสำนักข่าวเอพีที่มีสำนักงานในเปียงยาง รายงานว่ามีประชาชนออกมาเฉลิมฉลองด้วยการเต้นรำบนถนน 

                การยิงจรวดยังเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการกุมอำนาจเด็ดขาดของคิม จอง อึน หลังการขจัดเสี้ยนหนามการเมืองมานานหลายเดือน อีกทั้งในวันที่ 30 ธันวาคมนี้ ยังเป็นวันครบรอบหนึ่งปีนับจากผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน ควบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด        

                ส่วนเหตุผลที่ว่า การยิงจรวดเพื่อคิดจะป่วนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเพื่อนบ้านทางใต้นั้น มีความเป็นไปได้น้อย เนื่องจากชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ ชาชินกับการกระทำยั่วยุของเพื่อนบ้านเกาหลีเหนือมานานแล้ว การทดลองจรวดไม่น่าจะส่งผลให้ผลเลือกตั้งออกมาในทางใดทางหนึ่ง แต่ผลกระทบน่าจะตกอยู่กับนโยบายของผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีมากกว่า ทั้งนี้ หากจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของนโยบายเกาหลีเหนือ ความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ ยังเป็นรองเมื่อเทียบกับการเมืองภายในเกาหลีเหนือและสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา

                อีกด้านหนึ่ง หลายฝ่ายเชื่อว่าเหตุผลหนึ่งของการทดสอบจรวดในห้วงเวลานี้ คือการส่งสารจากคิม จอง อึน ถึงสหรัฐ และจีน 

                การทดสอบจรวดมีขึ้นก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา จะเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สอง และมีขึ้นไม่นานหลังจากจีนเริ่มกระบวนการผ่องถ่ายอำนาจสู่นายสี จิ้นผิง ว่าที่ผู้นำคนต่อไป

                ทั้งสองประเทศแสดงจุดยืนชัดเจนว่าต่อต้านการทดสอบจรวดหรือขีปนาวุธพิสัยไกลตามความเข้าใจของฝ่ายตรงข้าม แต่เกาหลีเหนือยังเดินหน้า แหล่งข่าวในปักกิ่งบอกกับสื่อเกาหลีใต้ว่า แม้แต่จีนก็ไม่รู้ล่วงหน้าว่าเกาหลีเหนือจะทดสอบปล่อยจรวดในวันพุธ เช่นเดียวกับการทดสอบครั้งก่อนเมื่อเมษายนที่ผ่านมา ขณะมีคำถามว่า ระดับเกาหลีเหนือแล้ว เล่นเกมยาวอย่างแน่นอน แต่สหรัฐอเมริกาจะใช้ยุทธศาสตร์อดกลั้นอดทนและเล่นเกมรอไปอีกนานแค่ไหน เมื่อปัจจุบัน เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จทั้งการทดสอบนิวเคลียร์และพัฒนาจรวดพิสัยไกลที่คุกคามถึงดินแดนสหรัฐได้

 

การข่าวยังล้มเหลว

                เกาหลีใต้ สหรัฐ และญี่ปุ่น อึ้งไปตามๆ กันเมื่อเกาหลีเหนือเดินหน้าทดสอบจรวดในวันพุธ หลังจากเพิ่งสรุปในวันอังคารว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือจะทดสอบจรวดในสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือภายในเดือนนี้ เนื่องจากสองวันก่อนหน้า เกาหลีเหนือประกาศว่าพบปัญหาขัดข้องทางเทคนิค และภาพถ่ายดาวเทียมก็ชี้ว่า รัฐบาลเปียงยางได้เคลื่อนย้ายจรวดออกจากฐานปล่อย และอาจจะต้องใช้ระยะหนึ่งเพื่อแก้ไขและเลื่อนกำหนดออกไปจนถึง 29 ธันวาคม 

                ดูเหมือนเกาหลีใต้และญี่ปุ่นได้ข้อสรุปเช่นนี้ โดยอาศัยภาพถ่ายจากดาวเทียมจารกรรมสหรัฐ และเพราะเชื่อคำประกาศของเกาหลีเหนือง่ายๆ ทำให้สหรัฐและเกาหลีใต้ถูกตำหนิอีกรอบว่า ล้มเหลวเรื่องการข่าว

                เจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีใต้คนหนึ่งเผยกับสื่อในประเทศว่า "เราไม่พบเบาะแสแม้เแต่น้อยที่บ่งว่าการทดสอบปล่อยจรวดจะเกิดขึ้นในเร็ววัน นาทีที่รู้ เหมือนถูกตีแสกหน้า"

                ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น การประกาศเรื่องเลื่อนกำหนดการยิงจรวด อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการให้ข่าวเท็จ แต่คำถามคือเหตุใดเกาหลีเหนือจึงต้องทำเช่นนั้น หรือเป็นเพราะการซ่อมแซมส่วนที่มีปัญหาสามารถทำได้ที่ฐานปล่อยโดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายจรวดท่อนแรกกลับไปยังอาคารประกอบชิ้นส่วน หรือในความเป็นจริง เกาหลีเหนือก็สามารถยิงจรวดได้ตามแผนอยู่แล้ว

               
ปล่อยจรวดสไตล์คิม จอง อึน

                การทดลองปล่อยจรวดพิสัยไกลเพื่อส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรของเกาหลีเหนือ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากเรียกเสียงประณามและเป็นข่าวพาดหัวทั่วโลก ยังเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่แสดงถึงความเป็นผู้นำประเทศในแบบฉบับของคิม จอง อึน

                ในอดีต เกาหลีเหนือมักยึดตามประกาศทางการ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนเกาหลีเหนือต้องการให้โลกละสายตาไปจากตนเอง และหวังผลบางอย่างจากการออกข่าวเลื่อนกำหนดปล่อยจรวด ทั้งที่ในความเป็นจริง กำลังเดินหน้า

                เกาหลีเหนือเคยเชิญผู้สื่อข่าวต่างชาติราว 70 คนไปชมความพยายามทดลองยิงจรวดเมื่อเมษายน ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน

                ต่อมาในเดือนกรกฎาคม คิม จอง อึน เริ่มออกงานพร้อมกับภรรยาสาวสวย รี โซ จู ราวกับเล็งไว้แล้วว่าจะเรียกเสียงฮือฮาจากสื่ออย่างไร โดยตอนแรก ปล่อยภาพทางการออกมาให้เห็นโดยไม่อธิบายที่มาที่ไปของสาวนิรนามข้างกาย ก่อนเผยชื่อเสียงเรียงนาม ซึ่งก็ทำให้สื่อเกาหลีใต้และต่างชาติ เสาะค้นปูมหลังอย่างละเอียดไปจนถึงสไตล์การแต่งตัว

                ในเดือนเดียวกัน คิม จอง อึน ร่วมชมการแสดงที่นักเต้นรำแต่งตัวในชุดตัวการ์ตูนวอลท์ดิสนีย์ และมีเพลงจากภาพยนตร์เรื่องร็อกกี้ ซึ่งไม่เคยปรากฏในสมัยของบิดา คิม จอง อิล

                นอกจากนี้ คิม จอง อึน ยังกระโดดลงเรือเก่าๆ ไปเยือนเกาะแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากเกาะยังเพียงของเกาหลีใต้ เพียง 7 กิโลเมตร ทั้งหมดนี้ เป็นความจงใจฉายภาพลักษณ์ผู้นำที่กล้าหาญ และดึงความสนใจของสื่อต่างประเทศ อันรวมถึงการเรียกประชุมสมัชชาประชาชนสูงสุดเมื่อเดือนกันยายน ซึ่งเป็นครั้งที่สองในปีนี้ ทั้งที่ตามธรรมเนียมในสมัยคิมผู้พ่อ การประชุมจะมีขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น การเรียกประชุมสภาเรียกความสนใจจากสื่อได้เป็นอย่างดี ตามด้วยกระแสคาดการณ์ว่า สงสัยรัฐบาลเปียงยางจะหารือการปฏิรูปเศรษฐกิจ แต่ที่สุดก็เป็นเพียงการขยายการศึกษาภาคบังคับ     

 

ก้าวต่อไป ทดสอบนิวเคลียร์?

                ขณะที่เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จทดสอบการปล่อยจรวด เกาหลีใต้ก็ต้องเสียหน้าหลังล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรด้วยเทคโนโลยีจรวดของตนเอง ผู้เชี่ยวชาญในเกาหลีใต้ระบุว่า เวลานี้ เกาหลีใต้ตามหลังรัฐบาลเปียงยางในด้านเทคโนโลยีจรวดอย่างน้อย 6 ปี

                หากเกาหลีเหนือสามารถส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรได้จริง ก็จะเข้าเป็นหนึ่งในทำเนียบที่เรียกกันว่า สเปซ คลับ ซึ่งในโลกนี้มีแค่ 9 ประเทศเท่านั้นที่ส่งดาวเทียมได้ และเกาหลีเหนือจะเป็นประเทศที่ 10

                ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้ตั้งเป้าจะเข้าอยู่ในกลุ่มชนชั้นนำด้านอวกาศในปี 2548 แต่สะดุดเมื่อรัสเซียปฏิเสธการถ่ายโอนเทคโนโลยีส่งจรวดในขั้นแรกเมื่อหลายปีก่อน

                แต่สิ่งที่เกาหลีใต้กังวลอย่างมากคือ หากคณะมนตรีความมั่นคงล้มเหลวการดำเนินมาตรการลงโทษแข็งกร้าว โดยจีนยังคงไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ จะหมายถึงการทำให้เกาหลีเหนือย่ามใจเดินหน้าทดสอบนิวเคลียร์เป็นหนที่สามในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ เนื่องจากเกาหลีเหนือมีประวัติทดสอบนิวเคลียร์หลังทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกล

                หลังยิงทดสอบขีปนาวุธแทโปดอง-2 เมื่อกรกฎาคม 2549 เกาหลีเหนือทำการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งแรกหลังจากนั้นสามเดือน และหลังการทดสอบขีปนาวุธเมื่อเมษายน 2552 การทดสอบนิวเคลียร์เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง

               ........................................
(สหรัฐอึ้ง!!! ตกหลุมพรางแผนลวงโลกของคิม จอง อึน : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...อุไรวรรณ นอร์มา)