ข่าว

'ปู-มท.1'ยันพท.เสียงไม่แตก

'ปู-มท.1'ยันพท.เสียงไม่แตก

15 ธ.ค. 2555

'นายกฯ-มท.1'ยันเสียงเพื่อไทยไม่แตกเลือกคนชิงผู้ว่าฯกทม.'จารุพงศ์'เผย 10 ม.ค.จะประกาศชื่อได้ ด้าน'สส.พท.'บีบพรรคส่ง'เจ๊หน่อย'

                เมื่อเวลา 11.00น. ภายหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินชมและเลือกซื้อสินค้าในงานโอท็อปฯ ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกรณีที่มีเสียงแตกในการสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ระหว่าง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กับ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.และเลขาธิการปปส.ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆว่า" ไม่แตกค่ะ"

                นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความชัดเจนในการส่งบุคคลในพรรคเพื่อไทยมาชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ที่มีกระแสข่าวว่าเกิดเสียงแตกของ สส.ในการสนับสนุนระหว่าง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และพล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ รองผบ.ตร. และเลขาธิการ ปปส. ว่า “ไม่มีแตก” ยืนยันว่าในวันที่ 10 ม.ค.56 จะมีความชัดเจนในเรื่องตัวผู้สมัคร สาเหตุที่เป็นวันดังกล่าว เพราะผู้ว่าฯกทม.คนเก่าจะครบอายุการทำงาน จึงคิดว่าควรจะให้ถึงวันนั้นก่อนจึงจะประกาศว่า เป็นใคร ส่วนแคนดิเดตผู้สมัครคงเป็นไปตามที่สื่อหนังสือพิมพ์นำเสนอ เชื่อว่าทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้ว

                เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นตัวเต็งในการลงสมัครมากที่สุด นายจารุพงศ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปบอกว่าเป็นใคร ไม่เช่นนั้นจะเป็นการไปผูกพันกันเปล่าๆ เพราะการตัดสินใจส่งผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคไม่ใช่ตนตัดสินใจคนเดียว หากพูดไปจะไม่ดี

                ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยต้องคิดหนักในการส่งผู้สมัครระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ กับพล.ต.อ.พงศพัศ พรรคคิดหนักหรือไม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าต้องคิดหนักเพราะคนในพรรคมีคนเก่งและประสบการณ์สูงจำนวนมาก แต่ไม่ได้คิดหนักที่หาคนลงไม่ได้ แต่เรารักพี่เสียดายน้อง

                ส่วนพรรคเพื่อไทยจะยืนยันว่า จะส่งผู้สมัครในนามของพรรคโดยไม่ไปสนับสนุนผู้ที่ลงในนามอิสระ ใช่หรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า กฎหมายไม่ได้บังคับในการลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ว่า ผู้สมัครต้องสังกัดพรรคเหมือน สส. ดังนั้นพรรคสามารถส่งได้ในนามของพรรค แต่ใครจะลงสมัครอิสระก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ จึงไปตอบแทนกันไม่ได้

                ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่า หากไม่ส่งในนามพรรคจะเสียเปรียบคู่แข่งขันจะส่งผลการได้เปรียบเสียเปรียบในทางการเมืองนั้น นายจารุพงศ์ กล่าวว่า แนวคิดของพรรคจะส่งผู้สมัคร ส่วนจะเสียเปรียบหรือไม่คงไปดูกันต่อ ยืนยันว่าพรรคจะรับฟังเสียงของสมาชิก ทั้ง สก. สข. และพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบไปพร้อมกัน ที่สำคัญคือ ต้องฟังประชาชน จากการทำสำรวจ

                ต่อข้อถามที่ว่า หากเป็นชื่อของ พล.ต.อ.พงศพัศ สส. กทม. พร้อมจะให้การสนับสนุนหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ตนไม่ใช่ สส. กทม. จึงตอบแทนไม่ได้ แต่ก็มีชื่อในแคนดิเดตของสื่อ

                เมื่อถามว่า นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า คุณหญิงสุดารัตน์ ขอถอนตัวจากการลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคเพื่อไทย จะนำเรื่องนี้ไปสอบถาม คุณหญิงสุดารัตน์ อีกครั้งหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีกลไกอยู่แล้วจะต้องไปพูดกันที่พรรคไม่ใช่ตนตัดสินใจคนเดียว

                “ถ้าถามผมก็อยากได้คนที่ส่งแล้วจะได้เป็นผู้ว่าฯ จริง ๆ ผมเคยเป็นรองปลัดกทม.มาก่อนรู้ดีว่าคนกทม.เขาต้องการอะไร  และพร้อมที่จะช่วยสะท้อนปัญหาว่าคนกทม.เขาต้องการอะไรให้ผู้สมัครได้ทราบเท่าที่จะทำได้โดยที่ไม่ผิดกฎหมาย”นายจารุพงศ์ กล่าว

                ส่วนที่มีคนวิจารณ์ว่า นโยบายรถคันแรกจะมาสร้างปัญหาให้ กทม.จะขัดแย้งกันหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องจราจรบ้าง แต่ถ้ารถไฟฟ้า 3-4 สายแล้วเสร็จประชาชนก็มีทางเลือกมากขึ้น แต่เชื่อว่าไม่ได้เป็นปัญหา

 

"สส.กทม."พท.บีบพรรคส่ง "เจ๊หน่อย"ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

                นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.กทม. พรรคเพื่อไทย และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกระแสข่าว สส.กทม. สก. และสข.พรรคเพื่อไทย แสดงความไม่พอใจที่พรรคจะไม่ส่ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยขู่จะไม่สนับสนุนผู้สมัครคนอื่นที่พรรคส่งลงสมัคร ถ้าไม่ใช่ คุณหญิงสุดารัตน์ ว่า ยืนยันว่า สส. สก.และสข.ไม่ติดใจหากพรรคจะมีมติอย่างไร เพียงแต่ขอให้พรรคไปพิจารณาร่วมกับ คุณหญิงสุดารัตน์ ว่า จะส่งใครลงสมัครให้ได้ข้อสรุปเป็นครั้งสุดท้าย ขอให้พรรคตัดสินใจโดยเร็วที่สุด อย่างน้อยให้ได้ข้อสรุปไม่เกินวันที่ 28 ธ.ค.นี้ เพราะ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. จะหมดวาระการทำงานในวันที่10 ม.ค.56 หากตัดสินใจส่งผู้สมัครช้ากว่านี้อาจสายเกินไป ทั้งนี้ หากพรรคส่งคนอื่นที่ไม่ใช่ คุณหญิงสุดารัตน์ ก็พร้อมน้อมรับและช่วยหาเสียงให้ อย่างไรก็ตาม สส.กทม. สก.และสข.เห็นตรงกันว่า คุณหญิงสุดารัตน์ มีศักยภาพในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่ง สก.บางคนถึงกับพูดทั้งน้ำตาในที่ประชุมว่า ไม่ได้ติดใจว่าพรรคจะส่งใครลงสมัคร แต่ขอให้ส่งลงแล้วมีคุณค่า  โดยไม่มีใครวอล์คเอาท์ออกจากห้องประชุม

               ผู้สื่อข่าวถามว่า คุณหญิงสุดารัตน์ ยอมรับในที่ประชุมพรรคว่า ไม่พร้อมลงสมัครเพราะติดภารกิจงานบุญ นายจิรายุ กล่าวว่า คนเราทำได้หลายอย่าง งานบุญไม่ได้ทำทุกวัน ถ้าพรรคให้ คุณหญิงสุดารัตน์ลง ก็เชื่อว่า สามารถทำงานได้ เพราะเราทำกันเป็นทีมงาน ไม่ใช่ คุณหญิงสุดารัตน์ ทำคนเดียว เมื่อเช้าวันที่ 15 ธ.ค.ตนได้โทรศัพท์หา คุณหญิงสุดารัตน์ อีกครั้ง ซึ่ง คุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่า ตัวเองไม่มีปัญหา และมีประสบการณ์ แต่ขึ้นอยู่กับพรรคว่า จะพิจารณาส่งใครลงสมัคร จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เคยได้ยินเสียง คุณหญิงสุดารัตน์ พูดว่า จะไม่ลงสมัคร แต่คุณหญิงสุดารัตน์จำเป็นต้องรักษาท่าทีเพื่อให้พรรคพิจารณาว่าจะส่งใคร

               ส่วนหากพรรคไม่ส่ง คุณหญิงสุดารัตน์ ลงสมัคร สส.กทม. สก.และสข.จะช่วยผู้สมัครที่พรรคส่งลงสมัครเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่นั้น นายจิรายุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนช่วยเต็มที่อยู่แล้ว แต่เขตอื่นๆ นั้น ต้องไปถามเอง ตนไม่รู้ ส่วนถ้าพรรคไม่ส่ง คุณหญิงสุดารัตน์ ลงสมัคร อาจทำให้พรรคเพื่อไทยแพ้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างขาดลอยนั้น ตนไม่กล้าตอบ แต่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ เพราะการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ดูจากความนิยมตัวบุคคลเป็นหลัก รองลงมาคือ ปัจจัยเรื่องพรรค ซึ่งขณะนี้ผลโพลล์ที่ออกมา คุณหญิงสุดารัตน์ ถือว่ามีลุ้น