ข่าว

ค้านแนวคิดปิดร.ร.วอนเร่งผุด'ศูนย์ครูใต้'

ค้านแนวคิดปิดร.ร.วอนเร่งผุด'ศูนย์ครูใต้'

15 ธ.ค. 2555

เร่งผุด'ศูนย์ครูใต้'3จังหวัด ผู้ปฏิบัติค้านแนวคิดปิดร.ร. : ปกรณ์ พึ่งเนตรรายงาน

             "วันเกิดของข้าพเจ้ามีผู้คนถวายเงินกันหลายคน แล้วเงินนั้นข้าพเจ้ารวบรวมไปสร้างศูนย์ครูที่ จ.ปัตตานี ไปเห็นแล้วสงสารพวกครูที่สุดที่ว่าเดี๋ยวโดนฆ่าๆ อยู่อย่างนี้ ก็คงจะโดนฆ่าตลอดไป ก็เอาเงินที่ท่านทั้งหลายให้ในวันเกิดปีที่แล้วสร้างศูนย์ครู..."

             พระราชดำรัสตอนหนึ่งของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2551 แสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใย "ครู" ผู้เสียสละเสี่ยงชีวิตให้วิชาความรู้แก่เด็กๆ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นจุดกำเนิดของ "ศูนย์ครูใต้จังหวัดปัตตานี"

             ศูนย์ครูใต้ฯ ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการฟาร์มตัวอย่างในพระราชดำริ บ้านน้ำดำ หมู่ 3 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี บนเนื้อที่ 220 ไร่ มีบ้านพักครูครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น จำนวน 150 หลัง พร้อมร้านค้า ร้านเสริมสวย โรงยิม ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต และห้องฝึกภาษาถึง 7 ภาษา

             ที่สำคัญ ยังมีโรงเรียนพระราชดำริศูนย์ครูใต้ฯ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ป.6 รองรับเด็กๆ ในละแวก อ.หนองจิก และรับโอนครูส่วนหนึ่งที่ไม่มั่นใจในความปลอดภัยเข้ามาสอน และพักอาศัยภายในศูนย์

             พ.อ.ณรงค์กร พุทธสงกรานต์ ผู้อำนวยการศูนย์ครูใต้ฯ กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดศูนย์เมื่อปี 2551 มีครูมาพักอาศัยเพียง 35 ครอบครัว จึงยังมีบ้านว่างอีกเยอะสำหรับครูที่รู้สึกไม่ปลอดภัย โดยศูนย์แห่งนี้มีมาตรการ รปภ.ครูถึง 4 ชั้น

             รอบนอก เป็นพื้นที่รับผิดชอบของทหารราบคอยลาดตระเวนดูแลเส้นทางและจุดเสี่ยง รอบกลาง ในพื้นที่ศูนย์ครูใต้ฯ มีกองร้อยทหารพรานรับผิดชอบ รอบใน เป็นอาสารักษาดินแดน (อส.) และมีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) คอยเสริมอีกชั้น
            
             "ครูส่วนใหญ่สอนในพื้นที่ อ.หนองจิก แต่ก็มีบ้างที่สอนใน จ.ยะลา ทุกวันนี้ก็เดินทางกันเอง แต่ถ้ามีครูมาอยู่มากขึ้นการรปภ.จะง่าย และจะกำหนดแผน รปภ.ใหม่ร่วมกับกองกำลังที่รับผิดชอบพื้นที่ และกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยอาจจัดเป็นกองกำลังไปส่งครู เหมือนรถรับส่งนักเรียน"

             พ.อ.ณรงค์กรกล่าวว่า ศูนย์ยินดีต้อนรับครูทุกคนที่ไม่มั่นใจในความปลอดภัย และเชื่อว่า ศูนย์แห่งนี้เป็นคำตอบของปัญหาครูถูกลอบทำร้าย โดย ศอ.บต.กำลังจัดทำโครงการก่อสร้างศูนย์ครูใต้ที่ จ.นราธิวาส และยะลา โดยที่ จ.ยะลา คืบหน้าไปมากแล้ว

             ครูเสริม ยอดรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพระราชดำริศูนย์ครูใต้จังหวัดปัตตานี กล่าวว่า โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 เดิมมีนักเรียน 23 คน ปัจจุบันมีนักเรียน 60 คน ในจำนวนนี้มีเด็กมุสลิม 4 คน การมีศูนย์ครูใต้ฯ ทำให้ครูรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น และเริ่มมีครูขอย้ายเข้ามาอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ

             ครูนาฎลดา เดชอรัญ ครูโรงเรียนบ้านคลองช้าง อ.หนองจิก ซึ่งย้ายมาพำนักเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กล่าวว่า การได้อาศัยในศูนย์ทำให้มั่นใจในความปลอดภัย การเดินทางไปกลับก็สะดวก เพราะมีทหารประจำการตลอดเส้นทาง จึงอยากให้มีการสร้างศูนย์ครูในจังหวัดอื่นๆ ด้วย

             ครูบุณณดา รักจันทร์ ซึ่งเคยสอนที่โรงเรียนบ้านน้ำดำ อ.หนองจิก แต่ปัจจุบันได้ย้ายเข้ามาพำนัก และสอนที่นี่สะท้อนหัวอกครูในพื้นที่เสี่ยงภัยว่า ในอดีตครูจะระแวงภัยเฉพาะเวลาเดินทาง แต่พอถึงโรงเรียนหรือได้กลับบ้านในตอนเย็นก็โล่งใจแล้วที่รอดมาได้อีกวันหนึ่ง แต่ทุกวันนี้แม้แต่อยู่ในโรงเรียนก็รู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะมีคนร้ายมาบุกยิงครูถึงในโรงเรียน

             "รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ย้ายเข้ามาอยู่ที่ศูนย์ครูใต้ฯ เพราะมั่นใจเรื่องความปลอดภัยมาก ช่วงที่ต้องระวังตัวเป็นพิเศษคือช่วงที่ต้องออกไปทำธุระส่วนตัวเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่ามีความเสี่ยงอยู่ แต่ก็ยังน้อยกว่าเพื่อนครูในพื้นที่อื่น" ครูบุณณดา กล่าว

             แต่สภาพความเป็นจริงทุกวันนี้ก็คือ ยังมีครูอีกเป็นจำนวนมากในพื้นที่เสี่ยงภัย และสมาพันธ์ครูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มีมติปิดโรงเรียนไปแล้ว ซึ่งโดยส่วนตัวเธอไม่อยากให้ปิดโรงเรียน เพราะไม่ได้แก้ปัญหา และจะยิ่งเพิ่มปัญหา เพราะทำให้การเรียนการสอนต้องสะดุดลง

             "มาตรการที่ใช้ ต้องเข้าใจว่าใช้มาตรการเดียวกันทุกพื้นที่ไม่ได้ เพราะแต่ละพื้นที่เสี่ยงต่างกัน อย่างโรงเรียนในพื้นที่สีแดงก็ควรปิด แต่นอกพื้นที่สีแดงไม่ควรปิด เพราะการปิดทั้งหมดไม่ได้แก้ปัญหา 100%” ครูบุณณดา กล่าว
            
             ขณะที่ครูสาวจากโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี บอกว่า ทุกวันนี้รู้สึกกลัวมาก และยิ่งกลัวมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุยิงครูในโรงเรียนที่ อ.มายอ รวมทั้งเหตุการณ์ยิงสามีภรรยาขายอาหารเร่ที่ริมรั้วโรงเรียนที่ อ.หนองจิก โดยภรรยาเสียชีวิต สามีได้รับบาดเจ็บ แต่ถึงแม้จะรู้สึกกลัวมากแค่ไหน เธอก็ไม่คิดที่จะย้ายหนีออกไป

             “ฉันคิดว่าครูอยู่กับชุมชนน่าจะดีกว่า ครูต้องเข้ากับชุมชนให้ได้ มีอะไรชาวบ้านก็จะมาบอก มาเตือน ฉันมั่นใจหากอยู่กับชุมชน มั่นใจมากกว่ามาตรการนำครูไปอยู่รวมกัน ที่สำคัญการปิดโรงเรียนชั่วคราวไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น” ครูสาวรายนี้ไม่เห็นด้วยกับการปิดโรงเรียนอีกราย

             ครูพรทิพย์ จากโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นราธิวาส กล่าวว่า รู้สึกใจหายและกลัวมากกับข่าวคนร้ายบุกเข้าไปยิงครูในโรงเรียน เพราะเท่ากับพื้นที่ปลอดภัยของครูหมดแล้ว แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการปิดโรงเรียน เพราะการทำแบบนี้เหมือนครูไปลงที่เด็ก ทั้งที่เด็กไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

             “ฉันเชื่อว่าถ้าการดูแลของเจ้าหน้าที่ทำอย่างเต็มที่ตามแผนที่วางไว้ และครูเองก็อยู่ในกรอบในระเบียบการ รปภ. ทุกอย่างจะไม่เลวร้ายแบบนี้ แต่สภาพความจริงมันไม่ใช่ บางคนมานอนเฝ้าเสาโรงเรียนแล้วโทรศัพท์ทั้งวัน ใครเข้าออกโรงเรียนก็ไม่ได้เช็กหรือเข้าไปสอบถาม กว่าจะรู้ก็เข้าถึงตัวครูแล้ว" ครูพรทิพย์สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

             ครูพาตีเมาะ จากโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ยะลา กล่าวว่า เหตุการณ์คนร้ายเข้าไปยิงครูในโรงเรียนทำให้ครูทุกคนกลัวมาก แต่ไม่ถึงขั้นไม่อยากไปสอนหนังสือ และไม่อยากให้ปิดโรงเรียนเพราะถึงปิดก็ไม่ได้ช่วยอะไร และยังสงสารเด็กด้วย แค่นี้เด็กก็เสียขวัญมากพอแล้ว

......................

(หมายเหตุ : เร่งผุด'ศูนย์ครูใต้'3จังหวัด ผู้ปฏิบัติค้านแนวคิดปิดร.ร. : ปกรณ์ พึ่งเนตรรายงาน)