ข่าว

ชมพืชสวนขนาดยักษ์'ทีเอสเอ'

ชมพืชสวนขนาดยักษ์'ทีเอสเอ'

16 ธ.ค. 2555

ชมพืชสวนขนาดยักษ์'ทีเอสเอ' ชิมองุ่น-ไวน์ที่ 'ชา โต เดอ เลย' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย....ดลมนัส กาเจ

                ออกจากลานคริสต์มาส เรามุ่งหน้าสู่แปลงไม้ดอก ไม้ประดับ และพืชผักเมืองหนาวที่สถานีภูเรือของบริษัท ที่เอสเอ จำกัด  ที่บ้านกกโพธิ์ ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย  ภายในสวนหากเดินเข้าไปด้านขวามือจะเป็นลานดอกไม้หลากหลายชนิดบานชื่น ดาวเรือง ดาวกระจาย  พิทูเนีย และเยียบีร่า ชูช่อดอกบานสะพรั่ง ซึ่งใครและใครที่เข้าสัมผัสจะต้องบันทึกภาพความสวยงามคู่กับดอกไม้แทบทุกราย ก่อนวกกลับไปชมความเป็นยักษ์ของพืชสสวนครัวไม่ว่าจะเป็นฝักทองยักษ์ที่ลูกหนักนับร้อนกิโลกรัม น้ำเต้ายักษ์ และมะเขือยักษ์ เป็นต้น

                สำหรับสถานีภูเรือ นั้น  จิรดา  ศุภอุดร นักวิชาการเกษตรที่ดูแลด้านนอศเซอร์รี่ ประจำบริษัท ที่เอสเอ จำกัด  บอกว่า มีเนื้อที่ทั้งหมด 34 ไร่ เน้นผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้ดอก-พืชผักสวนครัวเพื่อจำหน่าย  ที่มีมากที่สุดคือ บานชื่น ดาวเรือง ดาวกระจาย  พิทูเนีย เยียบีร่า ฝักทองยักษ์ ฝักทองไต้หวัน  พริกหวาน มะเขือเทศ แคนตาลูป พริกประดับ รวมถึงจำหน่ายต้นกล้าด้วยมีราคาตั้งต้นละ 1.80 บาท จนถึงหลักพันบาท   นอกจากนี้ภายในสวนยังมีไม้ผลจำพวกแมคคะเดเมีย และอื่นๆอีกหลายชนิด  

                "สวนของเรานอกจากผลิตเมล็ดพันธุ์พืชสวนครัวแล้วในช่วงเดือนพฤศจิกายน จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว เราเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย จุดแรกที่แนะนำให้นักท่องเที่ยวเข้าชมคือแปลงดอกไม้ เรามีดอกไม้หลากหลายชนิดทั้งดอกไม้พื้นเมือง และดอกไม้ที่เป็นพันธุ์มาจากต่างประเทศ จากนั้นจะไปดูแปลงเพาะกล้า ถ้าคณะมากับคมชัดลึก เราให้เด็ดมะเขือเทศสดๆจากต้นมารับประทานได้เลย จากนั้นจึงมาแปลงฝักทองยักศ์ ฝักทองไต้หวัน ปลงพริก โดยไม่ต้องเสียค่าบริการ แต่ถ้าผลิตภัณฑ์จำพวกพืชผัก หรือน้ำแปรรูป จากผลไม้ทางเรามีขายให้คะ" เธอ กล่าว 

                ออกสถานีภูเรือของของบริษัท ที่เอสเอ จำกัด เราไป สวนกล้วยไม้ของบริษัท บางฟลาวเวรอ์ หรือที่รู้จักในนาม "สวนลุงวุฒิ" ที่บ้านหนองบ่ง ต.หนองบัว อ.ภูเรือ ซึ่งอยู่กันราว 2 กิโลเมตร ซึ่งสวนลุงวุฒิแห่งนี้ เนศพล  เกลี้ยงกลม ผู้จัดการสวนบอกว่า ในพื้นที่สำหรับจัดโชว์กล้วยไม้มีกว่า 10 ไร่ มีกล้วยไม้หลากหลายเกือบ 100 ชนิด นอกจากนี้มีพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับอีกหลายชนิด  โดยเฉพาะปีนี้จะมีสับปะรดสี และหม้อข้าว หม้อแกงลิงจะมีมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

                รุ้งเช้าของวันใหม่ก่อนที่เราจะอำลาภูเรือ เราเข้าไปชม"สวนเกษตรภูเรือวโนทยาน" ซึ่งเป็นสวนเกษตรขนาดใหญ่ในพื้นที่กว่า 2,500 ไร่ และที่นี่เองคือจุดกำเนิดไวน์ที่ได้มาตรฐานสากลแห่งแรกของไทย ภายใต้ยีห้อ "ชาโตเดอเลย" นั่นเอง     

                ภายในสวนเกษตรภูเรือวโนทยาน เน้นปลูกองุ่นเป็นหลัก ส่วนหนึ่งเป็นองุ่นสำหรับผลิตไวน์ในพื้นที่ 480 ไร่ มีองุ่นพันธุ์ชีราชจากฝรั่งเศสสำหรับผลิตไวน์แดงปลูกในพื้นที่ราว 300 ไร่ ส่วนที่เหลือปลูกองุ่นสายพันธุ์ชิแนนบลัง สำหรับผลิตไวล์ขาวอีกส่วนหนึ่งแยกอยู่ด้านเป็นองุ่นรับประทานผลสดสายไร้เมล็ดพันธุ์แบล็คโอปอ และบิวตี้ซิดเลส

                วุฒิชัย  สารมโน ผู้ช่วยผู้จัดการโรงงานผลิตไวน์ ชา โต เดอ เลย บอกว่า เดิมที่พื้นที่ปลูกองุ่นสำหรับผลิตไวน์มี 600 ไร่ ผลิตองุ่นได้ไร่ 1.6 ตัน ต่อมาได้มีการพัฒนาขึ้นมาทำให้ทุกวันนี้สามารถผลิตองุ่นพันธุ์ชีราสไร่ละ 2.5 ตัน ผลิตไวน์แดงจำหน่ายขวดละราคาตั้งแต่ 680-1,500 บาท ส่วนไวน์ขาวราคาขวดละตั้งแต่ 320 - 900 บาท นอกจากนี้ยังการผลินสุราบรั่นดียี่ห้อวิคตอเรียอีกด้วย  ขายขวดละกว่า 900 บาท ไวน์ที่ผลินส่วนใหญ่จะขายในประเทศ 75 % จะขายที่โรงงาน  ที่ร้านบุษบาใน อ.ภูเรือ และห้างสรรพสินค้าบ้าง ที่เหลือส่งออกเพียง 25 % เนื่องจากผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า  

                หลังจากไปชมแปลงองุ่นแล้ว เราเข้าไปชมโรงงานผลิตไวน์ ซึ่ง วุฒิชัย บอกว่า การผลิตไวน์นั้นจะใช้องุ่นที่มีความหวานอยู่ที่ 22 บริกซ์ ส่วนไวน์ที่ราคาแตกต่างขึ้นอยู่กับว่าความสมบูรณ์ของผลผลิตองุ่น การบ่มที่ใช้ระเวลานาน ราคาไวน์ก็สูงขึ้น อย่างไวน์ชาโต เดอ เลย เราใช้ในการหมักราว 6 เดือน โดยจะมีไวน์มาร์กเกอร์คอยตรวจสอบและควบคุมปริมาณของแอลกอฮอล์ จากนั้นจะบ่ม ถ้าจะให้ดีต้องมีถังไม้โอ๊กใหม่ด้วย กลิ่นจะหอมกว่า โดยใช้เวลาบ่มในถังไม้โอ๊กอย่างน้อย 6 เดือน  ถ้าเป็นไวน์เกรดดีจะบ่มในถังโอ๊กห้องใต้ดิน ที่จะต้องควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 18 องศาเซนเซียส

                ชมโรงงานและชิมไวน์เสร็จแล้ว เราไปที่ไร่องุ่นไร้เมล็ดปลูกในโรงเรือน 13 โรงเรือน ในพื้นที่ 13 ไร่ ซึ่งช่วงนี้องุ่นกำลังออกผลผลิตห้อยระย้า เห็นแล้วสวยงามมาก และองุ่นที่นี่   สงวน  ชินระนาท ผู้จัดการร้านชาโต เดอ เลย บอกว่า มี 2 สายพันธุ์ คือพันธุ์บิวต้ซีดเลส และพันธุ์แบล็คโอปอซึ่งผลจะเล็กกว่า แต่รสหวานกรอบ การชมสวนองุ่นที่นี่แตกต่างไปจากที่อื่นซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของสวนจะห้ามเด็ดผลองุ่นจากต้น   แต่สำหรับคณะที่เดินไปกับคมชัดลึก ตามโครงการท่องโลกเกษตรกับโต๊ะข่าวเกษตรคมชัดลึกระหว่างวันที่ 22-24 ธันวาคม 2555 นี้ สงวน บอกว่า ยินดีให้ชิมผลสดจากต้น หากใครติดใจในรสชาติ ทางสวนจะให้ถุง 1 ใบ กรรไกร 1 อัน สามารถตัดองุ่นเอง ได้ตามสะดวก ได้เท่าไรชั่งกิโลขายในราคาสดจากสวนและถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปอีกด้วย

                ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการไปสำรวจเส้นที่จะนำคณะไปดูงานด้านการเกษตรหลายแห่งที่ภูเรือ รวมถึงการชทสวนองุ่น ชิมไวน์ชาโต เดอ เลย ที่สวนภูเรือนโนทยานอีกด้วย สนใจสอบถามที่ โทร. 0-2338-3356-7 รับจำนวนจำกัด

               .................................................
(ชมพืชสวนขนาดยักษ์'ทีเอสเอ' ชิมองุ่น-ไวน์ที่ 'ชา โต เดอ เลย' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย....ดลมนัส  กาเจ)