ข่าว

'โคลเซ'อินทรีค้ำฟ้า!!

'โคลเซ'อินทรีค้ำฟ้า!!

15 ธ.ค. 2555

ท่องยุทธจักร ลูกหนังโลก : อินทรีค้ำฟ้า : โดย...ธรรมศักดิ์ มีแสงเงิน

                        แม้โลกฟุตบอลสมัยใหม่จะมีสิ่งร้ายกาจอยู่ด้วย แต่การตัดสินใจของ มิโรสลาฟ โคลเซ ก็บอกเราว่าการมีชีวิตอยู่เป็นเรื่องดีงามเพียงใด แม้ "ซูเปอร์สตาร์" หลายคน เลือกที่จะตายอย่างมีชีวิตใน "ทุ่งหญ้าแห่งความฝัน"

                        เพราะไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ในทุ่งหญ้าอย่างตาย เลิกเล่นในวันที่ยังมีแรง มีชื่อ ดีกว่าโดนเด็กรุ่นหลานสอนบอล และนักฟุตบอลเหล่านั้น เราก็จะเห็นแต่ความโศกเศร้าในดวงตา ดูเหนื่อยหน่ายทดท้ออยู่ตลอดเวลา มีวงใต้ดวงตาที่แบกความผิดหวังในชีวิตทั้งชีวิตเอาไว้

                        ทว่าโคลเซ ในวัย 34 ปี (33-35 ปี อายุเฉลี่ยของการแขวนสตั๊ด) เขาเลือกแล้วที่ยังจะเล่นฟุตบอลต่อไป ถึงแม้ว่าในแง่ของชื่อเสียงและความโด่งดัง อาจจะเทียบเคียงไม่ได้กับรุ่นพี่รุ่นน้องในทัพ "อินทรีเหล็ก" ทีมชาติเยอรมนี แต่ในเชิงคุณค่าและความหมาย ถือเป็นผลงานระดับปิดทองหลังพระเลยทีเดียว

                        ก่อนที่กองหน้าผู้นี้จะได้ลงเอยกับ ลาซิโอ เขาได้ไปรักษาสภาพร่างกายด้วยการลงซ้อมกับ แวร์เดอร์ เบรเมน หนึ่งในอดีตต้นสังกัดสร้างชื่อ

                        เนื่องจากคณะกรรมการบริหารรุ่นใหม่ของ บาเยิร์น มิวนิค ต้นสังกัดสุดท้ายใน บุนเดสลีกา ที่ไม่ต่อสัญญาให้เขา เคยกล่าวเย้ยหยันหนุ่มเชื้อสาย "โปลสกา" ผู้นี้ อย่างมีชั้นเชิงว่า เดือนกันยายนของทุกๆ ปี ถือเป็นช่วงที่ประเทศในแถบอบอุ่นทั้งหลายก้าวย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงอย่างเป็นทางการ แต่กับบางคนมันอาจเป็นฤดูแห่ง "การร่วงหล่นของใบไม้"

                        ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าโคลเซ เลือกที่จะเล่นฟุตบอล เพราะยังต้องการใช้ชีวิตอยู่ในทุ่งหญ้าระยะไม่เกิน 150 หลา ต่อไปตราบเท่าที่เขายังเล่นไหว เพราะท่าทีและการนิ่งเฉยไม่ตอบโต้ใดๆ ของเขาชัดเจนว่า เขาก้าวข้ามวัยเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว และถึงแม้ว่าหูจะมีเอาไว้ฟังความต่างๆ แต่เขาก็เลือกรับรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์เท่านั้น

                        เพราะคำพูดใด หากมันไม่ใช่เรา มันก็เป็นได้แค่โลกเสมือน และโลกเสมือนเหล่านั้นก็ควรจะปล่อยให้เป็นโลกเสมือนอยู่ตลอดไป

                        และเมื่อถึงวันนี้โคลเซ อยู่กับ "อินทรีฟ้าขาว" จนจะขึ้นปีที่ 3 แล้ว เขาไม่ได้ร่วงหล่นเหมือนใบไม้ เขาลงเล่นให้ลาซิโอ 41 นัด ยิง 22 ประตู และในฤดูกาลแข่งขัน 2012-2013 เขาเป็นดาวยิงอันดับ 3 ของลีก ด้วยจำนวน 9 ประตู ตามหลัง สเตฟาน เอล ชาราวี ดาวซัลโวสูงสุดในลีกของ เอซี มิลาน 4 ประตูเท่านั้น

                        เห็นดังนี้แล้วใครที่เคยค่อนขอดเขาที่อัลลิอันซ์ อารีนา ก็อาจเป็นเพียงคนขี้อิจฉา หรือไม่เคยให้ความเคารพผู้ใหญ่ สำหรับใจขี้อิจฉาเหล่านี้ คำว่า "สวรรค์" มันสุดเอื้อมจนไม่อาจแน่ใจได้ว่า อีกกี่ชั่วอายุคนเขาถึงจะคว้ามันลงมาแนบกายได้

 

 

--------------------

(ท่องยุทธจักร ลูกหนังโลก : อินทรีค้ำฟ้า : โดย...ธรรมศักดิ์ มีแสงเงิน <[email protected]>)