
'ปัตตานีจายา'ความหวังกลางไฟใต้
รายงานพิเศษ : 'ปัตตานีจายา' ความหวัง...ท่ามกลางไฟใต้ : โดย...สุพิชฌาย์ รัตนะ
ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 ต่อเนื่องมาจนถึงขณะนี้ คือข้อเท็จจริงของปัจจัยทางด้านลบที่ฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่ที่เคยมีฐานของการเป็นศูนย์กลางสำคัญในโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ (ไอเอ็มทีจีที) ให้ก้าวไปอย่างล่าช้า เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ อาทิ ภาคเหนือ จากโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจที่มีการพัฒนาโครงข่ายการขนส่ง การค้าชายแดน ภาคตะวันตกทางด้านกาญจนบุรี ที่จะเกิดการพึ่งพาสำคัญจากโครงการนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกทวาย ในฝั่งพม่า
จะเห็นว่าความไม่สงบในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รวมทั้งลุกลามมายัง 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา ในบางช่วงเวลา ได้ก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม โดยผลกระทบทางตรงคือ ภาคธุรกิจ ไม่มีความมั่นใจในการลงทุนและการประกอบธุรกิจในพื้นที่ ขณะที่ผลกระทบทางอ้อมคือ ความเดือดร้อนในด้านของการว่างงาน และรายได้ที่ไม่พอเพียงของประชากรในพื้นที่ แม้ว่าที่ผ่านมาภาครัฐจะมีโครงการต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ เช่น การสนับสนุนการจ้างงานเร่งด่วน การสนับสนุนกลุ่มอาชีพ สิ่งที่ต้องยอมรับนั่นก็คือ แนวทางเหล่านี้ไม่ยั่งยืนพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ให้เข้มแข็งได้
อย่างไรก็ดี ความเคลื่อนไหวด้านหนึ่ง ที่กำลังเกิดขึ้นที่ปัตตานี ก็สร้างแรงกระเพื่อมของความน่าสนใจให้เกิดขึ้นได้ไม่มากก็น้อย เมื่อกำลังจะเกิดโครงการ "ปัตตานีจายา" ที่น่าสนใจคือ หากเป็นไปตามเป้าหมายโครงการลงทุนดังกล่าว จะมีมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเกิดจากแนวคิดของ ดร.อิสมาแอล ลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ที่ต้องการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ด้วยแนวทางการศึกษา ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มต้นด้วยแนวคิดการให้ความรู้ที่ถูกต้อง เน้นการสร้างคนที่มีคุณธรรม "ปัตตานีจายา" จึงมีสถานะของการเป็นเมืองแห่งการศึกษาหรือเอ็ดดูเคชั่นซิตี้
สำหรับสถานที่ก่อสร้าง อยู่ที่ริมถนนสายที่ 42 ปัตตานี-นราธิวาส ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี มีพื้นที่รวมเพื่อการพัฒนา 1,300 ไร่ โดยได้รับการร่วมมือทั้งจากมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา สหกรณ์ออมทรัพย์อิสลามทั้งในและนอกพื้นที่ รวมทั้งสมาคมแพทย์สาธารณะ สมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และการสาธารณสุข เป็นต้น ภายใต้การบริหารงานโดย "บริษัท ปัตตานี จายา โฮลดิ้ง จำกัด" โดยโครงการนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือเป็นสาธารณะสมบัติทั้งหมด โดยมีมูลนิธิมาดีนะอิสลาม ดูแลเพื่อให้เป็นของส่วนรวมทั้งหมด ส่วนที่สองคือส่วนสิ่งที่ประชาชนสามารถถือครองเป็นกรรมสิทธิ์ได้ ดังนั้นจึงมีการตั้ง บริษัทปัตตานี จายา ขึ้นมาดูแลบริหารจัดการ ซึ่งเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัย ห้างหรือศูนย์การค้า
“โครงการนี้จึงเป็นเมืองใหม่ที่คนชายแดนภาคใต้รู้จักกันในนามปัตตานีจายา ซึ่งมีความต่างจากเมืองใหม่ทั่วไปทั้งการดีไซน์ เมืองให้เป็นรูปกริช มีทั้งมัสยิด มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล ศูนย์การค้า และโครงการบ้านจัดสรร รวมมูลค่าการลงทุนหลายพันล้านบาท โดยเมืองใหม่ในโครงการปัตตานีจายา จะใช้เวลาดำเนินการ 15 ปี เพื่อให้ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคนี้แน่นอน เพราะโครงการนี้จะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดประตูอาเซียน เพราะประเด็นสำคัญคือการสร้างความมั่นคง ทุกประเทศในอาเซียนต้องมาร่วมสนับสนุน “โมเดลมะดีนะตุสสลาม” หรือเรียกว่า "สันติธานี" แน่นอน" ซอและห์ ตาเละ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา หนึ่งในผู้ดูแลโครงการปัตตานีจายา กล่าว
สิ่งแรกที่เกิดขึ้นในโครงการนี้คือ โรงพยาบาล โดยคณะแพทย์มุสลิม กลุ่มจันทร์เสี้ยว ซึ่งมีเจตนารมณ์ยกระดับมาตรฐานทางการแพทย์ และสาธารณสุขเพื่อบริการสังคมชายแดนภาคใต้ โดยเริ่มก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 116เตียง งบประมาณ 435 ล้านบาท เบื้องต้นได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกาตาร์ โดยกระทรวงสาธารณะสมบัติกาตาร์จำนวน 220 ล้านบาท ปัจจุบันก่อสร้างไปแล้ว 20% โดยรัฐบาลกาตาร์พร้อมสนับสนุนจนกว่าจะสร้างแล้วเสร็จ
"โครงการนี้ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อต้นปี 2555 ที่ผ่านมา โดยมีฮัจยี ยีท บิน มูบาร็อก อัล คาวารี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศาสนาสมบัติ และกิจการอิสลามประเทศกาตาร์ (ผู้แทนกษัตริย์กาตาร์) เป็นประธานร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์ "อาคารโรงพยาบาลชีคกอซิม บินมูหัมมัด อาลษานีย์" และประมุขแห่งรัฐกาตาร์ ได้ทรงบริจาคทรัพย์สินส่วนพระองค์ในการสร้างอาคารโรงพยาบาลด้วย" ซาฟีอี บารู รองอธิการบดี ฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ในฐานะผู้บริหารโครงการปัตตานีจายา กล่าว
ปกรณ์ ปรีชาวุฒิเดช ประธานคณะกรรมการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ความเห็นว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาแทบไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทั่งโครงการปัตตานีจายาเกิดขึ้น และที่สำคัญเป็นโครงการที่ต่อยอดการศึกษาและพัฒนาสังคม ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาทำให้ยิ่งเพิ่มความมั่นใจว่าโครงการนี้จะสามารถตอบสนองความต้องการและสร้างมาตรฐานคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ผมเชื่อว่าโครงการปัตตานีจายาจะเข้ามามีบทบาทในการรองรับตลาดแรงงานฝีมือคุณภาพดีให้แก่ประชากรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะด้านการแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะนำมาสู่การพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนได้ในอนาคต
สมศักดิ์ อิสริยะภิญโญ ประธานหอการค้าจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า โครงการปัตตานีจายา คาดว่าจะใช้งบประมาณลงทุนสูงกว่า 6,000 ล้านบาท จะกระตุ้นให้เกิดการลงทุน โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ และน่าจะสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนรายอื่นๆ มั่นใจต่อการที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่เพิ่มขึ้น
เป็นภาพของ "ปัตตานีจายา" โครงการลงทุนที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางภัยความมั่นคงที่ยังคุกคามในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
--------------------
(รายงานพิเศษ : 'ปัตตานีจายา' ความหวัง...ท่ามกลางไฟใต้ : โดย...สุพิชฌาย์ รัตนะ)



