
'เฉลิม'ปัดตอบ'พท.'เล็งแก้'ประชามติ'
'เฉลิม' ปัดตอบ 'พท.' เล็งแก้ 'ประชามติใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง' เผย 'จุฬาราชมนตรี' อนุญาตเข้าพบ 7 ม.ค. หวังพึ่งบารมี 'กำนัน- ผญบ.' ดับไฟใต้
14 ธ.ค.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีการเสนอให้แก้ไขหลักเกณฑ์ของการลงประชามติ ให้มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิ์ว่า เรื่องนี้ตนเห็นด้วยกับที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ไม่อยากพูดมากเดี๋ยวขัดแย้งกันในพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ควรจะเป็นที่ยุติของการวิพากษ์วิจารณ์ ในส่วนของพรรคได้หรือยัง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้น “สร. 2 ไม่เชื่อสร.1 ได้หรือ และตนก็ไม่ใช่ผู้ใหญ่ในพรรค ไม่มีอำนาจอะไร เป็นแค่สมาชิกพรรคธรรมดา”
ผู้สื่อข่าวถามว่า สร. 1 และสร.2 มีท่าทีชัดเจนแล้ว แต่ทำไมคนในพรรคและรัฐมนตรีอีกหลายคนถึงพยายามจะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้นจนได้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ เหมือนเรือเอี้ยมจุ้นที่เวลาลอยลำในแม่น้ำ การจะกลับลำได้ต้องใช้เวลา ไม่เหมือนพายเรือบด หรือเรือสำปั้น ที่สามารถกลับลำได้รวดเร็ว ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีปัญหา เป็นหนึ่งเดียวกันหมด
“ผมพูดมาหลายครั้งแล้วไม่เชื่อว่า ถ้าใครทะเลาะกับท่านทักษิณ รับรองเหลือแต่ตัวเองกับเงา ถ้าสมมติผมทะเลาะกับท่านทักษิณ ผมก็คงเหลือแต่ตัวและเงาเหมือนกัน ก็เท่านั้น มันชัดเจน แต่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ห้ามกันลำบาก และในพรรคเพื่อไทยก็เก่งๆ กันทั้งนั้น” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
'เฉลิม'เผย'จุฬาราชมนตรี'อนุญาตให้เข้าพบ 7 ม.ค.นี้
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ตนในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศปก.กปต.) ได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ประกอบด้วย ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และสงขลา ให้เรียกประชุมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ จ.สงขลา โดยให้บอกว่าตนหวังพึ่งบารมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหวังให้ช่วยเหลือ ซึ่งหากแก้ปัญหาได้ประสบความสำเร็จ ถือเป็นเครดิตของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านส่วนหนึ่งและถือเป็นส่วนสำคัญ
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะเดียวกันก็ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รวบรวมสิ่งที่ต้องการและไม่ต้องการ โดยให้แจ้งมาที่ตน เพื่อจะรายงานให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีทราบ นอกจากนี้จุฬาราชมนตรีได้อนุญาตให้ตนเข้าพบในวันที่ 7 ม.ค.2556 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานจุฬาราชมนตรี โดยตนจะขอความกรุณาจุฬาราชมนตรีให้บันทึกเทปหรือแสดงอะไรก็ตามเพื่อสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า กรณีที่มีการสังหารครูเสียชีวิต 2 ราย ที่โรงเรียนบาโง อ.มายอ จ.ปัตตานีนั้น ตนจะทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ ให้แจ้งไปยังประเทศมุสลิมทั่วโลกให้รู้ถึงพฤติกรรมอันโหดเหี้ยมของผู้ก่อการ ที่ไม่เป็นไปตามอุดมการณ์และสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม หวังผลให้ใครก็ตามที่เคยให้เงินก็อย่าให้ อย่าสนับสนุน และตนจะดำเนินการแก้ไขปัญหาจากนอกประเทศเข้ามาในประเทศ โดยตนจะเดินทางไปประเทศมาเลเซียและหากมีโอกาสก็จะไปประเทศอินโดนีเซียด้วย ส่วนจะไปพบใคร เมื่อใด ขอยังไม่บอกเพราะอยู่ในขั้นตอนของการประสาน ทั้งนี้เรื่องกำหนดการจะต้องดูจังหวะเวลา และความพร้อมของประเทศดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับมอบหมายจะทำงานเต็มที่ ซึ่งจะใช้แนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ใช้การบูรณาการทุกภาคส่วน แต่ทั้งนี้ให้ใช้ทหารเป็นหลักเหมือนเดิม
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไปขอให้ประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียช่วยในเรื่องอะไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยังบอกไม่ได้ แต่ปัญหานี้แก้ไขในประเทศไม่สำเร็จ ยืนยันว่าไม่ใช่การยกระดับปัญหาแต่เป็นการแก้ไขปัญหา ซึ่งต้องแก้ให้ตรงจุด เพราะหากไม่มีเงินจะมาเคลื่อนไหวได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า พูดได้หรือไม่ว่าผู้สนับสนุนอยู่บริเวณรอบประเทศไทย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "เขารู้กันทั้งโลก และเขาอาจจะเข้าใจผิด คิดว่ารัฐใช้ความรุนแรงและข่มเหงรังแกซึ่งไม่ใช่" เมื่อถามว่าการเดินทางไปประเทศมาเลเซียถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่บอก แต่ตนต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้น เมื่อถามว่า ได้ตรวจสอบน้ำเลี้ยงที่เข้ามาจากต่างประเทศหรือไม่ว่าแต่ละปีมีจำนวนเท่าไหร่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ทราบ มันเหมือนกับการค้ายาเสพติดวันนี้ มันเปลี่ยนวิธีการ เมื่อก่อนโอนเงินเข้าบัญชี ตอนนี้ใช้ขนเงินสด มันก็ตรวจสอบไม่ได้ และขนเงินสดไม่มีสายรัด ใช้หนังสติ๊กรัด การแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้อะไรที่ทำมาแล้วดีก็ทำต่อไป ถ้าอะไรที่เพิ่มเติมแล้วมันจะดีบ้าง ก็ต้องเพิ่มเติม
เมื่อถามว่า เงินที่เข้ามาเป็นเงินสกุลใด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นริงกิต คือบางครั้งเรานึกอย่างเดียวว่าจะกระทบความสัมพันธ์ มันต้องดูด้วยว่าความทุกข์ยากมันอยู่ในบ้านเรา อย่างกรณีที่ตนบอกพม่าผลิตยาเสพติด คนก็มาว่าตนไม่มีมารยาทไปกล่าวหาพม่า ก็มันผลิตจากพม่าจริงๆ ก็ฟันธงไปเลยการแก้ปัญหามันก็ดีขึ้น สำหรับแนวทางไปขอความร่วมมือกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย เป็นอย่างไรยังบอกไม่ได้ แต่ตนมีวิธีของตน
ส่วนจะมีการปูนบำเหน็จให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในฐานะที่เข้ามามีส่วนช่วยแก้ปัญหาหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า บนพื้นฐานความเป็นจริงใครจะรู้จักพื้นที่ดีเท่ากำนัน -ผู้ใหญ่บ้าน เพราะพวกเขารู้หมด หากให้ความร่วมมือก็จบ ซึ่งตัวชี้วัดตรงนี้จะดูจากคดีลดลงหรือไม่ อาชีพครูดีขึ้นหรือไม่ โดย 6 เดือนประเมินผล 1 ครั้ง ส่วนเรื่องรางวัลในตำแหน่งหน้าที่การงานหลังจากเข้ามาช่วยเหลือแล้วนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปถามแล้ว และก็มีระเบียบกฎเกณฑ์อยู่แล้ว เมื่อถามถึงความเป็นไปได้จะจ่ายเงินเยียวยาครูที่เสียชีวิตในอัตราที่เท่ากับผู้เสียชีวิตจากการไม่ความสงบทางการเมือง รองนายกฯกล่าวว่า ตนพูดเองไม่ได้ แต่ส่วนตัวถือเป็นชีวิตที่มีค่า อะไรที่รัฐทำได้จะต้องทำ โดยตนจะรวบรวมปัญหาทั้งหมดเสนอนายกฯ อย่างไรก็ตาม ชีวิตคนประเมินค่าไม่ได้ แต่กรณีไหนที่เป็นกรณีตัวอย่างและไม่ขัดต่อกฎระเบียบก็ต้องช่วย
ส่วนกรณีที่มีการโปรยใบปลิวระหว่างที่นายกฯลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. โดยระบุว่า “สงครามยังไม่จบ อย่างเพิ่งนับศพครู”นั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ธรรมดาเพราะอยู่คนละฝ่าย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่วิธีการแก้ไข ซึ่งผู้ก่อความไม่สงบ ไม่มีความเกรงกลัวเจ้าหน้าที่รัฐอยู่แล้วแน่นอน เพราะวันนี้ใครเอามวลชนได้มากคนนั้นชนะ ใครลงมือทำก่อนแพ้ ใครใจเย็นชนะ ซึ่งวันนี้มวลชนส่วนใหญ่อยู่ข้างรัฐบาล แต่รัฐบาลใช้อำนาจในทางปราบปรามไม่ได้ ต้องเจรจา"
รองนายกฯกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่มีคนโทรศัพท์มาหาตนบอกว่าเป็นแกนนำผู้ก่อความไม่สงบซึ่งอยู่ที่สวีเดนนั้น ขณะนี้กำลังเช็คอยู่ว่าเป็นของจริงหรือไม่
'เฉลิม' ควง 'พงศพัศ' แถลงจับแก๊งค้ายารายใหญ่
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ปปส. พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) แถลงผลการจับกุม นายชาติชาย ชาญภูเขียว อายุ 31 ปี ,นายคงศักดิ์ วูแม อายุ 22 ปี ชาวจ.เชียงราย และน.ส.เสี่ยวยี่ แซ่เฉิน อายุ 24 ปี ชาวจีน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 500,000 เม็ด และไอซ์ 50 กก. มูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท โดยจับกุมได้ที่อาคารแห่งหนึ่ง ใน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ มีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจากภาคเหนือมาจำหน่ายในภาคกลาง โดยจะนำยามาพักเก็บไว้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อส่งต่อให้กับลูกค้า จึงได้ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ทราบว่าผู้ต้องหาใช้รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออส ทะเบียน ฆร-2103 กทม. และพบอาคารเลขที่ 801/114 ซ.พหลโยธิน 72 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้เก็บยาเสพติด กระทั่งวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนติดตามนายชาติชายและนายคงศักดิ์ ไปที่อาคารดังกล่าว ก่อนที่จะแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมทั้งตรวจค้นอาคารดังกล่าว และพบของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ ขณะเดียวกันยังได้ติดตามตัว น.ส.เสี่ยวยี่ ได้อีก 1 คน จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งดำเนินคดี
ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้กล่าวย้ำว่า ในเรื่องการปราบปรามยาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล หากพบมีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม จะให้ออกจากราชการทันที โดยจะไม่มีการปกป้องอย่างเด็ดขาด
ด้าน พล.ต.อ.วุฒิ กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นหนึ่งในขบวนการค้ายาเสพติดชาวจีนฮ่อ โดยยังมีระดับผู้สั่งการ ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนีตามแนวชายแดน และผู้รับคำสั่งจากผู้สั่งการอีกทอดหนึ่ง โดยเป็นชาย 2 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขออนุมัติศาลออกหมายจับให้ได้ภายในวันนี้ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
ด้านพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ปปส.กล่าวว่า หลังจากนี้ปปส.จะเข้าไปตรวจค้นกดดันบ้านจัดสรร หรือ บ้านเช่า ตามจังหวัดปริมณฑล เนื่องจาก พบว่า กลุ่มผู้ค้ามักใช้เงินสดซื้อบ้านเก็บไว้ แล้วปล่อยทิ้งร้าง เพื่อเป็นแหล่งซุกซ่อนยาเสพติด



